
เมืองอุรุมชีหรือภาษาจีนอ่านว่า อูหลู่มู่ฉี เป็นเมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางภาคตะวันตกของจีน ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง อาทิ ภูเขาเทียนซาน เขตทะเลทรายโกบี ซากโบราณสถานต่างๆ กระทั่งภูเขาไฟที่พระถังซัมจั๋งเคยเดินทางผ่านมาในเรื่องไซอิ๋ว เป็นต้น
ส่วนปีหลังๆ นี้ ที่เขตซินเจียงมีเกิดเหตุการณ์วุ่นวายหรือเหตุการณ์ก่อการร้ายของกลุ่มหัวรุนแรงชาวอุยกูร์ในท้องถิ่นหลายราย ทำให้ชาวโลกมีทั้งข้อสงสัยและความสนใจเกิดขึ้นพร้อมกันมากว่า ซินเจียงปัจจุบันเป็นอย่างไรกันแน่

จึงมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศพากันไปเยี่ยมชมเขตนี้ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สื่อมวลชนสหรัฐฯ ออกบทความชี้ว่า หัวใจที่คึกคักของภูมิภาคเอเชียกลางไม่ใช่เมืองซามาร์คันต์ (Samarkand) หรือเมืองบุครา (Bukhara) ของอุซเบกีสถานในนิทานอาหรับราตรี ที่จริงแล้ว ศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ไม่ใช่อยู่ในเอเชียกลาง แต่คืออยู่ในจีนนั่นเอง
ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์ของนิตยสาร The Atlantic monthly ของสหรัฐฯ ออกบทความว่า เขตซินเจียงและเขตทิเบตประกอบขึ้นเป็นเขตทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน และเมืองอุรุมชีเมืองเอกของเขตปกครองตนเองอุยกูร์ซินเจียงเป็นเมืองใหญ่ที่คึกคักมาก กล่าวได้ว่าเป็นเมืองใหญ่ระดับสากล ที่ตั้งอยู่กลางทางระหว่างนครเซี่ยงไฮ้ ที่อยู่สุดภาคตะวันออกเอเชีย กับกรุงอิสตันบูลที่อยู่สุดภาคตะวันตกของเอเชีย

เมืองอุรุมชีดูเหมือนเป็นเมืองอุตสาหกรรมทั่วไปของจีน แต่เมื่อเข้าถึงเมืองนี้และดูป้ายโฆษณาหรือป้ายบอกทางริมถนนจะสังเกตได้ว่า มีการใช้ภาษาหลายอย่างปะปนกัน อาทิ ภาษาจีน อุยกูร์ รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน เป็นต้น ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่า เมืองอุรุมชีคงไม่ใช่เมืองใหญ่ธรรมดาของจีนแล้ว แต่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียกลางที่กำัลังฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองอยู่
เมื่อเดินตามท้องถนน ในตลาดใหญ่ที่จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้าและเครื่องใช้ในครัว ในโรงอาบน้ำที่เปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งพ่อค้ามาจากที่ต่างๆ ใช้เป็นสถานที่พักค้างแรมราคาถูกนั้น จะได้เห็นสัญลักษณ์ความหลากหลายของอุรุมชี อย่างเช่น พ่อค้าจากเมืองเปชวาร์ (Peshawa) ของปากีสถานกำลังต่อรองราคากับพ่อค้าจากเมืองกว่างโจว คนขับรถตู้จากอิหร่านกำลังใช้ภาษาอาหรับคุยกับชาวทาจิกีสถาน บางทียังจะได้เห็นนักธุรกิจจากเมืองมุมไบ (Mumbai) ของอินเดียหรือคนไทยจากกรุงเทพฯ กำลังต่อรองราคากับชาวอุยกูร์ท้องถิ่น ที่จำหน่ายสินค้าผลิตจากเมืองเซินเจิ้นเมืองทางภาคใต้ของจีน

