ปีหลังๆ นี้ มีศัพท์หนึ่งที่ดึงดูดความสนใจจากสังคมจีนมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็คือ "เขิ่น เหล่า จู๋" (啃老族) ภาษาอังกฤษเรียกว่า NEET ซึ่งเป็นอักษรย่อจาก "Not in Education, Employment or Training" แปลเป็นภาษาไทยคือ กลุ่มคนในวัยแรงงานที่ไม่ได้อยู่ระหว่างเรียนหรือศึกษาต่อ ทำงาน หรืออบรมใดๆ

"เขิ่น เหล่า จู๋" (啃老族)
China Newsweek บอกว่าพวกนี้คือ"คนว่างงานด้วยความสมัครใจ" แต่ยังต้องพึ่งพาพ่ออาศัยแม่ในเรื่องที่อยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต คำว่า NEET เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ แล้วค่อยๆ แพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ ในอังกฤษเป็นกลุ่มคนอายุประมาณ 16-18 ปี ในญี่ปุ่นหมายถึงกลุ่มคนอายุระหว่าง 15-34 ปี คนเหล่านี้ใช่ว่าหางานทำไม่ได้ แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่อยากทำงาน อยากอยู่ที่บ้านสบายๆ อาศัยพ่อแม่ตลอด ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ในประเทศจีน คนกลุ่มนี้มีอายุระหว่าง 23-30 ปี มักถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มที่ยัง "ไม่หย่านม" หรือ ลูกแหง่
ในจีน กลุ่มคน"เขิ่น เหล่า จู๋" หรือชาว NEET มักแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
ประเภทที่1. มีงานทำ มีรายได้ และสามารถจ่ายค่าครองชีพแก่พ่อแม่ได้ทุกเดือน แต่ยังต้องพึ่งพาให้พ่อแม่ออกเงินช่วยซื้อบ้าน ซื้อรถหรือของแพงแบรนด์หรู
ประเภทที่ 2 . มีงานทำ มีรายได้ พักอยู่กับพ่อแม่แต่ไม่ให้ค่าใช้จ่ายใดๆ บางคนแต่งงานแล้วก็ยังไม่ยอมย้ายออกไปสร้างครอบครัวของตัวเอง
ประเภทที่ 3. ว่างงาน การกินการอยู่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ทั้งหมด อีกส่วนหนึ่งคือให้พ่อแม่ลงทุนทำธุรกิจ แต่ล้มเหลว จึงต้องกลับบ้านมาอาศัยพ่อแม่ต่อไป
สาเหตุที่ทำให้สังคมจีนมีกลุ่มคน "เขิ่น เหล่า จู๋" จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น มีหลายประการ เช่นผู้ที่ได้รับการศึกษาระดับสูงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี นักศึกษาที่จบการศึกษาแล้ว ถ้ายังไม่ได้งานที่ตรงกับวิชาศึกษาหรือความคาดหวัง จึงสมัครใจว่างงานก่อนหรือไปทำงานชั่วคราว อีกส่วนหนึ่งอยากได้งานที่มีรายได้สูง มีหน้ามีตา ไม่สนใจงานที่มีรายได้น้อย บางคนอยากหางานสบายๆ ไม่มีความอดทนในการทำงาน บางคนประสบความลำบากในการหางานครั้งสองครั้ง ก็สูญเสียความมั่นใจในตนเอง จนไม่กล้าไปหางานทำอีก บางคนถูกผู้ปกครองเลี้ยงดูแลอย่างประคบประหงมตั้งแต่เกิดจนโต ไม่มีทักษะในการเข้าสังคมและอยู่ร่วมกับคนอื่น ไม่มีความกล้าหาญในการหางานทำด้วยตนเอง จึงเลือกอยู่ที่บ้าน ส่วนพ่อแม่ก็ยินยอมและไม่เร่งให้ลูกออกไปทำงาน จึงยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่า ไม่จำเป็นต้องออกไปทำงาน

