จีน---ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ 5 พันปี(26)

2020-11-05 08:33:13 | สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางของจีน
Share with:

จีน---ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ 5 พันปี(26)

หลังทหารชนเผ่าแมนจูเข้ายึดครองกรุงปักกิ่ง   ราชวงศ์ชิงได้ประกาศว่า ตนเข้ามาช่วยปราบกบฏ  ขณะเดียวกัน ก็ได้ประกอบพิธีฝังพระศพจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิงที่ปลงพระชนม์ชีพองค์เอง    จากนั้น ก็ได้ส่งกองทัพออกไปพิชิตกองทัพของหลี่ จื้อเฉิงโดยไม่ชักช้า  ด้านหลี่ จื้อเฉิงได้นำทัพของตนมุ่งหน้าไปทางตะวันตกโดยไปตั้งมั่นที่เมืองซีอันในมณฑลส่านซี ซึ่งเป็นฐานที่มั่นแห่งแรกของตนในการก่อกบฏขึ้น   กองทัพของราชวงศ์ชิงจึงตั้งมั่นในมณฑลซานซี  จากนั้น แยกกำลังรบของตนออกเป็นสองส่วน แล้วรุกกระหนาบเข้าพิชิตเมืองซีอันเป็นรูปปากคีบ  กำลังทหารของหลี่ จื้อเฉิงร่อยหรอลงทุกที และก็ไม่มีขวัญกำลังใจที่จะสู้รบกับทหารราชวงศ์ชิงด้วย   ในที่สุด หลี่ จื้อเฉิงก็รวบรวมกำลังที่ยังเหลืออยู่หนีไปตามแม่น้ำฮั่นสุ่ย   ระหว่างทาง หลี่ จื้อเฉิงถูกฆ่าตาย จะโดยทหารราชวงศ์ชิงหรือชาวนา ไม่เป็นที่ทราบกันแน่ชัด 

ถัดจากปราบกบฏชาวนา  เป้าหมายต่อไปของราชวงศ์ชิงได้แก่บรรดาเจ้าของราชวงศ์หมิงที่กระจัดกระจายตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ   กำลังทหารของราชวงศ์ชิงมีความเข้มแข็งกว่าทหารราชวงศ์หมิงอย่างมาก  สามารถรุกรบลงมาทางใต้ จากกรุงปักกิ่งจนถึงเมืองกว่างโจวในมณฑลกวางตุ้ง เป็นระยะทางประมาณ 2,000 กิโลเมตร   ผลที่สุด   ทหารราชวงศ์หมิงต้องอพยพหลบหนีกำลังทหารของราชวงศ์ชิงจากมณฑลกวางตุ้งไปตามแม่น้ำซีเจียงจนเข้าไปในเขตกวางสี  นับแต่นั้นเป็นต้นไป  ตลอดเวลาหนึ่งทศวรรษ  ผู้ที่จงรักภักดีต่อราชวงศ์หมิงยังคงได้รวบรวมกำลังเพื่อต่อต้านทหารราชวงศ์ชิง  แต่เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น  แม้ว่าจะมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะกอบกู้ราชวงศ์หมิง แต่ก็ไม่เข้มแข็งถึงขนาดเป็นกองทัพที่จะท้าทายแสนยานุภาพของราชวงศ์ชิงได้ 

“ซุ่นจื้อ” จักรพรรดิองค์แรกแห่งราชวงศ์ชิง ทรงปกครองอาณาจักรจีนได้เพียงหนึ่งทศวรรษเท่านั้น เนื่องจากทรงมีพระพลานามัยไม่ค่อยสมบูรณ์แข็งแรงมาแต่เยาว์วัย   เมื่อค.ศ.1661   จักรพรรดิซุ่นจื้อได้ประชวรหนักแล้วสิ้นพระชนม์ลง  จากนั้น จักรพรรดิคังซี โอรสของซุ่นจื้อที่มีพระชันษาเพียง 7 พรรษาเท่านั้นได้ขึ้นครองราชย์ โดยมีเจ้าแมนจู 4 องค์ที่เคยเป็นนักรบกรำศึกมาอย่างโชกโชนเป็นคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์     

