
ที่นี่สถานีวิทยุซีอาร์ไอ สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการประเด็นวันนี้
ท่านผู้ฟังครับ ใครก็อยากมีสุขภาพที่แข็งแรง และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ถ้ามีปัญหาสุขภาพ ก็ต้องรีบไปหาหมอ ชาวบ้านทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุล้วนต้องการมีที่รักษาพยาบาลในยามที่มีปัญหาสุขภาพ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลของแต่ละประเทศจึงต่างใช้ความพยายามในการจัดตั้งระบบประกันสุขภาพทางสังคมที่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่และทุกกลุ่มชนภายในประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ฟังหลายๆ ท่านส่งอีเมล์หรือโทรศัพท์มาสอบถามเรื่องระบบประกันสุขภาพทางสังคมของจีน โดยอยากทราบว่า จีนมีระบบประกันสุขภาพหรือเปล่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของประชาชนทั่วไปในจีนแพงแค่ไหน
เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวซีอาร์ไอไปสัมภาษณ์ป้าถาง ผู้ป่วยไตวายคนหนึ่ง ในรายการครั้งนี้ เราจะเล่าประสบการณ์การรักษาพยาบาลของป้าคนนี้ให้ทุกท่านฟัง อาจช่วยให้ผู้ฟังที่สนใจประเด็นนี้เข้าใจระบบประกันสุขภาพทางสังคมของจีนมากขึ้น
ป้าถางปีนี้อายุ 67 ปี บ้านเธออยู่ที่เขตต้าซิง ทางใต้ของกรุงปักกิ่ง เธอเคยเป็นพนักงานขายของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงปักกิ่ง ปัจจุบันเธอปลดเกษียณแล้ว ส่วนลุงเฉิง สามีเธอเคยทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ปัจจุบัน ปลดเกษียณแล้วเช่นกัน คุณป้าและคุณลุงมีลูกสาวคนเดียว ลูกสาวมีครอบครัวของตนแล้ว

คุณลุงและคุณป้ามีค่าครองชีพเพียงคนละประมาณ 2,000 หยวนต่อเดือน รายได้ของทั้งสองคนรวมกันยังไม่ถึง 5,000 หยวน เมื่อสามปีที่แล้ว ป้าถางมีอาการหายใจลำบาก คนในบ้านจึงรีบนำป้าถางไปโรงพยาบาล หมอวินิจฉัยว่า ป้าถางเป็นโรคไตวาย ซึ่งมีอันตรายต่อชีวิต ต้องรักษาทันที นางเฉิง ลูกสาวของคุณป้าเล่าให้ผมฟังว่า มีอยู่วันหนึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว คุณแม่บอกว่า รู้สึกไม่สบาย หายใจลำบาก เธอและคุณพ่อจึงรีบนำท่านไปโรงพยาบาลทันที หลังผ่านการตรวจหลายอย่าง หมอบอกว่า คุณแม่เป็นโรคไตวาย ต้องรักษาทันที หลังได้รับการรักษาเป็นเวลาหลายวัน คุณแม่มีอาการดีขึ้น แต่หมอบอกว่า จากนี้ไปต้องมารับการรักษาล้างไตเป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพราะคุณแม่เป็นโรคไตวายขั้นรุนแรง ถ้าไม่รับการรักษา อาการจะทรุดหนัก และป็นอันตรายต่อชีวิต
นางเฉิง ยังบอกว่า เมื่อได้ยินว่าคุณแม่ต้องรับการรักษาล้างไตเป็นประจำ คุณพ่อรู้สึกตกใจ แก้วน้ำที่ถืออยู่ในมือตกลงพื้น และนิ่งอยู่ตั้งนานจึงค่อยๆ พูดขึ้นมาด้ายสายตาเหม่อลอยว่า จะทำอย่างไรดี
เมื่อเร็วๆ นี้ ลุงเฉิงให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว และเล่าถึงความรู้สึกนึกคิดในขณะนั้น
ลุงเฉิงบอกว่า ค่ารักษาการฟอกเลือดผ่านเครื่องไตเทียมนั้นแพงมาก สูงถึงครั้งละ 500 หยวน หากทำตามหมอสั่ง จะต้องทำเดือนละ 12 ครั้ง นี่หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉพาะรายการนี้รายการเดียวจะสูงถึงเดือนละกว่า 6,000 หยวน แต่รายได้ทั้งคู่รวมแล้วยังไม่ถึงเดือนละ 5,000 หยวน จึงไม่รู้จะทำอย่างไรได้ คุณลุงบอกว่า ตอนนั้นคิดในใจว่า ถ้าไม่มีทางออกจริงๆ ก็คงต้องรอตายอย่างเดียว


















