ในอดีต แคว้นสิบสองพันนาหรือเมืองลื้อของมณฑล
ยูนนาน เป็นแว่นแคว้นเจ้าแสนหวีเชียงรุ่งที่ราชสำนักจีน
พระราชทานแต่งตั้งและรัฐบาลสาธารณรัฐจีนสมััยก๊ก-
มินตั๋งให้การรับรอง แสนหวีในภาษาจีนคือเซวียนเว่ย มี
นิยามว่าเกลี้ยกล่อมปลอบโยน เป็นตำแหน่งที่ราชสำนัก
จีนแต่งตั้งให้แก่ประมุขชนกลุ่มน้อยในฐานะเป็นผู้ต่าง
พระเนตรพระกรรณของราชสำนักจีน
ไทลื้อเรียกทำเนียบเจ้าแสนหวีว่าหอคำเชียงรุ่งซึ่ง
ก่อตั้งขึ้นเมื่อค.ศ.1160 แว่นแคว้นเจ้าแสนหวีของกลุ่มชน
เผ่าไทที่ตั้งขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมีรัฐโกสัมพี(เจ้าแสน
หวีลุชวน) ที่แคว้นใต้คงลุ่มแม่น้ำสาละวินยูนนาน รัฐ-
ล้านนา (เจ้าแสนหวีปาไป่ซีฟู่) รัฐล้านช้าง (เจ้าแสนหวี-
ลาวกาว) รัฐโมดปาง (เจ้าแสนหวีโมดปางรัฐฉาน) เป็นต้น
ต่อมาโกสัมพีหรือเจ้าแสนหวีลุชวนถูกราชวงศ์หมิงของ
จีนยุบเพราะก่อกบฏ ล้านนาผนวกเป็นแดนไทยในสมัย
รัตนโกสินทร์ ล้านช้างในลาวตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส
โมดปางในพม่าตกเป็นส่วนหนึ่งของเมืองขึ้นอังกฤษเหลือ
แต่หอคำเชียงรุ่งหรือเมืองลื้อยังรักษารูปแบบของแว่น
แคว้นเจ้าแสนหวีเชียงรุ่งจนกระทั่งถึงประเทศจีนเปลี่ยน
การปกครองเมื่อปลายปีค.ศ.1949
สิบสองพันนาหรือเมืองลื้อเป็นแว่นแคว้นขนาดเล็ก มี
เนื้อท่ีประมาณ 2 หมื่นตารางกิโลเมตร ประชากรช่วง
เปลี่ยนการปกครองมีจำนวนประมาณ 2 แสน 7 หมื่น
คน โดยมีไทลื้อ 1 แสน กับ 5 พันคน ชาวจีนฮั่น 5 พัน
คน นอกนั้นเป็นชนเผ่าอีก้อ ปะลัง และมูเซอ ฯลฯ ซึ่ง
เป็นชาวเขาชาวดอย
ตั้งแต่หอคำเชียงรุ่งก่อตั้งแต่เมื่อค.ศ.1160 ถึงทำ-
เนียบเจ้าแสนหวีเชียงรุ่งถูกยุบเมื่อปลายปีค.ศ.1949ร่วม
800 ปีที่ผ่่านมา ถึงแม้เคยเกิดการแตกแยกเพราะการ
แย่งตำแหน่งเจ้าแผ่นดินหรือเจ้าแสนหวีหลายครั้งได้ถูก
การรุกรานจากกองทัพของอาณาจักรใกล้เคียง กับทั้ง
การแทรกแซงทางการทหารของราชสำนักจีน แต่ว่าสิบ
สองพันนาหรือเมืองลื้อก็ยังอนุรักษ์และสืบทอดการปก-
ครองของราชวงศ์อาละโวในอาณัติของจีนราชวงศ์ชิงเคย
ฉวยโอกาสที่เชียงรุ่งเกิดเหตุการณ์ปั่นป่วนยุบตำแหน่ง
เจ้าแสนหวีไทลื้อ แล้วส่งนายทหารจีนมาปกครองโดย
ตรง แต่ก็ถูกบรรดาท้าวขุนและเจ้าหัวเมืองต่างๆ ต่อต้าน
ไม่สามารถสำเร็จผลได้ ต่อมารัฐบาลสาธารณรัฐจีนสมัย
ก๊กมินตั๋งได้แต่งตั้งผู้ว่าการไปควบคุมเจ้าแสนหวี แต่ง
ตั้งนายอำเภอไปควบคุมเจ้าเมืองต่างๆ เพื่อจะยุบระบอบ
การปกครองแบบเดิมของไทลื้อ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ เพียง
แต่ตกอยู่ในสภาวะมีอำนาจการปกครองที่ทับซ้อนกัน
ชนบทอันกว้างใหญ่ไพศาลยังอยู่ภายใต้การปกครองของ
บรรดาท้าวขุนไทลื้อและชาวเขาเช่นเดิม