|
 |
ชิหยาว (ÇüÔ) เป็นชนชาติฮั่น แซ่ชิ (Çü) ชื่อผิง
(ƽ) นามหยวน (Ô) เป็นกวีเอกผู้รักชาติในรัฐฉู่ยุค
โบราณของประเทศจีนสมัยจ้านกว๋อ (475 ปี-221 ปีก่อน
ค.ศ.) ตอนปลาย ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่อำเภอจื่อกุยมณฑล
หูเป่ยภาคกลางของประเทศจีน
จ้านกว๋อเป็นยุคโบราณของแผ่นดินจีนสมัยที่ยังแบ่ง
เป็นรัฐต่างๆ โดยมี 7 รัฐที่ขัดแย้งและแข่งจะเป็นใหญ่
ประวัติศาสตร์จีนเรียกยุคโบราณนี้ว่าสมัยจ้านกว๋อ คำ
ว่าจ้านกว๋อนิยามว่าการสู้รบระหว่างรัฐ เพราะเป็นสมัย
ปั่นป่วนในการสู้รบกัน ใน 7 รัฐสมัยนั้น มีรัฐฉู่ตั้งอยู่
แถบลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงตอนกลางซึ่งเป็นบ้านเกิดเมือง
นอนของชิหยวน ชิหยวนมีชีวิตอยู่ในช่วงหลังของสมัย
จ้านกว๋อก่อนที่รัฐฉู่จะถูกรัฐฉินยึดครอง
ชิหยวนเกิดในตระกูลผู้ดีของรัฐฉู่
เป็นอัจฉริย-
บุคคลที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี และ
เทพนิยาย รอบรู้สถานการณ์และกุศโลบายการปกครอง
ของรัฐต่างๆ สมัยนั้น นอกจากมีความเฉลียวฉลาดแล้ว
ยังมีฝีปากที่คมคายอีกด้วย เมื่ออายุได้ 20 กว่า ก็ได้รับ
ความเชื่อถือจากฉู่หวยอ๋องกษัตริย์รัฐฉู่ ดำรงตำแหน่ง
เป็นอัครเสนาบดีซ้ายของฉู่หวยอ๋อง ทำหน้าที่ให้คำ
ปรึกษาหารือเรื่องการบ้านการเมืองแก่กษัตริย์ เป็นผู้
ร่างพระราชโองการ ทำหน้าที่รับมือและจัดแก้ปัญหาของ
บรรดาท้าวพญาหัวเมือง เคยทำหน้าที่เป็นทูตของฉู่หวย-
อ๋องไปเกลี้ยกล่อมรัฐฉีให้ร่วมกันต่อต้านรัฐฉินที่คิดจะ
ยึดครองรัฐอื่น สรุปแล้ว ชิหยวนมีโอกาสแสดงความ |
|
|
เก่งกาจสามารถและเป็นอัครเสนาบดีที่มีอำนาจทั้งด้าน
การปกครองภายในและการต่างประเทศ แต่ต่อมา
แนวคิดและมาตรการที่จะปฏิรูปการปกครองของเขา
ได้รับการอิจฉาริษยาและคัดค้านจากบุคคลในเชื้อพระ-
วงศ์และเสนาอำมาตย์ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะนางสนมเอกชื่อ
เจิ้งซ่ิว ราชบุตรชื่อจื่อหลาน และมหาเสนาบดีชื่อจินส้าง
ซึ่งรู้แต่อิจฉาริษยาที่เห็นฉู่หวยอ๋องให้ความเชื่อถือชิหยวน
เป็นพิเศษ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ
บุคคลที่มีอิทธิพลเหล่านี้พากันห้อมล้อมกษัตริย์ฉู่ ติฉิน
นินทาและใส่ใคล้ป้ายสีชิหยวน ฉู่หวยอ๋องที่โง่เขลาเบา
ปัญญาเชื่อฟังคำใส่ร้ายและค่อยๆ ห่างเหินกับชิหยวน
ครั้นแล้วเมื่อ 305 ปีก่อนค.ศ. รัฐฉินที่มีความทะเยอ
ทะยานได้วางแผนเสนอสร้างความสัมพันธ์เป็นพันธมิตร
กับรัฐฉู่ ชิหยวนคัดค้านอย่างเด็ดเดี่ยวเพราะรู้ทันว่าเป็น
แผนจะผนวกดินแดนของรัฐฉิน แต่ฉู่หวยอ๋องไม่เพียง
แต่ไม่ฟังคำทัดทาน หากยังขับไล่ชิหยวนให้ออกจากเมือง
หลวงแล้วทำสัตยาบันเป็นพันธมิตรกับรัฐฉิน |
ชิหยวนเมื่อถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ก็เร่ร่อน
ตามหัวเมืองต่างๆ ในรัฐฉู่ ระหว่างที่ซัดเซพเนจร ชิหยวน
รู้สึกวิตกเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมือง เลยเริ่มแต่งกลอน
ระบายความอัดอั้นตันใจ บทกลอนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
เป็นที่รู้จักทั่วไปในวงวรรณคดีของจีน คือกลอน ¡°หลีซาว¡±
(ชื่อกลอนมีนิยามว่า หลีกหนีความเศร้า) ที่พรรณนาถึง
ความหว่งใยต่ออนาคตของปิตุภูมิ อุดมการณ์ที่จะปฏิรูป
การปกครองอย่างเด็ดเดี่ยว ตลอดจนความรักชาติอย่าง
แรงกล้าแม้จะต้องพลีชีพก็ไม่ย่อท้อ กวีนิพนธ์ของชิหยวน
ใช้สำนวนที่สละสลวย มีจินตนาการที่พิสดาร การเปรียบ
เปรยที่แปลกใหม่ มีนัยยะที่ลึกซึ้ง เป็นแบบฉบับของ
กลอนคลาสสิคประเทศจีน เช่นมีการเรียกการแต่งกลอน
ตามแบบฉบับหลีซาวว่า ¡°แบบซาว¡± ต่อมาครั้นเมื่อ 278
ปีก่อนค.ศ. รัฐฉินยกทัพบุกยึดรัฐฉู่ ชิหยวนรู้สึกหมด
หวังและโกรธแค้น เลยอุ้มก้อนหินกระโดดแม่น้ำมิหลอ-
เจียงฆ่าตัวตาย เล่ากันว่า เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ทราบข่าว
ก็รีบทำบ๊ะจ่างโยนลงน้ำอ่อยปลา เพื่อมิให้ปลาไปกัด
กินศพของชิหยวน แล้วการกระทำแบบนี้ก็ได้พัฒนาเป็น
ประเพณีทำบ๊ะจ่างโยนแม่น้ำของท้องถิ่นนั้น ซึ่งในที่สุด
ประเทศจีนก็ถือเอาวันขึ้น 5 ค่ำเดือน 5 ทางจันทรคติ
เป็นเทศกาลวันสารทขนมบ๊ะจ่าง พากันกินบ๊ะจ่างและแข่ง
เรือเพื่อระลึกกวีเอกผู้รักชาติที่ยิ่งใหญ่
เมื่อปีค.ศ.1953 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 2230 ปีของ
การถึงแก่กรรมของชิหยวน สหประชาชาติได้ผ่านมติ
กำหนดให้ปี 1953 เป็นปีแห่งการระลึกบุคคลลือชื่อทาง
วัฒนธรรม 4 คนซึ่งมีชิหยวนเป็น 1 ใน 4 คนดัง
กล่าวด้วย |
 |
|