กระแสนิยมใช้ไม้เซลฟี่ (2)
  2015-04-08 13:04:53  cri

สำหรับในประเทศจีน พระราชวังต้องห้ามมีคำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวว่า ควรใช้ไม้เซลฟี่อย่างเหมาะสม เพราะในพระราชวังต้องห้ามแม้จะมีลานกว้างขวาง แต่ยังมีทางเดินแคบๆ บันไดขึ้นๆ ลงๆ มากมย การใช้ไม้เซลฟี่จะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวคนอื่น และอาจทำลายวัตถุโบราณในพระราชวังต้องห้ามด้วย โดยเฉพาะแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมายังพระราชวังโบราณมากมายหนาแน่นมาก การใช้ไม้เซลฟี่จึงอันตรายมาก พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีนประกาศเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ห้ามใช้ไม้เซลฟี่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเพื่อรักษาวัตถุโบราณภายในพิพิธภัณฑ์ และรักษาระเบียบการชมนิทรรศการด้วย ทางพิพิธภัณฑ์เสนอให้ผู้ชมทั้งหลายถ่ายรูปน้อยลง ดูนิทรรศการมากขึ้น

นอกจากประเทศจีนแล้ว ประเทศต่างๆ ทั่วโลกเริ่มมีข้อกำหนดห้ามใช้ไม้เซลฟี่กัน อย่างในสหรัฐฯ สถาบันสมิธโซเนียนซึ่งมีพิพิธภัณฑ์และหอศิลปะ 19 แห่ง ประกาศห้ามใช้ไม้เซลฟี่ด้วย โฆษกของสถาบันฯ กล่าวว่า เมื่อ 10 ปีก่อน ใครจะคาดถึงว่า จะมีอุปกรณ์แบบนี้ และแพร่หลายอย่างกว้างขวาง

พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศสก็ห้ามใช้ไม้เซลฟี่เช่นกัน ส่วนพิพิธภัณฑ์ลูฟร์แม้จะยังไม่ห้ามใช้ แต่ก็กำหนดว่านักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และห้ามยื่นไม้เซลฟี่ไปทางวัตถุโบราณ

หอศิลป์แห่งชาติที่กรุงลอนดอนเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของอังกฤษที่ห้ามใช้ไม้เซลฟี่ ส่วนพิพิธภัณฑ์บริติชก็กำลังพิจารณาว่าควรห้ามใช้ไม้เซลฟี่หรือไม่ โฆษกพิพิธภัณฑ์ฯ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์บริติชให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของวัตถุโบราณ และผู้ชม ทางพิพิธภัณฑ์จะพิจารณาความปลอดภัยในการใช้ไม้เซลฟี่อีก

ส่วนสนามฟุตบอลต่างๆ ของอังกฤษหลายแห่งก็มองว่า ไม้เซลฟี่เป็นอาวุธได้ เพราะอาจทำให้แฟนฟุตบอลบาดเจ็บ จึงห้ามติดไม้เซลฟี่เข้าไปในสนามฟุตบอล

ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สนามกีฬากรุงโรมประกาศห้ามใช้ไม้เซลฟี่ เพราะสนามกีฬากรุงโรมที่มีประวัติ 2,000 ปีต้องรองรับนักท่องเที่ยววันละกว่า 1.6 หมื่นคน การใช้ไม้เซลฟี่จึงอันตรายมาก เมื่อไม่นานมานี้ นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันก็จารึกชื่อตนเองบนกำแพงสนามกีฬาของกรุงโรม และใช้ไม้เซลฟี่ถ่ายรูปด้วย จึงถูกสนามกีฬาฯ ปรับ

สวนสนุกดีสนีย์แลนด์ ในญี่ปุ่นก็ห้ามใช้ไม้เซลฟี่เหมือนกัน เจ้าหน้าที่ของสวนสนุกอธิบายว่า ทั้งนี้ก็เพื่อให้บรรยากาศสวนสนุกสบายมากขึ้น และไม่รบกวนนักท่องเที่ยวอื่น

การควบคุมการใช้ไม้เซลฟี่ในเกาหลีใต้แปลกกว่าประเทศอื่นๆ เมื่อปลายปี 2014 ที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้ออกข้อกำหนดว่า การจำหน่ายไม้เซลฟี่ที่ไม่ได้ลงทะเบียนนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ก็เพื่อควบคุมการจำหน่ายไม้เซลฟี่บลูทูธ โดยกำหนดว่า หากร้านค้าจำหน่ายสินค้าประเภทนี้ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล จะถูกปรับเงิน 2.7 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ซึ่งทางรัฐบาลให้เหตุผลว่า ไม้เซลฟี่ที่ใช้ระบบบลูทูธนั้นจะส่งคลื่นสัญญาณรบกวน ซึ่งถ้าไม่ผ่านการทดสอบ และลงทะเบียน ก็อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ใกล้เคียงได้ แต่นักวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้เห็นว่า คลื่นสัญญาณที่ส่งจากไม้เซลฟี่นั้นเป็นสัญญาณระยะสั้น และอ่อนมาก ไม่อาจส่งผลกระทบถึงยานบินได้

แม้ว่าประเทศต่างๆ ล้วนมีข้อกำหนดควบคุมการใช้งานไม้เซลฟี่ แต่ก็ไม่อาจควบคุมกระแสนิยมถ่ายเองได้ ซึ่งบริษัทต่างๆ ก็มองเห็นถึงศักยภาพของตลาด ขณะนี้ บริษัทบางแห่งกำลังผลิต pop stick – ไม้เซลฟี่แบบสร้อยข้อมือ คือเวลาไม่ใช้ ก็สามารถม้วน pop stick เป็นสร้อยข้อมือได้ เวลาใช้ก็ดึงออกมาติดกล้องถ่ายรูปได้ แต่ pop stick นี้มีความยาว 46 เซนติเมตรเท่านั้น สั้นกว่าไม้เซลฟี่ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันมาก แต่ก็สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคส่วนใหญ่แล้ว

ขณะนี้ยังเป็นช่วงทดลองการผลิต pop stick อยู่ ยังไม่ได้กำหนดราคาสินค้าแน่นอน แต่ทาง pop stick กล่าวว่า ราคาจะพอๆ กับราคาไม้เซลฟี่อื่นๆ ในตลาดปัจจุบัน ไม่ทราบว่าหลัง pop stick วางตลาดแล้ว จะทำให้ผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ยิ่งปวดหัวหรือเปล่า

(Yim/cici)

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040