ชาวตะวันตกหรือประชาชนของประเทศพัฒนามีระบบประกันทางสังคมที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เลยไม่ต้องเป็นห่วงการดำรงชีวิตประจำวันมากนัก แต่สำหรับชาวจีน ทุกวันนี้ยังต้องวุ่นวายกับปัญหาการดำรงชีวิตหลายประการ เช่นการศึกษาของลูก การซื้อบ้านอยู่อาศัย การใช้ชีวิตในวัยชรา การซื้อรถ นอกจากนี้ ยังมีการบริโภคประจำวัน ส่วนวิธีบริหารการเงินของคนจีนในปัจจุบัน ที่สำคัญมีการซื้อประกันภัย การซื้อหุ้น การฝากเงินในธนาคาร และซื้อผลิตภัณฑ์บริหารเงินจากธนาคาร
นอกจากนี้ สำหรับครอบครัวที่ร่ำรวย การอพยพไปต่างประเทศก็เป็นการลงทุนหรือวิธีการเก็บเงินอย่างหนึ่ง ในกลุ่มเศรษฐีจีนที่มีทรัพย์สินกว่า 100 ล้านหยวนนั้น มี 40% อยากอพยพไปสหรัฐฯ รองลงมาคือแคนาดา สิงคโปร์และยุโรป วิธีง่ายที่สุดและโดยตรงที่สุด ก็คือการซื้ออสังหาริมทรัพย์นั่นเอง หลังจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์และพัฒนาเศรษฐกิจ บางประเทศประกาศนโยบายส่งเสริมให้ชาวต่างชาติซื้อบ้าน และอนุมัติให้ผู้ที่ลงทุนซื้อบ้านตลอดจนทั้งครอบครัวอพยพไปอยู่ในประเทศนั้นได้ตามกฎหมาย และได้รับสวัสดิการเหมือนประชาชนของประเทศนั้นๆ ด้วย
บ้านอยู่อาศัยในสเปน
สำหรับชาวจีนที่มีรายได้ดี เงื่อนไขของบางประเทศก็ไม่สูงมาก เช่นประเทศสเปน ถ้าชาวต่างชาติลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่กำหนดอย่างน้อย 100,000 ยูโร และทั้งครอบครัวย้ายไปอยู่ที่สเปน ก็สามารถได้สถานภาพพลเมืองถาวรหลังจากพำนักอยู่ในสเปนครบ 5 ปี ใช้สวัสดิการทางสังคมทั้งหมดเหมือนประชาชนสเปน ส่วนลูกสามารถเข้ามหาวิทยาลัยของสเปนและประเทศยุโรปอื่นๆ ได้สบาย แต่บางประเทศไม่มีเงื่อนไขดีๆ เหมือนสเปน จึงเริ่มปรับเงื่อนไขเพิ่มความเข้มงวดสำหรับชาวต่างชาติ เช่นออสเตรเลียและอังกฤษ ก็ไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการซื้อบ้านเพื่ออพยพ ส่วนสิงคโปร์ เมื่อไม่กี่ปีก่อน ยังมีนโยบายว่า ชาวต่างชาติซื้อบ้านแล้วก็สามารถอพยพไปอยู่ในสิงคโปร์ได้ ผู้ยื่นขอต้องเสียเงิน 1 ล้านเหรียญสิงคโปร์ซื้อบ้าน แล้วเพิ่มอีก 1 ล้านเหรียญสิงคโปร์ซื้อกองทุนการลงทุนของผู้อพยพที่รัฐบาลกำหนดไว้ เมื่อถึงปี 2011 ชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ซื้อบ้านอยู่อาศัยของสิงคโปร์มากที่สุดในจำนวนชาวต่างชาติที่ซื้อบ้านในสิงคโปร์ ทำให้รัฐบาลสิงคโปร์ต้องปรับนโยบาย เพิ่มเงินทุนถึง 2.5 ล้านเหรียญสิงคโปร์

บ้านอยู่อาศัยในสังคโปร์
นอกจากการฝากเงิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อหุ้น หรืออพยพไปต่างประเทศแล้ว ยังมีวิธีการเก็บเงินอีกอย่างหนึ่งที่ชาวจีนนิยมกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ คือซื้อทองคำ แต่ไหนแต่ไรมา ราชวงศ์ต่างๆ ก็มีประวัติศาสตร์เก็บทองคำ เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน คลังรัฐบาลของจีนมีทองคำประมาณ 5 ล้านออนซ์ แต่ในสมัยเดียวกัน จักรวรรดิเปอร์เซียโบราณมีทองคำเพียง 1% ของจีน แม้จักรวรรดิโรม ก็มีทองคำเพียงประมาณ 8% ของจีนโบราณเท่านั้น ดังนั้น จีนโบราณน่าจะเป็นสถานที่ที่เก็บทองคำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก

ทองคำก็ยังเป็นทางเลือกเพื่อรับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อของชาวจีนปัจจุบัน ทองคำก็ยังเป็นทางเลือกเพื่อรับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อของชาวจีน เนื่องจากตลาดหุ้นไม่มั่นคง และตลาดอสังหาริมทรัพย์มีเงื่อนไขบังคับเพิ่มมากขึ้น ชาวจีนจึงพากันลงทุนในทองคำมากขึ้น เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เครื่องขายทองคำอัตโนมัติเครื่องแรกของจีนเริ่มให้บริการที่กรุงปักกิ่ง สมาคมทองคำโลกประกาศว่า จีนเป็นประเทศบริโภคทองคำใหญ่ที่สุดในโลก และจีนต้องการเครื่องประดับทองคำเพิ่มขึ้น 21% ต่อปี ชาวจีนเวลาแต่งงาน หรือมอบของขวัญ นิยมส่งเครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำ ทั้งสวย และมีมูลค่าสูง ซึ่งสามารถป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อได้ ดังนั้น แม้ว่าราคาทองจะแพง ซึ่งปัจจุบันในตลาดจีนคิดประมาณ 350 หยวนต่อกรัม แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการซื้อทองของชาวจีน
ไม่ทราบว่าวิธีการเก็บเงินของท่านผู้ฟังเป็นอย่างไร แต่ไม่ว่าซื้อบ้าน ซื้อทองหรือฝากเงินที่ธนาคารเฉยๆ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่เป็นหลักประกันสำหรับชีวิตในอนาคตของเรา ดังนั้น ถ้ามีเงินเหลือใช้ ลองทำการลงทุนบ้างก็น่าจะดี


















