ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดประกาศว่า ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2012 เศรษฐกิจไทยเติบโต 3.0% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนเศรษฐกิจมาเลเซียเติบโต 5.2% เศรษฐกิจเวียดนามเติบโต 5.35% เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโต 6.17% ขณะที่เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัวสูงถึง 7.1% ทำให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สร้างผลงานด้านเศรษฐกิจที่สูงสุดในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ อนึ่ง ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทำลายสถิติสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดตลาดด้วยดัชนี 1,324.04 จุด ถือเป็นการสร้างสถิติสูงสุดในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา
เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเติบโตอย่างร้อนแรงในไตรมาสที่ 3 ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหลายคนในประเทศอาเซียนเห็นว่า การที่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย เพิ่มการลงทุนด้านการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน รวมถึงเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวขึ้นมานั้น ถือว่าเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญต่อการนี้ นายเฉิน จิ่นหรง นักวิเคราะห์ของบริษัท S&P ประจำสิงคโปร์เห็นว่า "การเติบโตของเศรษฐกิจจีนได้ส่งผลต่อโลกภายนอกมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความพึ่งพาต่อการส่งออกไปยังจีนของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เพิ่มมากขึ้นทุกที ถ่านหินของอินโดนีเซีย ผลิตผลการเกษตรของไทยและเวียดนามจำนวนมากได้ส่งออกไปยังจีน ความต้องการของตลาดจีนได้กลายเป็นเครื่องยนต์ทรงพลังที่กระตุ้นการเติบโตของการส่งออกของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
อาเซียนได้รับผลประโยชน์มากจากการค้ากับจีน ปัจจุบัน บางประเทศอาเซียนหวังว่า การส่งออกผลิตผลการเกษตรไปยังจีนจะขยายตัวมากขึ้น ตั้งแต่เข้าสู่ปี 2012 เป็นต้นมา ปริมาณการส่งออกข้าวไปยังจีนของเวียดนามได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเร็วๆ นี้ จีนกับไทยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งออกข้าวของไทย โดยจีนตกลงจะรับซื้อข้าวไทย ซึ่งมีส่วนช่วยต่อการผ่อนคลายแรงกดดันที่เกิดจากปริมาณข้าวเก็บสำรองในคลังของไทยมีมากเกินความจำเป็น
การดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนได้กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้านการท่องเที่ยวของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน เมื่อต้นปี 2012 ไทยได้ตั้งเป้าหมายว่า จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 2 ล้านคนไปเที่ยวเมืองไทย ขณะนี้นับได้ว่าได้บรรลุเป้าหมายนี้ด้วยความสำเร็จแล้ว พร้อมกับการค้าและการลงทุนระหว่างจีนกับอาเซียนได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว การชำระเงินกลายเป็นเวทีร่วมมือใหม่ระหว่างสองฝ่าย เมื่อเร็วๆ นี้ นายสุวัชชัย ทรงวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารกรุงเทพสาขาประเทศจีนเผยแพร่บทความผ่านหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นว่า เนื่องจากมีการเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการค้าของจีนอย่างใกล้ชิด ประเทศอาเซียนมีความสนใจเป็นพิเศษต่อการชำระเงินด้วยเงินหยวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับการค้าระหว่างประเทศ
Ying/feng