ปีใหม่เพิ่งผ่านไป ความสัมพันธ์ซาอุดิอาระเบียกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้สถานการณ์ที่ไม่สงบอยู่แล้วตึงเครียดขึ้นไปอีก
เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน และสั่งการให้เจ้าหน้าที่การทูตของอิหร่านถอนตัวออกไปภายใน 48 ชั่วโมง ต่อมาในวันรุ่งขึ้น บาห์เรน ซูดานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทยอยกันประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูต หรือลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ในขณะที่จีน รัสเซีย เยอรมนีและฝรั่งเศสต่างพากันเรียกร้องซาอุดิอาระเบียและอิหร่านรักษาความยับยั้งชั่งใจ ผ่อนคลายความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างกัน และแก้ไขข้อขัดแย้งกันผ่านการหารือ เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบในตลาดซื้อขายล่วงหน้านิวยอร์กพุ่งสูงขึ้นประมาณ 3% โดยซื้อขายที่ระดับ 38 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาเรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ก็พุ่งสูงขึ้นกว่า 2% หลังนักลงทุนกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปมเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ซาอุดิอาระเบียกับอิหร่านทวีความลุกล่นเป็นเพราะซาอุดิอาระเบียสั่งประหารชีวิต เชค นีมร์ อัล-นีมร์ (Sheikh Nimr al-Nimr) ครูสอนศาสนาชื่อดัง เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ด้าน อะยาโตลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei ) ผู้นำสูงสุดของอิหร่านโพสต์ข้อความผ่านทวีตเตอร์ว่า นายอัล-นิมร์เป็นวีรบุรุษที่ถูกประหารชีวิตเนื่องจากต่อต้านอำนาจรัฐนิกายซุนนีในซาอุดิอาระเบีย
ศาสตราจารย์จากคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยไคโรรายหนึ่งระบุว่า การที่รัฐบาลซาอุดิอาระเบียประหารชีวิตนักโทษจำนวน 47 คนแสดงให้เห็นว่า หมดความอดทุนกับพวกหัวรุนแรงกลุ่มนิกายชีอะห์และซุนนีแล้ว ทว่า วิกฤตทางการทูตและการประณามจากสหรัฐฯ และยุโรปที่เกิดจากการประหารชีวิตอัล-นิมร์เป็นสิ่งที่ซาอุดิอาระเบียคาดคิดไม่ถึง
ความแตกต่างระหว่างนิกายทางศาสนาและการประเกมการเมืองในภูมิภาคทำให้อิหร่านกับซาอุดิอาระเบียมีความขัดแย้งกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะ ซาอุดิอาระเบียในฐานะพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ ได้อาศัยกำลังของสหรัฐฯ ยับยั้งอิหร่าน ทำให้อิหร่านถูกคุกคามถึงขั้นเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
ทว่าเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กลับออกแถลงการณ์ แสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยต่อซาอุดิอาระเบีย อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนว่า ขณะที่ซาอุดิอาระเบียกับอิหร่านมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะผ่อนคลายความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างนิกายที่ต่างกันนั้น การประหารชีวิตอัล-นีมร์จะยิ่งทวีความรุนแรงให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งสหรัฐฯ เป็นกังวลต่อการนี้
ขณะนี้ สถานการณ์ที่ประชาคมโลกปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายไอซิสมีแนวโน้มที่ดี แต่ผู้คนต่างกังวลว่า การที่ซาอุดิอาระเบียกับอิหร่านตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันจะส่งผลกระทบต่อการใช้ความพยายามของประชาคมโลกในการให้ภูมิภาคตะวันออกกลางบรรลุสันติภาพและความมั่นคง


















