
ทุกวันนี้ ไม้เซลฟี่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศตะวันออก และตะวันตก รู้ไหมว่า ไม้เซลฟี่เป็นที่นิยมถึงขนาดไหน อย่างในสหรัฐอเมริกา ในช่วงคริสต์มาสปี 2014 ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ขายไม้เซลฟี่ 1 แสนอัน เพราะสามารถซื้อหาได้ง่ายในร้านขายยา หรือตู้ขายหนังสือพิมพ์ ราคาขายไม่เกิน 10 เหรียญสหรัฐฯ ไม้เซลฟี่ปรับความยาวได้จาก 20 เซนติเมตรถึง 120 เซนติเมตร เพียงแต่ติดกล้องหรือมือถือที่ไม้เซลฟี่ ผู้ใช้ก็สามารถถ่ายรูปตนเองได้จากหลายมุม แม้จะเป็นนวัตกรรมที่ไม่ซับซ้อน แต่อุปกรณ์นี้กำลังสอดรับกับกระแสนิยมถ่ายรูปตนเอง จึงได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้บริโภค นิตยสารนิวยอร์กไทมส์จึงคัดเลือกไม้เซลฟี่เป็นหนึ่งใน 25 นวัตกรรมที่ดีที่สุด แต่รู้ไหมว่า ผู้ประดิษฐ์ไม้เซลฟี่คือใคร
สถิติพบว่า เมื่อปลายปี 2013 ที่ผ่านมา กรุงจาการ์ต้าของอินโดนีเซียเป็นเขตแรกที่เกิดกระแสนิยมใช้ไม้เซลฟี่กัน ต่อจากนั้นประเทศเอเชียต่างๆ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ก็เริ่มนิยมใช้ไม้เซลฟี่กัน โดยนายเวนน์ ฟรอมม์(Wayne Fromm) ชาวแคนาดาอายุ 60 ปีเห็นว่า ตัวเองเป็นผู้ประดิษฐ์ไม้เซลฟี่ขึ้นมาเป็นคนแรก แต่น่าเสียดายว่า นวัตกรรมของเขาไม่ได้กำเนิดในยุคสมัยที่พร้อม เพราะเขาถ่ายรูปตนเองโดยใช้ไม้เซลฟี่รูปแรกเมื่อปี 2005 แต่ขณะนั้น สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นเครื่องมือถ่ายตัวเองชิ้นสำคัญยังไม่ได้รับความนิยมเหมือนทุกวันนี้
นายเวนน์ ฟรอมม์ทำงานในบริษัทผลิตของเล่นมาหลายปีในตำแหน่งผู้ประดิษฐ์ของเล่นเด็ก เขามีลิขสิทธิ์สิ้งประดิษฐ์ 50 รายการ จุดกำเนิดทำให้เขาคิดจะประดิษฐ์ไม้เซลฟี่เริ่มตั้งแต่เขาไปเที่ยวอิตาลีกับลูกสาวเมื่อปี 2002 เมื่อพ่อลูกถ่ายรูปกันต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เขารู้สึกลำบากมาก หลังกลับจากยุโรปแล้ว เขาก็เริ่มลงมือประดิษฐ์อุปกรณ์ที่พกได้ง่าย และชูกล้องได้มั่นคง ไม่เคลื่อนที่ เขากล่าวว่า ได้ลองผิดถูกอยู่หลายปี จนพบว่าเลียนแบบวิธีทำงานของด้ามร่มพับได้ นอกจากนี้ เขาได้ทดลองเครื่องมือควบคุมทางไกลด้วยแม่เหล็กด้วย สุดท้าย นายเวน ฟรอมขอลิขสิทธิ์อุปกรณ์นี้เมื่อปี 2005 โดยตั้งชื่อให้อุปกรณ์นี้ว่า quick pod และมีการขาย quick pod ในตลาดด้วย แต่ขณะนั้น ยังไม่มี IPHONE อุปกรณ์นี้จึงไม่ได้รับความสนใจอย่างมาก สิ่งที่เขารู้สึกเสียดายคือ ปี 2008 เขาตกลงที่จะขายลิขสิทธิ์บางส่วน ซึ่งเขาเห็นว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิด เพราะหลังจากนั้นทั่วโลกผลิตไม้เซลฟี่กันโดยก๊อปปี้จากนวัตกรรมของตน เขาบอกว่า พวกเขาขโมยรูปของผมด้วย กล่องห่อไม้เซลฟี่มีรูปของลูกสาวผมด้วย นี่เป็นการขโมยลิขสิทธิ์ผม ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญเลย

แต่บางคนเห็นว่า ชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ประดิษฐ์ไม้เซลฟี่ ปี 1983 ญี่ปุ่นเริ่มขายไม้เซลฟี่พร้อมกับกล้องถ่ายรูปมินอลต้าในปี 1985 โดยได้ขอลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจมากนัก
ในหนังสือญี่ปุ่นเล่มหนึ่งที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1995 ไม้เซลฟี่ถูกจัดไว้ในรายชื่อนวัตกรรมที่ไร้สาระที่สุด ในหนังสือเล่มนั้น รูปไม้เซลฟี่คล้ายกับ quick pod ของนายเวนน์ ฟรอมม์ เมื่อสมาร์ทโฟนได้รับความนิยมตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา เกาหลีใต้มีการขอลิขสิทธิ์ไม้เซลฟี่กันเรื่อยๆ
ยังมีหลักฐานที่ว่า ปี 1925 สามีภรรยาอังกฤษคู่หนึ่งใช้ไม้เซลฟี่ถ่ายรูปกันรูปแรก แต่นายเวนน์ ฟรอมม์เห็นว่า ไม้เซลฟี่ที่ผู้คนนิยมใช้กันในทุกวันนี้เป็นนวัตกรรมของตนเมื่อปี 2005 ไม่ใช่นวัตกรรมเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ถ้าไม่มีการประชาสัมพันธ์ใน 10 ปีมานี้ ก็ไม่มีไม้เซลฟี่ในทุกวันนี้
ทุกวันนี้ กระแสนิยมใช้ไม้เซลฟี่แพร่หลายในทั่วโลก ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีปาร์ค กึน เฮของเกาหลีใต้ และดาราหลายคนล้วนใช้ไม้เซลฟี่ถ่ายรูปเองอย่างสนุกสนาน แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ สถานที่สาธารณะบางที่ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์หลายแห่งของโลกเริ่ม say no กับไม้เซลฟี่ มาดูกันว่า ที่ไหนกำหนดห้ามใช้ไม้เซลฟี่กันบ้าง
(Yim/cici)


















