ภาษาจีนกับภาษาไท-ไทยมีลักษณะพ้องกันในด้านเป็น
ภาษาคำโดดด้วยกัน แต่ว่าสองภาษานี้เป็นภาษาต่างตระกูลกัน
ศัพท์พื้นฐานด้านวัตถุสิ่งของและปรากฏการณ์ธรรมชาติของ
ภาษาทั้งสอง เช่น ภูมิประเทศ เดือนดาว ดินน้ำลมไฟ และ
อวัยวะในร่างกาย ฯลฯ มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ว่า
เมื่อพินิจพิเคราะห์อย่างถ่องแท้แล้ว เราจะพบว่า คำนับเลขตั้ง
แต่ 2 ถึง 99 ของภาษาจีนและไท-ไทยคล้ายคลึงกันมาก ศัพท์
พื้นฐานด้านชีวิตความเป็นอยู่ส่วนหนึ่งของภาษาไทเดิม-ไทลื้อ
มีร่องรอยอิทธิพลของศัพท์จีนโบราณ เช่น เรียกตะเกียบว่า
“ถู” เรียกร่มว่า “จ้อง” เรียกกระดาษว่า “เจ้” ฯลฯ ส่วนคำพื้น
ฐานของภาษาไท-ไทย เช่น แผ่น เส้น แก่น พื้น รั่ว อุ่น หุง สุก
ล่าม ถอย กว้าง ขวาง แม่ นาง ชาย แขก ไก่ ช้าง ม้า ฯลฯ
พ้องกับคำจีน แต่คำเหล่านี้ได้ผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของคำ
พื้นฐานของภาษาไท-ไทย โดยไม่มีความแตกต่างกับคำพื้นฐาน
อื่นๆ ของภาษาไท-ไทย จนกระทั่งไม่ค่อยมีคนรู้หรือคิดว่าเป็น
คำพ้องกับคำจีนหรือมีความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับภาษาจีนแล้ว
แต่ว่า ส่วนที่สำคัญและมีคุณค่าทางวิชาการนั้น เป็นศัพท์
จีนโบราณที่ผสมผสานในด้านระบบการปกครองและความเชื่อ
ดั้งเดิม เช่น ชื่อ “ขุนเจือง” ของประมุขคนไทในยุคประวัติศาสตร์
ปรัมปรา มาจากคำ พณค (“จวินจ่าง”) อันเป็นคำสามานยนาม
ที่จีนโบราณใช้มาเรียกประมุขชนชาติส่วนน้อย เช่น คำว่า “เชียง”
ในชื่อเมือง “เชียงรุ่ง” “เชียงใหม่” ฯลฯ มาจากคำจีน ณว (“เฉิง”)
ซึ่งมีนิยามว่าเมืองที่มีกำแพง เช่นคำ “กาบใจ้” “ดับเป้า” ฯลฯ
ซึ่งเป็นระบบลำดับปีและวันแบบ 60 เป็นหนึ่งวัฏจักรของไทเดิม
มาจากระบบลำดับยามวันปีของจีนโบราณ ฯลฯ
ผู้เขียนคิดว่า การที่คำพื้นฐานของภาษาไท-ไทยมีคำจีน
โบราณผสมผสานอยู่ส่วนหนึ่งนั้น เป็นปรากฏการณ์สำคัญที่
สามารถใช้มาศึกษาค้นคว้าประเด็นบรรพบุรุษของคนไท-ไทย
ในอดีตเคยมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับจีนโบราณ