สามปี " 1 แถบ 1 เส้นทาง" (2)-1
  2016-10-11 15:33:29  cri

มองโกเลีย ประสบการณ์จีนช่วยเราพัฒนาเร็วขึ้น

หลังผ่านช่วงฤดูหนาวที่ยาวนาน ต้นเดือนมิถุนายน ทุ่งหญ้าของประเทศมองโกเลียมีชีวิตชีวามากขึ้น ที่ชานกรุงอูลานบาตอร์เมืองหลวงมองโกเลีย คนงานจีนกับมองโกเลียกำลังร่วมมือทำงานกันอย่างคึกคัก นี่เป็นสถานที่ก่อสร้างทางหลวงยกระดับสายแรกของมองโกเลีย

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีของมองโกเลียได้เข้าร่วมพิธีเปิดและกล่าวว่า ทางด่วนสายนี้มิเพียงเป็นทางด่วนสายแรกของมองโกเลีย ยังเป็นทางหลวงที่มีปริมาณการขนส่งมากที่สุดของประเทศมองโกเลีย

ผู้บริหารกลุ่มบริษัทการรถไฟจีนสาขามองโกเลียกล่าวว่า "ช่วงแรกที่หารือการก่อสร้างทางด่วนสายนี้ ฝ่ายมองโกเลียหวังว่าจะใช้มาตรฐานของสหรัฐฯหรือยุโรป เพราะคิดว่าน่าจะเป็นมาตรฐานระดับสูง แต่เราบอกกับเขาว่า จีนมีหลายพื้นที่ที่มีภูมิอากาศและภูมิศประเทศคล้ายกับกรุงอูลานบาตอร์ การออกแบบของจีนได้มาจากการจิจัยอย่างละเอียดและประสบการณ์ด้านการก่อสร้าง ดังนั้น มาตรฐานของจีนเหมาะกับการก่อสร้างทางด่วนของเขตอูลานบาตอร์อย่างยิ่ง และนี่ก็เป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการสร้างทางด่วนของมองโกเลียในอนาคต จะมีส่วนช่วยมองโกเลียประหยัดเวลาในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต สุดท้าย มองโกเลียเห็นด้วยกับความคิดของเรา"

ปัจจุบัน มองโกเลียมีข้อริเริ่มที่ว่า "หนทางแห่งทุ่งหญ้า" ที่มีขึ้นตามสภาพความเป็นจริงของรัฐภูมิประเทศ ซึ่งการนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการเชื่อมต่อกับยุทธศาสตร์ " 1 แถบ 1 เส้นทาง" ของจีน ตามแผนก่อนหน้านี้ ข้อริเริ่ม "หนทางแห่งทุ่งหญ้า" จะมียอดการลงทุน 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประกอบด้วยโครงการสำคัญหลายโครงการ อาทิ ทางด่วนระยะทาง 997 กิโลเมตที่เชื่อมต่อจีนกับรัสเซีย ทางรถไฟพลังไฟฟ้าระยะทาง 1,100 กิโลเมตร เครือข่ายรางรถไฟที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และการสร้างท่อส่งก๊าซและน้ำมันปิโตรเลียม เป็นต้น

เจ้าหน้าที่ทางการมองโกเลียกล่าวว่า มองโกเลียเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลางระหว่างจีนกับรัสเซีย ที่เป็นสองประเทศใหญ่และตลาดใหญ่ มีที่ตั้งที่สำคัญมาก เป็นเขตสำคัญของการขนส่งข้ามแดน การเชื่อมต่อระหว่าง " 1 แถบ 1 เส้นทาง" กับ "หนทางแห่งทุ่งหญ้า" การสร้างระเบียงเศรษฐกิจจีน มองโกเลียและรัสเซียนั้น มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาของมองโกเลีย

คาซัคสถานร่วมขบวน " 1 แถบ 1 เส้นทาง"

" 1 แถบ 1 เส้นทาง" เป็นอภิมหาโปรเจ็กต์ที่จะสร้างผลประโยชน์แก่ชาวโลกกว่า 3,000 ล้านคน ขณะนี้ได้ปูพื้นฐานในหลายๆ ประเทศแล้ว ประเทศรายทาง " 1 แถบ 1 เส้นทาง" ต่างหวังที่จะขึ้นรถขบวนนี้ เพื่อให้เชื่อมต่อกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของตน

