
เมืองอุรุมชีหรือภาษาจีนอ่านว่า อูหลู่มู่ฉี เป็นเมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางภาคตะวันตกของจีน ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง อาทิ ภูเขาเทียนซาน เขตทะเลทรายโกบี ซากโบราณสถานต่างๆ กระทั่งภูเขาไฟที่พระถังซัมจั๋งเคยเดินทางผ่านมาในเรื่องไซอิ๋ว เป็นต้น
ส่วนปีหลังๆ นี้ ที่เขตซินเจียงมีเกิดเหตุการณ์วุ่นวายหรือเหตุการณ์ก่อการร้ายของกลุ่มหัวรุนแรงชาวอุยกูร์ในท้องถิ่นหลายราย ทำให้ชาวโลกมีทั้งข้อสงสัยและความสนใจเกิดขึ้นพร้อมกันมากว่า ซินเจียงปัจจุบันเป็นอย่างไรกันแน่

เมืองอุรุมชีสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิงแห่งจักรพรรดิเฉีนหลงฮ่องเต้ เพื่อปกป้องเขตชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจีนในเวลานั้น
เฉียนหลงฮ่องเต้ตรัสสั่งให้ขยายค่ายทหารที่ประจำการในเขตนี้ให้กลายเป็นเมืองขึ้นและตั้งชื่อว่า "ตี๋หว้า"
เหตุที่ต้องสร้างเมืองนี้ขึ้นมา เพราะว่าในสมัยโบราณ เขตซินเจียงเป็นเขตทุรกันดารมาก มีประชากรน้อยมากทีเดียว ดังนั้น จำเป็นต้องเกณฑ์ทหารจากเขตแดนชั้นใน แต่ทหารเหล่านี้ก็ต้องเดินทางหลายพันกิโลเมตรกว่าจะมาถึงที่นี่ ทหารที่แต่งงานแล้ว จะให้ภรรยาและลูกหลานมาหาเป็นเรื่องยากมาก ส่วนทหารที่ยังไม่แต่งงานก็ห่วงเรื่องการมีคนรัก จึงมีทหารหนีกลับบ้านจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อให้นายบรรดาทหารสามารถประจำการอย่างเป็นถาวรในเขตนี้ จึงมีการสร้างเมืองขึ้นและระดมประชาชนจากท้องที่ต่างๆ ของเขตแดนชั้นในย้ายมาดำรงชีวิตอย่างเป็นปกติในเมืองนี้ด้วย เวลานั้นเป็นเมืองที่สร้างขึ้นด้วยดินเหนียว เขตเมืองเล็กมาก แต่มีชนเผ่าหลายชนเผ่ามาชุมนุมกันในนี่
เมื่อปี 1949 (พ.ศ. 2492) จีนใหม่สถาปนาขึ้น ช่วงนั้น พื้นที่ของเมืองอุรุมชีไม่ถึง 10 ตารางกิโลเมตร บ้านพักส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังเตี้ยๆ และมีตึกเล็กๆ ไม่กี่ตึก เกือบไม่มีโรงงานสักแห่ง จนถึงเมื่อทศวรรษปี 1980 ในเมืองยังมีแต่ถนนเล็กและแคบ รถม้าวิ่งในตัวเมืองและมีขี้ม้ากระจายตามท้องถนน

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมๆ กับยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตภาคตะวันตกแห่งชาติและการดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน เมืองอุรุมชีได้พัฒนาขึ้นมาจากเมืองเอกที่อยู่สุดทิศตะวันตกของจีน กลายมาเป็นเมืองแนวหน้าแห่งการเปิดประเทศของจีน
ซึ่งทางการเมืองอุรุมชีมีความมั่นใจและเสนอคำขวัญเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจเหมือนกับเมืองใหญ่อื่นๆ ของจีนว่า จะสร้างเมืองนี้ให้เป็นฐานที่มั่นแห่งอุตสาหกรรมการผลิตที่ทันสมัยของเอเชียกลาง ฐานที่มั่นแห่งความร่วมมือด้านพลังงานและทรัพยากรของเอเชียกลาง ฐานที่มั่นแห่งการแปรรูปการค้าการส่งออกของเอเชียกลาง ตลอดจนเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การบริการ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและฟอรั่มความร่วมมือของเอเชียกลาง
ข้อมูลสถิติทางการซินเจียงปรากฏว่า เมื่อปี 1999 (พศ.2542) มวลรวมการค้าต่างประเทศของซินเจียงเป็น 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จนถึงปี 2009 (พ.ศ 2552) เพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถึงปี 2011 (พ.ศ.2554) เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจนถึง 2012 (พ.ศ.2555) เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านเหรียญสหรัญฯ
(Yim/Lin)


















