พ่อจ๋า เราจะไป(เที่ยว)ที่ไหน (1)
  2013-11-26 14:08:48  cri

เมื่ออายุยังน้อย ท่านเคยออกไปเที่ยวกับพ่อไหม เคยมีช่วงเวลาที่มีเพียงพ่อดูแลบ้างหรือไม่ เชื่อว่าในครอบครัวส่วนใหญ่ แม่เป็นคนที่ดูแลลูกมากกว่า รวมถึงหุงข้าว ใส่เสื้อ อาบน้ำ ตลอดสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ก็ต้องเรียกแม่มาช่วยทำ

แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของมณฑลหูหนานได้ผลิตรายการชื่อว่า "พ่อจ๋า เราจะไปไหน" ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์ที่ฮิตมากที่สุดของจีนในขณะนี้ รายการนี้ออกอากาศระหว่าง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืนทุกวันศุกร์ โดยเมื่อออกแล้วทุกครั้งก็จะกลายเป็นประเด็นร้อนบนทวิตเตอร์จีนทุกสัปดาห์ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุต่างชอบรายการนี้ทั้งนั้น

รายการนี้เชิญดาราชายที่มีชื่อดัง 5 คน และลูกของพวกเขาไปอยู่ที่ชนบทหรือสถานที่ห่างไกลจากเมืองครั้งละ 72 ชั่วโมง โดยไม่ให้แม่เข้าร่วม ริบมือถือ โน๊ตบุ๊ค และของเล่นอื่นๆ เก็บหมด เพื่อให้พ่อและลูกสัมผัสชีวิตที่ต่างไปจากปกติ และทดสอบความสามารถของพ่อในการดูแลลูก

ดาราดังที่เข้าทั้งห้า ได้แก่ หลินจื้ออิ่ง นักร้องและนักแสดงชายโด่งดังจากไต้หวัน, กัวเธา นักแสดงชายชาวเมืองซีอัน, เถียนเลี่ยง อดีตนักกีฬากระโดดน้ำแชมป์เหรียญทองโอลิมปิกของจีน, หวังแย่ว์หลุน ผู้กำกับภาพยนตร์ และจางเลี่ยง นายแบบชาวปักกิ่ง นับเป็นคนจีนคนแรกที่ไปเดินบนเวทีระดับโลกอย่างงานมิลานแฟชั่นวีค

ออกอากาศมาถึงตอนนี้พ่อลูก 5 คู่ได้ไปเยือนหมู่บ้านหลิงสุ่ยของกรุงปักกิ่ง ทะเลทรายซานพัวโถวที่มณฑลหนิงเซี่ย และหมู่บ้านผู่เจ่อเฮยของมณฑลหยุนหนานมาแล้ว

หลินจื้ออิ่ง เป็นนักแสดง นักร้องและนักแข่งรถชื่อดังชาวไต้หวัน ที่มีชื่อเสียงดังไปถึงต่างประเทศ แฟนตัวจริงของหลินจื้ออิ่งจะรู้ว่าเขาไม่ใช่ดาราที่มีดีเพียงแค่หน้าตาเท่านั้น เพราะเมื่ออายุเพียง 10 ปี ได้อันดับสองในการแข่งขันรถบังคับ และบอกผู้สื่อข่าวว่า มีความฝันอยากเป็นนักแข่งรถ เมื่ออายุ 15 ปี เขาซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันแรกด้วยรายได้จากการทำงานเก็บเงินด้วยตนเอง และลงมือดัดแปลงใหม่ ต่อมาถูกเรียกไปถ่ายโฆษณา 3 ชิ้น

เมื่ออายุ 16 ปี ขณะที่แสดงละครโรงเรียน เกิดสะดุดตาแมวมองเข้า จึงเริ่มเข้าทำงานที่บริษัทดนตรี เมื่ออายุ 17 ปี ออกอัลบั้มเพลงชุดแรกและได้รับความนิยมขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงได้รับฉายาเป็น "หนุ่มสลาตันแห่งเอเชีย" และในปีเดียวกัน ได้ออกงานเพลงอีก 2 ชุด ก็สร้างกระแสตอบรับดีมาก ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเช่นกัน

เมื่อปี 1994 ขณะที่หลินจื้ออิ่งอายุ 19 ปี ก็เข้ารับการเกณฑ์ทหาร ระหว่างการฝึก เขาได้คะแนนเต็มเกือบทุกรายการ เช่น การยิง การวิ่ง การโยนระเบิด เป็นต้น และได้รางวัล 4 ครั้ง พอเสร็จการฝึกทหารแล้ว เขาจึงมุ่งมั่นตามฝันเรื่องการแข่งรถ และได้แชมป์มาครองในการแข่งขันหลายต่อหลายครั้ง กวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน

เมื่อปี 2006 เขาจัดตั้งทีมรถแข่งทีมแรกของตนเอง และเมื่อปี 2007 บริษัทเฟอร์รารี่ บริษัทผลิตรถรายใหญ่ของอิตาลีเช่าสนามกีฬาแข่งรถ F1 ของนครเซี่ยงไฮ้ เสนอรถมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อเชิญหลินจื้ออิ่งเป็นโค้ชขับรถของดารา และจัดขบวนรถและแล่นเป็นรูปตราสัญลักษณ์โอลิมปิกกับมอเตอร์ไซต์เกือบพันคนและรถมอเตอร์ไซต์ยี่ห้อดังๆกว่า 600 คันเพื่อประชาสัมพันธ์งานกีฬาโอลิมปิกปักกิ่ง ซึ่งได้สร้างสถิติรูปตราสัญลักษณ์ในบันทึกโลกกินเนสบุ๊ค นอกจากนี้ หลินจื้ออิ่งยังมีงานละครและภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องหลายเรื่อง

