ทำไมคนจีนชอบฝากเงินที่ธนาคาร
  2012-07-10 18:21:16  cri

คนจีนมีฉายาว่า "ชาวยิวตะวันออก" เพราะว่าพ่อค้าจีนฉลาด หาเงินเก่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้รับความยอมรับกันโดยทั่วไปแล้ว ปัจจุบันทั่วโลกมีนักธุรกิจชาวจีนประมาณ60,000,000 คน กระจายอยู่ใน 170 กว่าประเทศ ไม่ว่าในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลียหรือไทย ไชน่าทาวน์ก็เป็นสถานที่สำคัญของท้องถิ่นนั้นๆ คนจีนมีท่าทีสุขุมรอบคอบมากในการประกอบธุรกิจ เวลาทำการลงทุน ไม่ว่ามีความมั่นใจขนาดไหน ก็ไม่ตัดสินใจทันที ต้องกลับไปปรึกษาให้มั่นใจที่สุดก่อนจะลงนามในหนังสือสัญญา นอกจากนี้ คนจีนยังไม่ชอบติดหนี้ ถ้าต้องติดหนี้คนอื่น จะต้องพยายามคืนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

คนจีนชอบฝากเงินที่ธนาคาร

คุณทราบไหมคะว่า ในโลกปัจจุบัน คงไม่มีประชาชนประเทศใดประเทศหนึ่งชอบฝากเงินเหมือนคนจีนเลย กล่าวได้ว่า การฝากเงินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนจีนอยู่แล้ว เมื่อมีเงิน คนจีนจะเอาส่วนหนึ่งไปฝากที่ธนาคารก่อน แม้ว่าปีหลังๆ นี้ รัฐบาลใช้มาตรการกระตุ้นการบริโภค และคนวัยเยาว์ก็ยินดีใช้เงินไปซื้อของ ท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่ตนเองชอบมากขึ้น แต่การฝากเงินก็ยังเป็นกระแสหลัก และคนจีนชอบฝากเงินประจำ เพราะมีดอกเบี้ยสูงกว่า และสามารถช่วยป้องกันการสิ้นเปลืองได้ด้วย ธนาคารประชาชนจีนประกาศผลการสำรวจระบุว่า ผู้ที่ได้รับการสำรวจ 33.4% จะเอาเงินที่เหลือไปฝากที่ธนาคาร

ดูจากสภาพรวมทางเศรษฐกิจ ยอดปริมาณเงินฝากของคนจีนมากกว่าครึ่งหนึ่งของมวลรวมการผลิตภายในประเทศหรือจีดีพีเสียอีก ผู้เชี่ยวชาญบางคนเห็นว่า คนจีนมักตั้งเป้าหมายของยอดเงินฝาก คิดว่าเมื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ถึงจะซื้อบ้าน ซื้อรถได้ ไปรักษาพยาบาลได้ และส่งลูกไปเข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ ได้ ดังนั้น เมื่อขจัดปัจจัยเงินเฟ้อแล้ว แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารอาจไม่ค่อยถูกใจ แต่การฝากเงินที่ธนาคารก็ยังคงเป็นวิธีการเก็บเงินสำคัญที่สุดของคนจีนส่วนใหญ่

ตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา อัตรากการฝากเงินของจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน อัตราการฝากเงินของจีนสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของทั่วโลก 1 เท่ากว่า คืออัตราการฝากเงินเฉลี่ยของโลกเป็น 25% แต่ของจีนเป็น 56% แทนที่เมื่อการเพิ่มขึ้นของเงินฝาก ย่อมจะทำให้การบริโภคลดลง แต่ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือซีพีไอเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินลดลงเรื่อยๆ เช่นการฝากเงิน 10,000 หยวนเป็นเวลา 1 ปีก็จะสูญเสียหลายร้อยหยวน สถานการณ์เช่นนี้ทำให้คนจีนมากยิ่งขึ้นอยากเปลี่ยนความเคยชินการฝากเงิน หันไปแสวงหาหนทางการลงทุนอื่นๆ แต่เป็นเรื่องที่ทำไม่ง่าย

การเปลี่ยนความเคยชินการฝากเงินไม่ใช่เรื่องง่าย

บางคนบอกว่า คนจีนมีการบริโภคด้วยเช่นกัน เพราะว่าปัจจุบันประเทศจีนกลายเป็นตลาดบริโภครถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกแล้ว ในปี 2010 ยอดปริมาณการผลิตและการขายรถยนต์ที่ผลิตในจีนต่างมากกว่า 18,000,000 คัน ทำให้จีนเป็นประเทศปริโภครถยนต์ใหญ่อันดับที่ 2 ของโลก ถัดลงมาจากญี่ปุ่น และนำหน้าสหรัฐฯ แล้ว แต่ถ้าเทียบกับยอดปริมาณเศรษฐกิจของจีนแล้ว คนจีนใช้เงินน้อยเกินไป เพราะยอดการบริโภคมี 35% ของจีดีพี เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของสหรัฐฯ และต่ำกว่าประเทศเอเชียจำนวนมากด้วย แต่อัตราการฝากเงินของจีนกลับเพิ่มขึ้นจาก 36% ของปี 1996 เป็น 52% ของปี 2011

ตรงกันข้ามกับต่างประเทศ คือกลุ่มคนที่ฝากเงินมากที่สุดเป็นกลุ่มคนวัยฉกรรจ์ แต่ในประเทศจีน ครอบครัววัยเยาว์และคนที่อยู่ในวัยเกษียญเป็นกลุ่มคนที่ฝากเงินในธนาคารมากที่สุด ส่วนกลุ่มคนในวัยประมาณ 40 ปีมีเงินฝากน้อยที่สุด สาเหตุสำคัญก็คือ ในประเทศจีน การประกันการรักษาพยาบาล การประกันชราภาพ การประกันทางสังคม และผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้บริโภคยังไม่สมบูรณ์ ทำให้คนจีนส่วนใหญ่มีความไม่แน่นอนและห่วงใยต่ออนาคต จึงจำเป็นต้องฝากเงินให้มากๆ เพื่อรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในชีวิตต่อไป

 อัตราการฝากเงินของชาวจีนสูงมาก

แต่เนื่องด้วยปัจจัยเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยลดลงเรื่อยๆ ทำให้คนจีนวัยเยาว์จำนวนมากขึ้นเปลี่ยนแนวคิดและค่านิยมใหม่ พวกเขาคิดว่า น่าจะเลียนแบบชาวอเมริกันและชาวยุโรป ใช้เงินไปบริโภคจะดีกว่าฝากเงินที่ธนาคารให้มันลดค่าลงเรื่อยๆ หนังสือพิมพ์เดลีย์ เมล์ (Dailymail) ของอังกฤษรายงานเมื่อเดือนตุลาคมปี 2011 ว่า เนื่องจากเศรษฐกิจถดถอย อัตราว่างงานสูงขึ้น ทำให้อัตราการฝากเงินของชาวอังกฤษเพิ่มขึ้นถึง 7.4% แต่อัตรานี้ยังต่ำกว่างชาวจีนอย่างมาก ธนาคารลอยด์(Lloyd's Bank)ของอังกฤษประกาศผลสำรวจว่า ในอังกฤษ แต่ละครอบครัวมีเงินฝากหรือลงทุนที่ธนาคารเพียงประมาณ 5,000 ปอนด์ แต่ในประเทศจีน มากกว่า 19,000 ปอนด์ ชาวอังกฤษเอา 7% ของรายได้ไปฝากที่ธนาคาร แต่ของชาวจีนคือ 47%

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040