วัดถาน เจ๋อ ซื่อนั้น ตั้งสงบเงียบอยู่ในเขตร่องเขาที่ติดต่อกันกว่า 9 ลูก และด้วยอิทธิพลของความเป็นศาสนสถานกระมัง เพราะยิ่งรถขยับเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งมองเห็นความเขียวขจีของต้นไม้โบราณขนาดใหญ่มากมาย โดยเฉพาะต้นสนที่แผ่กิ่งก้านคลุมดินจนแดดแทบจะส่องแยงลงมาไม่ถึง
นั่นเป็นเพราะว่า วัดแห่งนี้มีอายุมากว่า 1,700 ปี สร้างขึ้นเมื่อปี 307 และนับว่าเป็นวัดแห่งแรกของกรุงปักกิ่ง แต่ก็มีบางหลักฐานว่าสร้างมานานกว่ากรุงปักกิ่งเสียอีก และเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาที่แผ่ขยายเข้ามาในทางเหนือของประเทศจีนเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว
ทางเข้าด้านหน้า วิหารกลาง
ประวัติศาสตร์ระบุไว้ว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยนายกองทหารของราชวงศ์จิน (265-420) ชื่อ "หวังจุ้น" เพื่อเป็นการระลึกถึงภรรยาที่เสียชีวิต หลังที่เขานำศพไปฝังไว้ที่เขตปาเป่าชาน จึงคิดสร้างถาวรวัตถุเพื่อดำรงพุทธศาสนา และเพื่อเป็นกุศลบุญให้ภรรยาที่ล่วงลับ จึงรวบรวมเงินทองสร้างวัดขึ้นทางภาคตะวันตกของปักกิ่ง ชื่อ "วัดเจียฝู" ซึ่งก็คือวัดถานเจ๋อซื่อในปัจจุบันนี่เอง
แต่ความอลังการและยิ่งใหญ่ของวิหารต่างๆ อย่างที่เห็นอยู่นี้ เป็นเพราะความศรัทธาในพุทธศาสนาของจักรพรรดิหลายองค์ โดยเฉพาะในช่วงราชวงศ์หมิงและชิง มีการสร้างต่อเติมมากที่สุด และยังมีเจดีย์โบราณที่สัมพันธ์อย่างยิ่งกับประวัติศาสตร์ในช่วงรัชสมัยจิน หยวน หมิง และชิง
พระประธานในวิหารกลาง
แต่ผู้ที่ทำให้วัดถานเจ๋อซื่อเป็นที่รู้จักของชาวจีนก็คือ "องค์หญิงเหมียวหยาน" (Miaoyan) พระธิดาของจักรพรรดิกุบไลข่าน ที่ปวารนาตนบวชเป็นแม่ชีในวัดแห่งนี้ในราวศตวรรษที่ 13 เพราะต้องการสร้างกุศลและเจริญเมตตาให้แก่ผู้คนที่พระบิดาของตนสังหารมากมายในการศึก โดยมีหลักฐานเป็นแผ่นศิลาที่ทรงคุกเข้าสวดมนต์เป็นประจำในหอแห่งหนึ่ง และเชื่อกันว่าร่างขององค์หญิงผู้อุทิศตนแด่พระพุทธศาสนาองค์นี้ได้ฝังอยู่ที่แห่งใดแห่งหนึ่งในวัดนี้
1 2 3 4 5 6 7
|