ครอบครัวจีนมากถึงประมาณร้อยละ 65 มีปัญหานี้
ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องของจีนสถิติว่า ในเมืองใหญ่ มีกลุ่ม"เขิ่น เหล่า จู๋" ประมาณร้อยละ 30 ครอบครัวจีนมากถึงประมาณร้อยละ 65 มีปัญหานี้
ในจำนวนกลุ่ม"เขิ่น เหล่า จู๋ " นั้น ร้อยละ 20 เป็นผู้จบการศึกษาระดับสูง เพราะไม่ได้งานที่พอใจจึงสมัครใจว่างงานอยู่กับบ้าน
ร้อยละ 10 อดทนความเครียดและเหน็ดเหนื่อยในการทำงานไม่ได้ จึงลาออกพักผ่อนที่บ้าน
ร้อยละ 20 อยากทำธุรกิจเองหรือเป็นเจ้านายของตนเอง ไม่ชอบเป็นลูกจ้างของคนอื่น แต่ความสามารถยังไม่เพียงพอ ไม่ว่าทำอะไรก็ไม่สำเร็จ รู้สึกท้อแท้ใจ ในที่สุดจึงเลือกอยู่ที่บ้าน
ร้อยละ 10 เปลี่ยนงานบ่อยครั้งมากเกินไป จนในที่สุดหางานทำไม่ได้แล้ว ต้องกลับมาพึ่งพาพ่อแม่
ร้อยละ 10 ไม่พอใจงานที่ทำ แต่หางานใหม่ไม่ได้ จึงตัดสินใจลาออกก่อน แล้วค่อยๆ หางานใหม่
อีกร้อยละ 30 ไม่ได้จบการศึกษาสูง แต่ไม่อยากทำงานแบบใช้แรงงานมาก จึงอยู่ที่บ้านให้พ่อแม่เลี้ยงดูต่อไป
ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเห็นว่า การศึกษาก่อนอายุ 6 ขวบมีความสำคัญต่อการเติบโตของเด็กอย่างมาก ในประเทศจีน เนื่องจากใช้นโยบายวางแผนครอบครัวมา 30 กว่าปี ทำให้ครอบครัวจีนส่วนใหญ่มีลูกเพียงคนเดียว เด็กถือเป็นคนสำคัญที่สุดในครอบครัว ปู่ย่าตายายและพ่อแม่ยอมทำทุกอย่างให้ลูก เด็กบางคนอายุ 6-7 ขวบแล้วยังกินข้าวเองไม่เป็น ต้องให้ผู้ใหญ่ป้อนทุกมื้อ และซักเสื้อผ้าไม่เป็น พ่อแม่มักคิดว่า ขอให้ลูกเรียนหนังสือดีๆ ได้คะแนนสูงๆ เรื่องอื่นๆ ไม่ต้องทำ พ่อแม่ทำให้ทุกอย่าง ทำให้เด็กจีนในปัจจุบันมีปัญหาที่ดูแลตัวเองไม่เป็น คบเพื่อนไม่เป็น เคารพผู้ใหญ่และคนอื่นไม่ค่อยเป็น รู้จัก "ขอ" อย่างเดียว แต่ไม่รู้จัก "ให้" มักคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของตัวเอง อยากได้อะไร พ่อแม่ก็มีวิธีหาให้ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องการอยู่การกิน กระทั่งบางคนไม่รู้ว่า การเรียนหนังสือและการทำงานเพื่ออะไร มีประโยชน์อะไร พ่อแม่ผู้ใหญ่มักพูดว่า ลูกยังเด็กอยู่ไม่รู้เรื่อง แต่ไม่ได้คิดว่า ทำเช่นนี้แล้ว จะทำให้ลูกอายุ 30 ปีแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องเลย
กลุ่ม"เขิ่น เหล่า จู๋" หรือชาว NEET จะเป็นปัญหาสังคมในอนาคต พวกเขาไม่ทำงาน ไม่เรียนหรือรับการอบรมใดๆ พึ่งพาอาศัยพ่อแม่ตลอดเวลา ทำให้ไม่มีความสามารถเลี้ยงดูแลตนเองได้ ไม่เข้าสังคม จนเกิดอาการซึมเศร้า ปิดตัว ไม่กล้าและไม่ยอมติดต่อมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น กระทั่งบางคนอาจจะกระทำความผิด เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงและไม่มั่นคงในสังคม

กลุ่ม"เขิ่น เหล่า จู๋" หรือชาว NEET จะเป็นปัญหาสังคมในอนาคต
ในประเทศจีน ครอบครัวส่วนใหญ่ยังไม่ร่ำรวยมาก นอกจากพ่อแม่ต้องเลี้ยงตนเองแล้ว ยังต้องเลี้ยงดูลูกที่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ให้เงินลูกจับจ่ายใช้สอยในประจำวัน กระทั่งต้องช่วยผ่อนบ้านผ่อนรถให้ลูกด้วย ทำให้พ่อแม่มักอยู่ในภาวะที่กังวลใจและเคร่งเครียด ทะเลาะกันบ่อยๆ
นอกจากนี้ จำนวนประชากรว่างงานที่เพิ่มมากขึ้น จะเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย
รัฐบาลจีนพยายามหาวิธีแก้ปัญหาชาว NEET เช่นเพิ่มตำแหน่งงาน จัดอบรมอาชีพ และเพิ่มจำนวนของการเกณฑ์ทหาร แต่ได้ผลไม่มากนัก ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบในการดูแลสั่งสอนลูกตั้งแต่เด็ก แม้จะมีลูกคนเดียว แต่พ่อแม่ก็ไม่ควรให้ความรักมากเกินควร จนทำให้ลูกไม่รู้จักรับผิดชอบและดูแลตัวเองไม่ได้ เมื่อโตขึ้นแล้ว ไม่รู้จักช่วยเหลือคนอื่น ไม่กตัญญู ทำให้พ่อแม่ลำบากใจ เสียใจและห่วงใยอนาคตของลูก

ปัญหาชาว NEET


