เช้าตรู่วันหนึ่งของเดือนพฤษภาคม ขบวนรถไฟนานาชาติเอเชียกลางที่มีชื่อว่า "เส้นทางสายไหมใหม่" ที่ประกอบด้วยตู้รถไฟ 43 ตู้ ได้บรรทุกสรรพสินค้า อาทิ เครืองใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น ออกจากเมืองอุรุมชีเมืองเอกเขตปกครองตนเองซินเจียงทางภาคตะวันตกของจีน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 ชั่วโมง ไปถึงเมืองอัลมาตีเมืองใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน

ก่อนหน้านี้ ก็มีขยวนรถไฟชื่อ "ฉางอัน" บรรทุกน้ำมันจาระบี 2,000 ตัน ที่บริษัทของจีนสั่งซื้อ ออกเดินทางจากคาซัคสถานมายังเมืองซีอันเมืองเอกมณฑลส่านซีทางภาคตะวันตกของจีน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ขบวนรถไฟนานาชาติ "ฉางอัน" เปิดการเดินรถไปและกลับระหว่างจีนกับคาซัคสถาน

คาซัคสถานเป็นประเทศสำคัญในยุทธศาสตร์ "1 แถบ 1 เส้นทาง" นายนูร์ สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ ประธานาธิบดีคาซัคสถานได้เสนอโครงการเศรษฐกิจชื่อ "ทางสัญจรสว่าง" โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งที่จะกลายเป็นประเทศสำคัญด้านการขนส่งข้ามแดนทางบก ซึ่งโครงการนี้สามารถเชือมต่อกับโครงการ " 1 แถบ 1 เส้นทางอย่างดี" ปีหลังๆ นี้ ราคาน้ำมันตลาดโลกตกลงอย่างฮวบฮาบ ส่งผลกระทบต่อคาซัคสถานอย่างหนัก ดังนั้น คาซัคสถานสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการ " 1 แถบ 1 เส้นทาง" อย่างแข็งขัน หวังร่วม���ือกับจีน เพื่อข้ามผ่านช่วงที่ยากลำบากทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน จีนกับคาซัคสถานได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านพลังงาน 52 โครงการ ยอดการลงทุนกว่า 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เกี่ยวข้องกับเหล็กกล้า โลหะมีสี กระจก การกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและการผลิตรถยนต์ เป็นต้น โดยปีนี้ จีนจะเริ่มโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ 11 โครงการในคาซัคสถาน ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตปุ๋ยเคมี รถยนต์ อาหารและท่อ เป็นต้น

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน งานก่อสร้างทางหลวง "ซวงซี" ที่เริ่มต้นจากทางคตะวันตกของจีน ผ่านแดนคาซัคสถานและยื่นไปสู่ยุโรปตะวันตกก็ใกล้จะสร้างแล้วเสร็จ สินค้าจากจีนสามารถที่ผ่านทางหลวงสายนี้ไปถึงยุโรปตะวันตกโดยตรง

ด้านการรถไฟ ปัจจุบัน ขบวนรถไฟที่ออกจากจีนไปถึงเอเชียกลางหรือผ่านประเทศเอเชียกลางไปสู่ยุโรปนั้น เริ่มเปิดใช้บริการแล้ว รวมถึงขบวนรถไฟเอเชียกลาง ที่ออกจากท่าเรือเหลียนหยูนกั่ง ทางภาคตะวันออกของจีนไปถึงเมืองอัลมาตี ขบวนรถไฟนานาชาติที่ออกจากเมืองหลานโจว เมืองเอกมณฑลกันซู่ทางภาคตะวันตกของจีนไปถึงเมืองอัลมาตี และขบวนรถไฟขนส่งสินค้านานาชาติเอเชียกลาง ที่ออกจากเมืองซีอันไปถึงเมืองอัลมาตี เป็นต้น

เดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายนูร์ สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ ประธานาธิบดีคาซัคสถานกล่าวขณะพบกับบรรดาทูตานุทูตประจำคาซัคสถานว่า ประเทศต่างๆ ของเอเชียกลางควรร่วมมือแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของภูมิภาค การเชื่อมต่อกับแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมจะสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศเอเชียกลาง

เขากล่าวว่า ปัจจุบัน คาซัคสถานมีฐานะสำคัญในการเป็นประเทศแห่งการขนส่งข้ามแดน โดยปีที่แล้ว สินค้าจีนที่ผ่านแดนคาซัคสถานไปสู่ประเทศยุโรปมี 48,000 ตู้คอนแทนเนอร์ ปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 95,000 ตู้คอนแทนเนอร์ ปี 2013 ขบวนรถไฟจีนที่ผ่านแดนคาซัคสถานไปสู่ยุโรปมีเพียง 77 ขบวน ส่วนปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,100 ขบวน

(In/Lin)

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040