เมื่อจักรพรรดิคังซีมีพระชนมพรรษาได้ 13 พรรษา    ทรงมีพระปรีชาสามารถยิ่งถึงขนาดกอบกู้พระราชอำนาจจักรพรรดิคืนมาจากหัวหน้าคณะผู้สำเร็จราชการได้  โดยจักรพรรดิคังซีทรงวางแผนใช้นายทหารองครักษ์ที่จงรักภักดีต่อพระองค์เข้าจู่โจมจับกุมหัวหน้าคณะผู้สำเร็จราชการไว้ได้  แล้วลงโทษหัวหน้าคนนี้ทันทีในข้อหาล่วงละเมิดพระราชอำนาจจักรพรรดิ  มีความโอหังบังอาจ และกระทำการทุจริต    หลังจากนั้น  จักรพรรดิคังซีก็ทรงกุมอำนาจสูงสุดในการปกครองบริหารอาณาจักรได้สำเร็จ 

จีน---ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ 5 พันปี(26)

พระราชภารกิจสำคัญและเร่งด่วนที่สุดที่จักรพรรดิคังซีต้องเผชิญหลังกุมอำนาจสูงสุดได้แก่ การรวมอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาลเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายใต้การปกครองของราชวงศ์ชิง    แม้ว่าอู๋ซานกุ้ย ขุนพลราชวงศ์หมิงที่แปรพักตร์มาเข้ากับราชวงศ์ชิง ได้ช่วยราชวงศ์ชิงกวาดล้างเจ้าแห่งราชวงศ์หมิงองค์สุดท้ายจากแผ่นดินตะวันตกเฉียงใต้เรียบร้อยแล้ว   แต่ดินแดนดังกล่าวก็ยังไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของราชวงศ์ชิงโดยตรง  ระยะทางที่ห่างไกลจากกรุงปักกิ่ง และภูมิประเทศอันทุรกันดารทำให้ปฏิบัติการของกำลังทหารม้าของราชวงศ์ชิงเป็นไปโดยยากลำบาก  แล้วยังมีชนเผ่านับสิบๆ ชนเผ่ากระจัดกระจายอยู่ตามบริเวณชายแดน  กลไกการบริหารของราชสำนักชิงจึงยังไม่อาจแผ่ขยายออกไปอย่างมีประสิทธิภาพได้  ด้วยเหตุนี้   ดินแดนทางภาคตะวันตกเฉียงใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ จึงยังคงอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของขุนพลราชวงศ์หมิงที่ได้แปรพักตร์มาเข้ากับฝ่ายราชวงศ์ชิง 3 คน ได้แก่   อู๋ซานกุ้ย   ซั่นเคอสี่ และเกิ่งจ้งหมิง   โดยอู๋ซันกุ้ยเป็นเจ้าผู้ครองอำนาจสิทธิ์ขาดเหนือมณฑลยูนนานกับมณฑลกุ้ยโจว   และดินแดนบางส่วนของมณฑลหูหนานกับมณฑลเสฉวน    ซั่งเคอสี่ครอบครองดินแดนมณฑลกวางตุ้ง และบางส่วนของเขตกวางสี   ส่วนเกิ่งจ้งหมิง ครอบครองมณฑลฝูเจี้ยน 

