|
 
ดังนั้น "สวนสาธารณะหยัง กวง ซัน ซี ป่ะ" หรือแปลเป็นไทยแบบทะแม่งๆ หน่อยว่า "สวนสาธารณะแสงอาทิตย์ในวันที่แปดของสัปดาห์" จึงเป็นเป้าแรกที่เห็นในแผนที่
วันนั้นอากาศแสนสบาย แม้แสงแดดจะจัดจ้า แต่ก็ไม่รู้สึกร้อน เพราะความเย็นของหน้าหนาวอวลอยู่ในทุกอณูบรรยากาศ ผมขึ้นจากสถานีมาก็พบกับผู้คนจำนวนมหาศาล เพราะเป็นช่วงวันหยุดประจำปีเนื่องในวันชาติจีน ที่บริเวณทางเข้า "Beijing International Sculpture Park" จึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เพราะมีกิจกรรมพิเศษของเยาวชนที่ชื่นชอบการ์ตูนญี่ปุ่น แต่งคอสเพลย์เป็นตัวละครตัวโปรด ราวหลุดออกมาจากจอโทรทัศน์เลยทีเดียว
ใจผมก็อยากเข้าไปร่วมสนุก แต่ก็กลัวว่าจะเสียเวลาในการสำรวจพื้นที่ จึงผละจากมาทั้งที่ใจกระโจนเข้าไปพร้อมกับน้องคนหนึ่งที่แต่งตัวเป็นตัวเอกจากเรื่อง ดราก้อนบอล การ์ตูนเรื่องโปรดของผม
ผมเดินเบียดไหล่ไปกับถนนที่กำลังก่อสร้างไม่เสร็จ เมียงมองไปยังร้านอาหารทางด้านขวามือที่ผมยังไม่มีโอกาสลิ้มลอง เพราะยังสั่งไม่เป็น แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นจากความเพลิดเพลิน เพราะเสียงแตรรถยนต์ดังลั่นมาจากถนนด้านข้าง มองตามเสียงไปเห็นคุณยายท่านหนึ่งที่คอนเศษกระดาษและพลาสติกข้างละจำนวนน้ำหนักรวมกันแล้วคงมากกว่าน้ำหนักตัวแกเอง จนไม้คานแอ่นโค้งเป็นคันธนู
แกเดินโอนเอนไปมาตามแรงโยกขึ้นลงของไม้คาน ด้วยความที่ถนนก็กำลังก่อสร้าง รถก็จอดยาวตลอดทาง จึงมีบางจังหวะที่คุณยายแกต้องลงไปเดินในถนน ทำให้รถที่ขับมาบีบแตรกันลั่น
แกคงไม่กล้าทิ้งไว้แล้วกลับมาเอาอีกรอบ เพราะไม่เช่นนั้นคนอื่นคงคาบไปรับประทาน แกจึงได้หาบมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผมเห็นภาพเชนนี้ทีไร ก็จะนึกถึงยายของตัวเอง แม้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม ผมนึกเสมอว่า ได้ใช้เวลากับท่านน้อยเกินไป โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายนั้น ผมมัวแต่ยุ่งกับงานและชีวิตส่วนตัว มานึกได้ก็ตอนห่มผ้าเหลืองบวชหน้าไฟ
ผมจึงมักจะบอกใครก็ตามที่มีญาติที่ชราแล้ว อยากให้ใช้เวลากับท่านให้มาก และอย่าทอดทิ้งให้ต้องออกมาเดินถนนแบบนี้ ผมเห็นภาพแบบนี้ทีไรมักสะท้อนใจ จนก้อนสะอื้นตีมาจุกที่ลำคอ
แต่ก็ช่วยอะไรแกไม่ได้ จึงทำได้แค่หันไปจ้องผู้ชายที่ขับบีเอ็มดับบลิวคันนั้นที่แบบแตรไม่หยุด มองหน้ามันเขม็ง ดูให้ชัดๆ ว่าคนหน้าตาแบบนี้คงไม่มีญาติผู้ใหญ่กับเขาเป็นแน่
1 2 3 4 5 6
|