2007_03 Home






สารบาญ

      นทุกวันนี้
  6-9   //  10-15
  16-19  //  20-25

อลิมปิคเกมส์
นนานใต้เมฆสลับสี
    สน่ห์เมืองไทย
  30-33   //  34-39
ารสนเทศอาเซียน
  40-43   //  44-47
าวสารทั่วไป
หล่งทัศนียภาพ

ลปวัฒนธรรม
นชาติในเมืองจีน
ารพักผ่อนหย่อนใจ
           มัยนิยม
เรียนภาษาจีน
  62   //  63
กิณกะการค้นคว้า
เรื่องไท-ไทย

เดินเรือของเส้นทางนี้       กรมกิจการน่านน้ำแม่น้ำหลานชางเจียง   ของจีนกับหน่วยงานบริหารกิจการน่านน้ำของประเทศต่างๆ
สองฟากฝั่งได้บรรลุซึ่งความเห็นพ้องกันว่า       จะสร้างทางสัญจร   สีเขียวและอำนวยความสะดวกแก่การเดินทางของผู้โดยสาร
กับการค้าอย่างแข็งขัน  เท่าที่ทราบ    ปัจจุบัน เส้นทางเดินเรือ บรรทุกผู้โดยสารข้ามแดนระหว่างท่าเรือเชียงรุ่งถึงท่าเรือเชียง
แสนของไทยนี้ เรือที่ทำหน้าที่เรือโดยสารเป็นเรือโดยสารความ เร็วสูง 3 ลำที่ผลิตในจีน    เรือแต่ละลำบรรทุกผู้โดยสารได้ 50
คน จากท่าเรือเชียงรุ่งถึงท่าเรือเชียงแสนใช้เวลาเพียง 8 ชั่วโมง เท่านั้น ซึ่งเปิดเดินทางจากท่าเรือทั้งสองประเทศมุ่งสู่ท่าเรือ
ปลายทางตรงข้ามในทุกวันจันทร์ พุธ และเสาร์
      ป้ายสุดท้ายของการทำข่าวครั้งนี้คือกรุงเวียงจันทน์ ประเทศ ลาว ประเทศลาวตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ใจกลางของทางสัญจรข้าม
แดนระหว่างจีน-อาเซียน             การสร้างทางสัญจรข้ามประเทศ      กำลังเปลี่ยนแปลงและผลักดันความก้าวหน้ากับการพัฒนา
ของลาว    นายคำลวด    สิดลากร    รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายก รัฐมนตรีลาว    และประธานคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ
ของลาวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจีนว่า “การสร้างเส้นทางเดินเรือ แม่น้ำโขง  มีบทบาทอย่างมากต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ
ของประชาชนลาว       โดยเฉพาะต่อการปรับปรุงกิจการขนส่ง
การค้า การท่องเที่ยวของประชาชนสองฟากฝั่ง ต่อไปนี้ ลาว
จะกระชับการไปมาหาสู่กับจีนและประเทศรอบข้าง       พัฒนา
ทรัพยากรการท่องเที่ยวอันอุดมสมบูรณ์ตามพื้นที่สองฟากฝั่ง
แม่น้ำโขง    ซึ่งรวมทั้งกรุงเวียงจันทน์ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริม
ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของประเทศตน และให้เศรษฐ-
กิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้รับการพัฒนาอย่างประสาน
สมดุลกัน”
       จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ภาครัฐของประเทศต่างๆ การ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนประเทศต่างๆ  ในเชิงลึก
รวมทั้งประสบการณ์ของตัวเอง ทำให้พวกเราทั้งคณะต่างซาบ
ซึ้งว่า การสร้างทางสัญจรข้ามแดนระหว่างจีน-อาเซียน ทำให้
ประชาชนประเทศต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามสองฟากฝั่งแม่น้ำหลาน
ชางเจียง-แม่น้ำโขงได้มองเห็นความหวังที่พัฒนาอย่างคึกคัก
มีชีวิตชีวา

จีนร่วมเดินทางกับสิทธิมนุษยชนโลก

      พร้อมๆ กับการพัฒนาทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงทาง
จิตสำนึกต่อชีวิต มีชาวจีนมากขึ้นเรื่อยๆ เข้าใจว่า สิทธิมนุษย
ชนที่แท้ก็อยู่ในทุกๆ   ด้านของชีวิตประจำวัน     จีนกำลังเข้าสู่
วงจรโลกในบริบทนี้ และจะร่วมเดินทางกับโลกโดยผ่านความ
พยายามของตนเอง
         วันที่ 10 ธันวาคม 1950 สมัชชาสหประชาชาติกำหนดไว้
ว่า วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันสิทธิมนุษยชนโลก” เพื่อ
รำลึกการลงมติผ่าน “แถลงการณ์สิทธิมนุษยชนโลก”    เอกสาร
แถลงการณ์เฉพาะด้านสิทธิมนุษยชนฉบับแรกในสหประชาชาติ
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 1948
              จิตสำนึกทางสิทธิมนุษยชนที่แสดงออกในแถลงการณ์
ได้ประกาศเป้าหมายที่ประเทศทั้งมวลประชาชนทั้งมวลต่างต้อง
พยายามแสวงหา    ซึ่งได้สร้างคุณูปการอันมิอาจลบเลือนได้ต่อ
การผลักดันการพัฒนาสิทธิมนุษยชนโลก   ทำให้จิตสำนึกสิทธิ

มนุษยชนเข้าถึงจิตใจของผู้คน ทำให้มโนภาพสิทธิมนุษยชน มีสาระที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
      ในระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา จีนได้ทำงานมากมาย ในการปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ความก้าวหน้าที่ใหญ่
ที่สุดของจีนหลังการปฏิรูปและเปิดสู่ภายนอกเป็นต้นมา โดย เฉพาะในไม่กี่ปีมานี้ ก็คือ   ได้จัดให้สิทธิมนุษยชนเข้าสู่จิตสำ-
นึกกระแสหลักของการบริหารประเทศในฐานะเป็นผลงานแห่ง อารยธรรมร่วมสมัยและเป้าหมายร่วมกันของทุกประเทศ  ซึ่ง
มีอิทธิพลปรากฏขึ้นแล้วในหลายๆ ด้านของการพัฒนาเศรษฐ กิจและสังคมของจีน
      ไม่กี่ปีมานี้ ในขณะเดียวกันที่จีนพัฒนากิจการสิทธิมนุษย ชนภายในประเทศอย่างแข็งขันนั้น ก็ได้ให้ความสำคัญมากขึ้น
เรื่อยๆ ต่อการร่วมมือกับประชาคมโลก    ดำเนินการหารือและ แลกเปลี่ยนความเห็นทางสิทธิมนุษยชน แสดงข้อคิดเห็นของ
จีนที่มีต่อสิทธิมนุษยชน ผลักดันกระบวนการปกป้องและพัฒ นาสิทธิมนุษยชนในขอบเขตทั่วโลกร่วมกับประชาคมโลก หลัง
การปฏิรูปและเปิดสู่ภายนอก จีนได้เข้าร่วมกิจการสิทธิมนุษย ชนในกรอบของสหประชาชาติอย่างเต็มที่ ได้อนุมัติและเข้าร่วม
กติกาสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เข้าร่วมการอภิปรายและการ ร่างเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างแข็งขัน ทั้งยังได้ปฏิบัติพันธกรณี
ที่ระบุไว้ในกติกาสัญญาที่จีนได้ลงนาม    จนถึงปัจจุบัน    จีน ได้ลงนามในกติกาสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
22 ฉบับ
            การเชื่อมโยงระหว่างจีนกับระบบสิทธิมนุษยชนสากล นับวันจะเต็มกำลังและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการ
ที่จีนพยายามดูดซับผลสำเร็จด้านอารยธรรมทางการเมือง อันดีเด่นของโลก  สิทธิมนุษยชนของจีนกำลังตกอยู่ท่ามกลาง
กระบวนการพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้น    ซึ่งสอดคล้องกับ   ระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของจีนปัจจุบันในขั้น
พื้นฐาน พร้อมกับการพัฒนาภารกิจทางเศรษฐกิจและสังคม อย่างต่อเนื่อง สิทธิมนุษยชนของจีนจะบรรลุซึ่งความก้าวหน้า
ที่มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
            วันที่ 20 พฤศจิกายน 2005 ประธานาธิบดีหู จิ่นเทาของ จีนกล่าวขณะให้สัมภาษณ์นักข่าวร่วมกันกับประธานาธิบดีบุช
ของสหรัฐฯ       ที่มาเยือนว่า    ในรอบหลายสิบปีหลังสถาปนาจีน ใหม่ โดยเฉพาะหลังการปฏิรูปและเปิดสู่ภายนอกเป็นต้นมา
การสร้างสรรค์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและภารกิจสิทธิ มนุษยชนของจีนได้ประสบความก้าวหน้าอย่างเด่นชัดเชิงประ-
วัติการณ์ ประชาชนจีนได้ดำเนินการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย การกำหนดนโยบายแบบประชาธิปไตย การบริหารแบบประ-
ชาธิปไตยและการตรวจสอบแบบประชาธิปไตยตามกฎหมาย ต่อไปนี้ จะยึดถือสภาวการณ์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง สร้าง
สรรค์การเมืองแบบประชาธิปไตยที่มีเอกลักษณ์ของจีนอย่าง ไม่ขาดสาย ยกระดับสิทธิมนุษยชนของประชาชนจีนให้สูงขึ้น
อย่างไม่ขาดสายตามความปรารถนาของประชาชนจีน