พวกเขาเดินทางมาที่นี่ต่างมีเป้าหมายหนึ่งเดียวคือ ทำการค้า เมืองอุรุมชีเป็นเมืองใหญ่ที่ห่างจากมหาสมุทรไกลมากที่สุดของโลก แต่มีสินค้าเกือบทุกยี่ห้อที่จีนผลิต เพียงแต่ว่าหีบห่อเรียบง่ายกว่าเท่านั้น
ปัจจุบัน ข้อมูลสถิติด้านจำนวนประชากรจากทางการเมืองอุรุมชีคือประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งชาวฮั่นครองสัดส่วนมากสุด หมิใช่ชาวอุยกูร์ แต่ในความจริงแล้ว จำนวนประชากรคงมากกว่าจำนวนดังกล่าว ซึ่งมวลรวมการผลิตหรือจีดีพีเฉลี่ยต่อคนเป็นประมาณ 8,600 เหรียญสหรัฐฯ เกือบเป็น 1.5 เท่าของตัวเลขเฉลี่ยของทั่วประเทศจีน
นอกจากนี้ เมืองนี้ยังแบกรับหน้าที่เป็นเขตชุมทางทางรถไฟและท่อส่งน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของจีน เพื่อเชื่อมต่อเมืองสำคัญของจีนกับเมืองใหญ่ของเอเชียกลาง รัสเซียและภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้น การมีนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาถึงเมืองนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ธรรมดา
บทความระบุว่า กรุงปักกิ่งได้เห็นถึงความสำคัญของฐานะเมืองระดับสากลของเมืองอุรุมชี ช่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ลงทุนและระดมทรัพยากรจำนวนมากเพื่อจัดงานแสดงสินค้าจีน – เอเชียและยุโรป นี่เป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเชียกลาง
โดยเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ.2555) นายกรัฐมนตรีจีนและผู้นำหลายคนจากประเทศเอเชียกลาง ปากีสถาน ตุรกี กระทั่งมัลดีฟส์ประเทศของมหาสมุทรแปซิฟิก ได้เดินทางมาเข้าร่วมพิธีเปิดงานแสดงสินค้าและกล่าวคำปราศรัยด้วย ระหว่างงานแสดงครั้งนี้ มีการเซ็นสัญญาการค้ามูลค่ารวมกว่าหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ
สัญญาเหล่านี้ครอบคลุมสินค้าหลากหลายชนิด อาทิ หมวกหนังแพะของคีร์กีซสถานตลอดจนรถแทรกเตอร์ของจีน เป็นต้น ส่วนชาวอัฟกานิสถานมาค้าแร่ ชาวคาซัคสถานค้าน้ำมันปิโตรเลี่ยม ซึ่งผู้นำทางการซินเจียงได้เน้นย้ำถึงโอกาสการค้าการลงทุนของซินเจียงหลายต่อหลายครั้ง และว่างานแสดงสินค้าในปีนี้จะจัดขึ้นในเดือนกันยายน
บทความยังชี้ให้เห็นว่า ในสายตาของรัฐบาลสหรัฐฯ อุรุมชีซึ่งอยู่ห่างไกลจากสหรัฐฯ นั้น ก็มีความสำคัญมากขึ้นในยุทธศาสตร์การวางแผนภูมิภาคเอเชียกลางของสหรัฐฯ หลังจากทหารสหรัฐฯ ถอนออกจากอัฟกานิสถานแล้ว รัฐบาลโอบามาได้กำหนดนโยบายสำคัญของเอเชียกลางคือ "สร้างเส้นทางสายไหมใหม่" เพื่อให้เศรษฐกิจของภูมิภาครวมเป็นหนึ่งเดียว สร้างอัฟกานิสถานให้เป็นชุมทางทางการค้าและการจราจร
แต่ยุทธศาสตร์ของกรุงวอชิงตันที่วางเส้นทางจากเหนือลงไปสู่ใต้นั้น คงไม่น่ามองข้ามข้อเท็จจริงอย่างหนึ่ง คือ การค้าของเอเชียกลางมักจะเป็นการค้าแบบทิศตะวันออกไปสู่ทิศตะวันตก และมีศูนย์กลางการค้าสำคัญในระหว่างทางแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ เมืองอุรุมชี
(Yim/Lin)


















