|

เส้นทางมหัศจรรย์ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ตรงทางเข้ามีให้เลือกสองเส้นทาง เราเลือกเดินไปทางขวา เพราะแลเห็นป้ายโอลิมปิกปักกิ่ง 2008 ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาด้านนั้น และดูมีคนหนาแน่นมากกว่าอีกด้าน และตั้งใจว่าขากลับค่อยเดินไปอีกทาง
ทางเดินค่อยๆ ชันขึ้น บางช่วงมีขั้นบันได บางช่วงเป็นลาดเนินชัน ต้องอาศัยจับราวบันไดช่วยป้องกันไม่ให้ลื่นล้ม เพราะแผ่นหินที่ปูทางเดินนั้นมันวาว บางแผ่นก็สึกกร่อนเป็นร่อง จากการต้องต้อนรับรองเท้าของนักท่องเที่ยวที่มากกว่าปีละ 10 ล้านคน แค่ทัวร์ยกธงของจีนเองปีหนึ่งๆ ก็มากโขอยู่ทีเดียว
ใบหน้าของนักท่องเที่ยวทุกคนต่างฉายถึงความฉงนฉงายออกมา ถึงความยิ่งใหญ่และองอาจของกำแพงหินขนาดมหึมานี้
เมื่อได้ค่อยไต่ต้วมเตี้ยมจนมายืนอยู่บนป้อมปราการที่สาม แล้วมองกลับไปยังจุดจำหน่ายบัตร ซึ่งเป็นส่วนที่ต่ำที่สุดของกำแพงนั้น จึงรับรู้ได้ถึงความเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการทหารในยุคโบราณ เพราะที่ตรงนั้นเป็นช่องเขา กองกำลังใดจะเข้ามารุกรานก็ย่อมจะต้องอาศัยช่องทางนั้นเพียงแห่งเดียว ส่วนบนกำแพงก็มีส่วนในการป้องกันกองกำลังย่อยต่างๆ มีช่องที่เจาะไว้สำหรับยิงธนู เหนือช่องนั้นมีรูปคันศรสลักไว้ด้วย เมื่อข้าศึกบุก ทหารที่รักษาการอยู่ก็จะส่งสัญญาณควันไฟบนป้อมสังเกตการณ์แจ้งไปยังส่วนบังคับการ
สัญญาณโบราณระบุว่า หากมีข้าศึก 100 คน จะปล่อยควันหนึ่งสาย กำกับด้วยเสียงปืน 1 นัด ถ้าข้าศึก 500 คน ก็จะปล่อยควัน 2 สาย และยิงปืน 2 นัด ถ้าศัตรูมามากกว่า 1000 คน ก็จะยิงปืน 3 นัด และปล่อยสัญญาณควัน 3 สาย
ด่านปาต๋าหลิ่งเป็นส่วนของกำแพงเมืองจีนที่ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด และมีทิวทัศน์ที่สวยงามมากกว่าที่อื่นในความยาวกว่าหมื่นลี้ของกำแพงประวัติศาสตร์แห่งนี้ นอกจากการใช้แรงกายเดินขึ้นมาชมความมหัศจรรย์ของที่แห่งนี้แล้ว ยังมีบริการกระเช้าลอยฟ้า และรถรางค่อยๆ ไต่วนขึ้นมา ได้บรรยากาศเหมือนนั่งเครื่องเล่นในสวนสนุกดี
แต่สำหรับผม ยังไงซะก็ยังเลือกการเดินอยู่ดี ไม่เดินเราก็จะไม่เห็นรอยสลักชื่อมากมายบนผิวหินแต่ละก้อน มากมายจนรู้สึกว่าแถบไม่มีหินก้อนไหนบนกำแพงแห่งนี้ ไม่มีชื่อทั้งคนจีนทั้งฝรั่ง และคำว่า I love You ป้ายห้ามที่ทำมาติดยังใหม่เอี่ยม คงไม่ทันได้ทำหน้าที่ห้ามพวกมือบอนที่มีมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน
1 2 3 4 5
|