ภายในดินแดนที่ขุนพล 3 คนดังกล่าวปกครอง แม้ว่าราชสำนักชิงจะส่งขุนนางจากเมืองหลวงมาประจำการ   แต่ขุนพลทั้ง 3 ก็มีอำนาจสูงสุดในการปกครองบังคับบัญชาทั้งทหารและพลเรือนแต่เพียงผู้เดียว การเข้ารับราชการกับขุนพลทั้งสามก็ต้องมีการสอบไล่เหมือนเข้ารับราชการในเมืองหลวง  แล้วขุนพลทั้งสามนี้ยังมีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์กับชนเผ่าต่างๆ ที่มีถิ่นฐานทำมาหากินอยู่ในดินแดนที่ขุนพลทั้งสามปกครองด้วย  ที่สำคัญที่สุดก็คือ  มีอำนาจเก็บภาษีเอง และควบคุมการค้าโดยผูกขาดรายได้ทั้งหมด  ขณะเดียวกัน ขุนพลทั้งสามยังพยายามเรียกร้องเงินก้อนใหญ่เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทางทหารจากราชสำนักชิงตลอดมาด้วย   ยิ่งเวลาล่วงไป  แม้ว่าราชสำนักชิงจะยอมอดกลั้นต่อขุนพลทั้งสามนี้เพียงไร แต่ก็เป็นธรรมดาที่ข้อเรียกร้องต่างๆ จาก 3 ขุนพลดังกล่าว  จะไม่มีจบสิ้น  เมื่อขุนพลทั้งสามมีอายุสูงขึ้นจนถึงวัยชรา  ราชสำนักชิงก็รู้เจตนาของขุนพลทั้งสามว่า  เขาต้องการให้บุตรชายของตนได้สืบตำแหน่งเจ้าปกครองแว่นแคว้นของบิดาต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด   ต่อพฤติการณ์สามขุนพลดังกล่าว  จักรพรรดิคังซีที่อยู่ในวัยหนุ่มแน่นย่อมไม่อาจยอมรับได้    แล้วจังหวะก็มาถึงเมื่อ ซั่งเคอสี่ หนึ่งในสามขุนพลล้มป่วยทำหนังสือทูลขออนุญาตมาว่า  จะขอเกษียณอายุราชการ  ถ้าจักรพรรดิคังซีทรงอนุญาต  ก็จะขอกลับภูมิลำเนาเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย    จักรพรรดิคังซีทรงอาศัยจังหวะนี้อนุญาตให้ซั่งเคอสี่เกษียณอายุราชการทันที และทรงดำเนินการรื้อฟื้นอำนาจการปกครองของราชสำนักชิงเหนือมณฑลกวางตุ้งโดยตรงไม่รั้งรอ   เมื่ออู๋ซานกุ้ยกับเกิ่งจ้งหมิงทำหนังสือทูลขอเกษียณราชการ  เป็นทำนองลองเชิงว่า  จักรพรรดิคังซีจะทรงมีท่าทีต่อตนเช่นเดียวกับซั่งเคอสี่หรือไม่  จักรพรรดิคังซีก็ทรงให้คำตอบทำนองเดียวกัน    สามขุนพลจึงต่างรู้ดีว่า  เมื่อตนชราลงแล้ว ก็หมดความสำคัญต่อราชสำนักชิงอีกต่อไปแล้ว 

จีน---ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ 5 พันปี(26)

อาจเป็นเพราะเชื่อมั่นในกำลังรบของตน   อู๋ซานกุ้ยจึงเปิดฉากก่อกบฏต่อราชสำนักชิงก่อน   โดยประกาศไม่ยอมขึ้นกับราชสำนักชิงอีกต่อไป และเคลื่อนทัพเข้ามณฑลหูหนาน  ขณะเดียวกัน  เกิ่งจิงจง หลานชายของขุนพลเกิ่งจ้งหมิงก็ก่อการกบฏต่อราชสำนักชิงด้วย โดยผนึกกำลังรบของตนไว้ที่มณฑลฝูเจี้ยน แล้วยกทัพเข้ามณฑลเจ้อเจียง  ซั่งจือซิ่น ลูกชายของขุนพลซั่งเคอสี่ รวบรวมกำลังทหารของตน แล้วยกทัพบุกมณฑลเจียงซู  

ความจริง ถ้าอู๋ซานกุ้ยเร่งยกทัพไปพิชิตกรุงปักกิ่ง ขณะเดียวกันก็พยายามสร้างความเป็นพันธมิตรกับทางมณฑลตะวันตกเฉียงเหนือที่เคยแสดงท่าทีว่าจะร่วมมือด้วยในตอนแรก  และสามารถรักษาความสามัคคีระหว่างสามขุนพลด้วยกันไว้อย่างแน่นแฟ้น   อู๋ซานกุ้ยก็อาจพิชิตราชสำนักชิงได้  แต่แล้ว  สามขุนพลได้เกิดแตกแยกกัน ทำให้ทหารราชวงศ์ชิงสามารถระดมกำลังรบมาตั้งมั่นไว้ทางตอนเหนือของแม่น้ำแยงซีเจียง  เป็นการสกัดกั้นกำลังกบฏที่เคลื่อนขึ้นเหนือไว้ได้ทัน   หลังจากนั้นไม่นาน   อู๋ซานกุ้ยก็ล้มป่วยลงจนสิ้นใจตายไป ลูกหลานของอู๋ซานกุ้ยยังคงทำการต่อต้านราชวงศ์ชิงต่อไปอีก 3 ปี แล้วไปจนมุมถูกทหารราชวงศ์ชิงปิดล้อมจนไม่มีทางหนี   ผลที่สุดก็ฆ่าตัวตาย   สงครามสามขุนพลยุติลงในค.ศ.1681 เป็นอันว่า จักรพรรดิคังซีสามารถรวบรวมอาณาจักรจีนเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้   

(YIM/cai)

  • เสียงข่าวประจำวัน (26-11-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (26-11-2567)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (26-11-2567)

  • เสียงข่าวประจำวัน (25-11-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (25-11-2567)

崔沂蒙