ยอมรับในความเปลี่ยนแปลงให้ได้ แล้วจะจัดการชีวิตที่เหลืออยู่ ได้ง่ายขึ้น( คำพูดของคน เทียนสิน)
  2014-06-02 15:16:55  cri

มองเมืองจีนในสายตานักข่าวกีฬาไทย

ในตอนที่ผ่านมาได้บอกเล่าให้เพื่อนพ้องน้องพี่ได้ทราบกันแล้วว่า จะมากันที่เทียนสิน เมืองทีมีความสำคัญทางเศรษฐกิจในลำดับต้นๆ ของ สาธารณรัฐประชาชนจีนในปัจจุบัน แต่เดิม เมื่อประมาณ ๓๐-๔๐ ปี ที่ผ่านมา รอบๆ เมือง เทียนสิน จะเต็มไปด้วยอุตสาหกรรมหนัก ไม่ว่าจะเป็น โรงงานถลุงเหล็ก สถานีผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินซึ่งก็เป็นเทคโนโลยีแบบเก่า ประชากรส่วนใหญ่ก็เป็นคนงานในโรงงานเหล่านั้น คุณภาพชีวิตก็ไม่ได้ดีไปกว่าในอดีต จนมาถึงสมัยที่จีน เริ่มเปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถที่จะประกอบอาชีพได้เอง มีรายได้ที่สามารถเก็บออมได้ ประกอบกับเป็นนโยบายที่ประกาศไปทั่วประเทศ คิดดูแล้วกันครับ แค่เฉพาะที่เทียนสิน มีประชากร ประมาณ ๑๐ ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในเมือง แล้วยังเป็นเมืองท่า ค้าขายทางทะเลในอดีต เพื่อส่งสินค้าไปยังกรุง ปักกิ่ง แค่นั้นแหละครับ สภาพของชุมชนแออัดหายไป ในพริบตา ราวกับเสกได้ ผู้คนมีโอกาสขยับขยายขึ้นไปอยู่บน คอนโดมิเนียมหรือห้องชุดกันมากกว่าร้อยละ ๗๐ เพราะทุกคน มีโอกาสของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น โรงงานที่เกิดมลพิษ ถูกย้ายออกไปไกลเมืองมากขึ้น แต่ก็ยังคงเหลือปล่องควันของโรงงานให้เห็น เป็นระยะโดยทั่วไป

เสียดายว่าวันที่เดินทางมา เทียนสิน ไม่มีโอกาสได้ไปยังเขต ปินไห่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายทะเล ที่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมนานาชนิด ถ้าจะเทียบกับประเทศไทย ยังคงเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด หรือแหลมฉบัง อะไร ประมาณนั้น เชื่อไหมครับว่า ที่เมืองเทียนจินแห่งนี้ เป็นแหล่งสำคัญแห่งหนึ่งของจีน ในการผลิตปิโตรเลียมและกาซธรรมชาติ โดยจะมีแท่นขุดเจาะทั้งบนบก และในทะเลรอบ อ่าวป๋อไห่ นี่ถ้าชาติตะวันตกที่เข้ามาล่าอาณานิคม เมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีก่อน รู้ล่ะก็ แทนที่จะสามัคคีกัน ล้มการปกครองของจีน จะกลายมาเป็นทะเลาะ เบาะแว้ง กันเอง เพื่อแย่งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของมนุษยชาติกันเป็นแน่ และเทียนจีน ก็คงเหมือน ฮ่องกง หรือมาเก๊า ที่ต้องตกเป็นเขตเช่าของชาติตะวันตกแน่นอน

ถึงแม้จะไม่ใช่เป็นเขตเช่าของชาติตะวันตก แต่เมื่ออดีต ตามที่เคยเล่ามาหลายตอนแล้วว่า ในปลายสมัยราชวงศ์ ชิง หรือที่เรารู้จักก็คือ ราชวงศ์แมนจู ชาวต่างชาติ ได้เข้ามามีอิทธิพลในจีน หลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการค้า และได้ยึดเอาเมือง เทียนจินนี่แหละครับ เป็นสถานที่ในการจัดตั้งแขตที่อยู่อาศัยของตนเอง ตั้งเป็นเขต มีกงสุลของตัวเอง ใช้เป็นช่องทางขนส่งสินค้า และเผยแพร่ วัฒนธรรมของตัวเอง เข้ามาสู่กรุงปักกิ่ง อย่าแปลกใจนะครับ ถ้ามาเดินใน เขตเมืองเก่า ของเทียนจินแล้ว จะมีความรู้สึกเหมือนเดิน อยู่ในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส แคว้น บาวาเรีย ของเยอรมัน หรือในย่าน น็อตติ้งแฮมของ อังกฤษ เพราะรูปแบบของสถาปัตยกรรม บ้านเรือนของชาวยุโรปสมัยนั้น จำลองเอามาจากประเทศแม่แทบทุกกระเบียดนิ้ว จะมีที่น่าสังเกต และทำใจได้ว่า ไม่ได้ไปเดินใน ยุโรปตะวันตก ประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็เพียงแค่ ตัวอักษรภาษาจีน ที่ปรากฏบนอาคารนั่นแหละครับ ที่ทำให้รู้ว่า นี่คือเมือง เทียนสิน

และต้องบอกกันไว้เลยนะครับ สำหรับ เพื่อนพ้องน้องพี่ ญาติสนิทมิตรสหายทั้งหลายที่มีโอกาสได้เดินทางมา กรุงปักกิ่ง เทียนสิน เป็นอีกเมืองหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล จากกรุงปักกิ่ง ใช้เวลาเที่ยวชม ๑ วัน เต็มๆ ท่านก็จะได้รับ อรรถรสอีกแบบหนึ่งที่แปลกออกไป โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง มาเทียนสิน ท่านต้องเดินนะครับ เดินอย่างเดียว เที่ยวชมเมืองแบบนี้ สองเท้า พร้อมด้วยรองเท้าผ้าใบ นี่แหละครับ ในตอนหน้า ผู้เขียนจะพาไปดูสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ ไม่ได้มีการบรรจุไว้ในโปรแกรมทัวร์ ที่ประทับของจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิง และของประเทศจีน จักรพรรดิ ปู ยี หลังจากที่ถูกปลดออกจากราชบัลลังก์แล้ว อย่าพลาดและโปรดติดตามครับ

สมภพ จันทร์ฟัก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040