|

กระเช้าลอยฟ้า ทัวร์กรุ๊ปใหญ่
ด้วยความอ่อนเพลียจาการที่ต้องตื่นแต่ไก่โห่ ผมจึงผล็อยหลับไปตลอดเส้นทาง มารู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อเพื่อนสะกิดด้วยความตื่นเต้นให้ดูหิมะที่ปกคลุมไปตลอดสองข้างทาง จนผมต้องสะกิดกลับ และกระซิบบอกให้สงวนท่าทีหน่อย เพราะดูท่าคนอื่นๆ ในตู้ไม่มีทีท่าแตกตื่นกับหิมะบางที่กองอยู่ตามพื้นถนนนี่เท่าไรนัก แล้วผมก็หยิบกล้องออกมากดกระหน่ำผ่านหน้าต่างใสแจ๋ว คราวนี้เพื่อนผมสะกิดบ้าง และบอกกับผมว่า ให้เพลาอาการเห่อหิมะและเลิกถ่ายรูปได้แล้ว เพราะดูท่าคนอื่นเค้าจะยังนั่งนิ่งกันอยู่เลย
เราต่างมองหน้า และหัวเราะกันเบาๆ เพราะตื่นหิมะแรกกันทั้งคู่
ที่ด้านหน้าสถานีปาต๋าหลิ่งมีรถตู้และรถเก๋ง ซึ่งเป็นแท็กซี่ผีมาจอดออรออยู่หลายคัน ต่างพยายามยื้อแย่งลูกค้าให้ขึ้นรถของตน เพื่อเดินทางไปยังทางขึ้นกำแพง ในราคาโยสารเพียง 5 หยวน ผมฟังแล้วก็รู้ได้ทันทีว่า ทางเข้านั้นต้องไม่ไกลแน่นอน เพราะราคาถูกแสนถูกขนาดนี้ ผมจึงเดินออกมาจากสถานี และสังเกตดูผู้โดยสารที่เป็นชาวจีนอื่นๆ ว่าเขาเดินกันไปทางไหน ผมก็เดินตามเขาไป สักพักก็เห็นป้ายบอกว่าอีก 800 เมตร จะถึงกำแพงเมืองจีน ประสบการณ์การเดินทางคนเดียวเป็นประจำทำให้ผมไม่หลงเสียเงินง่ายๆ
ที่สำคัญการเดินยังทำให้เราเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสถานที่ที่เราไปท่องเที่ยว ซึ่งสำคัญมากพอๆ กับได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของที่แห่งนั้นด้วยเช่นกัน
และที่สำคัญกว่า เราอยากเอานิ้วไปจิ้มปอยหิมะกันดูว่ามันเป็นอย่างไร อยากไปเดินเหยียบย่ำดูว่า เท้าเราจะจมลงไปเหมือนดูในหนังหรือเปล่า และมันใสสะอาดเหมือนที่เพื่อนชาวแคนาดาเคยเล่าให้ฟังว่าสามารถเอาเมเปิ้ลไซรัปราดกินได้จริงหรือไม่
ค่าบัตรผ่านประตูที่นี่ก็ราคามาตรฐาน เท่ากับการเข้าพระราชวังต้องห้าม หน้าหนาวเช่นนี้ก็จะลดเหลือเพียง 40 หยวน และความพิเศษของตั๋วที่นี่คือ มีโปสการ์ดที่ชำระค่าส่งแล้ว 1 แผ่น และแสตมป์ชุดกำแพง 4 ฤดู แถมให้ด้วยอีก 1 ชุด คุ้มแสนคุ้มมากกว่าที่เคยเที่ยวที่อื่นมา สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเข้าเลยทีเดียว
สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจเมื่อได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู คือ ราคาบัตร ที่เสมอภาคกันทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ คนชาติอื่นก็รู้สึกว่าไม่แพง คนชาติเดียวกันก็รู้จักคุณค่าของการจ่ายให้รัฐในการปรับปรุงและทะนุบำรุงสมบัติของชาติร่วมกัน
1 2 3 4 5
|