เพลงฉางเตี้ยวเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาด้วยการบอกเล่าแบบปากต่อปากภายในครอบครัว หรือการสืบทอดระหว่างครูกับลูกศิษย์ พร้อมๆ กับสังคมที่ทันสมัยขึ้น วิถีชีวิตของชาวปศุสัตว์เกิดการเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมทุ่งหญ้าที่บ่มเพาะนักร้องเพลงฉางเตี้ยวจำนวนนับไม่ถ้วนได้ค่อยๆสลายหายไป แต่ก็มีอาสาสมัครจำนวนหนึ่งที่พยายามอุตส่าห์รวบรวมและอนุรักษ์เพลงฉาวเตี้ยวไว้
นายหูเหอ อายุ 58 ปี เป็นครูจากรัฐ วูจูมู่ชินตะวันออก เขาริเริ่มให้จัดตั้งสมาคมอนุรักษ์เพลงฉางเตี้ยวขึ้นในปี 2004 เพื่อดำเนินการรวบรวมและบันทึกข้อมูลเป็นลายลักษ์อักษร ทั้งยังมีการจัดการแสดงและการประกวดร้องเพลงฉางเตี้ยว ซึ่งได้รับความนิยมชมชอบจากบรรดาชาวปศุสัตว์ พวกเขายอมเสียค่าสมัครเองเพื่อเข้าร่วมการประกวดหรือออกเงินให้คนอื่นได้เข้าร่วมการประกวด นายหู เหอกล่าวว่า "พวกเขาชื่นชอบการประกวดเพลงฉางเตี้ยวอย่างยิ่งและให้การสนับสนุน การประกวดครั้งแรกของเราใช้เงินทุน 5000 หยวน ซึ่งล้วนมาจากการบริจาคของชาวปศุสัตว์ด้วยกันทั้งนั้น"
นายจาง กั๋วหวา ผู้ว่ารัฐ ซีหลินกัวเล่อ เขตปกครองตนเองมองโกเลียในกล่าวว่า "ทุกอำเภอในรัฐ ซีหลินกัวเล่อ จัดการประกวดเพลงฉางเตี้ยวทุกปี ซึ่งส่งเสริมเชิดชูให้เพลงฉางเตี้ยวดำรงอยู่สืบต่อกันไป นอกจากนี้ เรายังเปิดสอนวิชาเพลงฉางเตี้ยว การเล่นเครื่องดนตรีหัวม้า เล่นมวยปล้ำซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านของชนชาติมองโกเลียในโรงเรียนด้วย เพื่อให้มรดกวัฒนธรรมเหล่านี้คงอยู่ต่อไป"


