จนถึงปีนี้ เขาได้เข้าร่วมรายการ "พ่อจ๋า เราจะไปไหน" ของสถานีโทรทัศน์หูหนาน ผู้ชมต่างตกใจว่า เขายังคงมีหน้าตาหล่อเหลาเหมือนหนุ่มวัย 20 ปีเท่านั้น ทั้งๆ ที่อายุ 38 ปีแล้ว

ส่วนคิมมี ลูกชายของหลินจื้ออิ่ง อายุ 4 ขวบ หน้าตาน่ารักออกจะขี้อาย คนที่ไม่รู้จักมักคิดว่าเขาเป็นเด็กหญิง และเพราะยังเล็ก คิมมีจึงยังงอแงและติดพ่ออยู่มาก ตอนอยู่ที่หมู่บ้านหลิงสุ่ย เขากับสือโถว ลูกชายของกัวเธา ได้รับภารกิจให้ออกไปช่วยกันหากระทะมาทำอาหาร แต่คิมมีไม่ยอมไปกันเองต้องให้พ่อไปด้วย พ่อหนูสือโถวที่โตกว่าถึงกับออกอุบายหลอกล่อว่า ถ้าคิมมีไปด้วยกัน อยากได้อะไรก็จะให้ แต่คิมมีก็ยังไม่ยอมไปด้วย สุดท้ายสือโถวต้องออกไปหาเอง หลินจื้ออิ่งค่อยพาคิมมีตามไปทีหลัง

แม้ว่าคิมมียังไม่ค่อยประสานัก แต่หลินจื้ออิ่งก็มีวิธีจัดการกับลูกตามแบบฉบับของตนเอง อย่างเช่น เวลาจับฉลากเลือกบ้านพักค้างแรมที่หมู่บ้านหลิงสุ่ย มีภาพถ่ายของ 5 บ้าน จับภาพไหนก็ต้องอยู่ในบ้านนั้น คิมมีสุ่มเลือกได้บ้านหมายเลขสาม ซึ่งเป็นบ้านที่มีสภาพทรุดโทรมที่สุด คิมมีจึงบอกว่าไม่อยากอยู่ในบ้านนี้ ขณะที่เทียนเทียน ลูกชายของจางเลี่ยงได้บ้านหมายเลขสี่ ซึ่งเป็นบ้านของบัณฑิตเก่าในอดีตที่สอบเป็นจอหงวนได้ จึงมีแขวนภาพโบราณของเจ้าของบ้านประดับอยู่ด้วย หลินจื้ออิ่งจึงคุยกับคิมมีว่า ไม่เอาห้องสามหรือ งั้นแลกกับเทียนเทียน(ลูกชายของจางเลี่ยง) แต่บ้านเขามีคุณลุงแปลกๆ ด้วยนะ ยังอยากแลกไหม

คิมมีจึงส่ายหน้า หลินจื้ออิ่ง จึงบอกว่า ไม่เอาดีกว่าใช่มั๊ย ดูดีๆแล้วบ้านที่เราได้นี้ก็ไม่เลวใช่มั๊ย อยู่บ้านนี้ดีกว่า คิมมีจึงตกลง และเมื่อคิมมีไม่ยอมตื่นนอน หลินจื้ออิ่งก็ใช้วิธีว่า เอ๊ะ นี่ของเล่นอะไรเนี่ย สนุกจัง คิมมีจึงรีบลุกขึ้นนั่ง ผู้ชมต่างชมกันใหญ่ว่า หลินจื้ออิ่งไม่เพียงมีหน้าตาดี แต่ทำอะไรก็จะทำให้ดีที่สุด อีกทั้งยังฉลาดมากในการสั่งสอนลูก

หลังรายการออกอากาศมาแล้วหลายตอนเห็นได้ว่า คิมมีเป็นเด็กดีช่วยพ่อล้างผัก เก็บของและถือกระเป๋า แต่ยังคงไม่ยอมออกไปปฏิบัติหน้าที่กับเด็กคนอื่น ต้องการให้พ่ออยู่ด้วยทุกครั้ง ซึ่งก็กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากผู้ชม ผู้ชมต่างคาดเดากันไปต่างๆ นาๆ ว่า เมื่อไรคิมมีจึงจะเลิกติดพ่อ สามารถออกไปปฏิบัติภารกิจเองได้กับเพื่อนๆ

ในรายการที่เพิ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลินจื้ออิ่งก็ยังต้องไปเป็นเพื่อนคิมมีออกไปปฏิบัติหน้าที่ แต่ระหว่างการเดินทาง หลินจื้ออิ่งอาศัยจังหวะที่คิมมีเผลอ แอบหลบไปรวมกลุ่มปฏิบัติหน้าที่ของตนกับพ่อคนอื่นๆ

พอคิมมีหันมาไม่เจอคุณพ่อ คาดไม่ถึงว่า คิมมีไม่ได้ร้องไห้ และก็ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ของตนออกไปหาพ่อทันที กลับตามเพื่อนๆ หาของได้จนเสร็จเรียบร้อย และรอพ่อกลับมาอย่างว่านอนสอนง่าย ทำให้ทุกคนออกปากชมว่า คิมมีโตขึ้นแล้ว และหวังว่า เขาสามารถออกไปปฏิบัติหน้าที่กับเด็กคนอื่นได้เองในครั้งหน้า

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040