
ด้านหนึ่งหลุมฝังศพราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ จนผู้คนพากันบ่นว่า"ตายไม่ลง" อีกด้านหนึ่งหลุมศพราคาถูกไม่มีคนซื้อ สาเหตุสำคัญคือ ความคิดโบราณของคนจีนที่ถือฮวงซุ้ยเป็นเรื่องใหญ่ นอกจากนี้ ตัวเลขจากกระทรวงกิจการพลเรือนแสดงว่า ประชากรมากถึง 1,300 ล้านคน แต่สุสานมีเพียง 3,000 กว่าแห่ง ทำให้อุปสงค์กับอุปทานไม่สมดุลกัน เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น ออสเตรเลีย มีประชากรเพียง 20 ล้านคน แต่มีสุสานสาธารณะเกือบ 10000 แห่ง ส่วนสหรัฐอเมริกามีประชากรกว่า 200 ล้านคน มีสุสานสาธารณะประมาณ 50,000 แห่ง แสดงว่า ธุรกิจสุสานและฌาปนสถานของจีนยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
คนเยอะ ที่ดินน้อย มิเพียงแต่เป็นปัญหาด้านการเกษตรเท่านั้น หากยังเป็นปัญหาที่ธุรกิจสุสานและฌาปนสถานต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากพื้นที่ฌาปนสถานมีจำกัดและสุสานมีจำนวนน้อย สุสานบางแห่งจึงเก็บที่ดินเอาไว้ขึ้นราคา แต่ละปีขายหลุมศพในจำนวนจำกัด เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาสุสานแพงขึ้นเรื่อยๆ หากพื้นที่ในสุสานไม่สามารถได้รับการใช้สอยแบบหมุนเวียนได้ 10 ปี หรือ 20 ปีให้หลัง ก็จะไม่ค่อยเหลือพื้นที่ว่างแล้ว เมื่อสุสานต่างๆ ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรหลังจากพื้นที่ถูกใช้จนหมด จึงมีทางเดียวเท่านั้นคือเก็บที่ดินเอาไว้ ซึ่งทำให้ราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากราคาหลุมฝังศพที่แพงยิ่งกว่าราคาบ้านพักอาศัยแล้ว ทุกๆ ขั้นตอนของธุรกิจสุสานและฌาปนสถานก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม เช่น ราคากล่องหรือโถบรรจุอัฐิที่ตั้งราคาไว้กว่า 100,000 หยวน แต่ที่จริงแล้วกำไรมากถึง 10 กว่าเท่า นอกจากนี้ เครื่องเซ่นไหว้ก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จากขนม ผลไม้และดอกไม้ มาเป็นโทรศัพท์ไอโฟน ไอแพด โน๊ตบุ๊ค รถเก๋ง และของใช้ที่ทันสมัยต่างๆ ซึ่งทำด้วยกระดาษ บางคนซื้อไอโฟนแล้วยังต้องซื้อซองและเครื่องชาร์จด้วย เพื่อความสะดวกและต่อเนื่องของการสื่อสารกับคนอยู่ใต้ดิน สรุปแล้วคือ ชาวจีนส่วนใหญ่ยังคงมีความคิดดั้งเดิมเกี่ยวกับเรื่องฌาปนกิจ เป็นสาเหตุสำำคัญที่ทำให้ธุรกิจด้านนี้ถือโอกาสเก็งกำไร แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องฌาปนกิจถือเป็นกิจการเชิงสาธารณประโยชน์ ไม่ควรปล่อยให้ตกเป็นธุรกิจเพื่อค้ากำไรอย่างเดียว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออกมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น อีกทั้งส่งเสริมให้ประชาชนค่อยๆ ยอมรับวิธีการฝังอัฐิแบบใหม่ที่ประหยัดพื้นที่และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
และสิ่งสำคัญกว่าคือ การปรนนิบัติดูแลพ่อแม่อย่างดีตอนพ่อแม่มีชีวิตอยู่ ดีกว่าการซื้อสุสานแพงๆ เพื่อความมีหน้ามีตาของตนหลังพ่อแม่จากไปแล้ว


















