'สี จิ้นผิง' กล่าวปราศรัยสำคัญในที่ประชุมสุดยอด 75 ปี การก่อตั้งสหประชาชาติ

2020-09-22 10:54:16 | CRI
Share with:

'สี จิ้นผิง' กล่าวปราศรัยสำคัญในที่ประชุมสุดยอด 75 ปี การก่อตั้งสหประชาชาติ_fororder_20200922xjh

วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวปราศรัยสำคัญในที่ประชุมสุดยอดครบรอบ 75 ปี การก่อตั้งสหประชาชาติ

นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า เมื่อ 75 ปีก่อน ประชาคมโลกเอาชนะสงครามผ่านการต่อสู้ด้วยเลือดเนื้อ ซึ่งถือเป็นชัยชนะของความยุติธรรมและประชาชน ภายหลังสงครามรุนแรงสองครั้งในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่แล้ว สหประชาชาติก่อตั้งขึ้นตามความปรารถนาของทุกฝ่าย และทำหน้าที่ที่ไม่ธรรมดาเป็นเวลา 75 ปี เปิดโฉมหน้าใหม่แห่งการพัฒนาและสันติภาพโลก

75 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่สังคมมนุษย์พัฒนาอย่างรวดเร็ว  มนุษย์เราผ่านการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การปฏิวัติทางอุตสาหกรรมอย่างลึกซึ้งและในวงกว้าง ปัจจุบัน เรากำลังเผชิญกับการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการปฏิรูปด้านอุตสาหกรรมในวงกว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น กำลังการผลิตทางสังคมของโลกได้รับการปลดปล่อยและพัฒนาอย่างมาก ขีดความสามารถด้านการเอาชนะความยากลำบากและการปรับปรุงโลกมนุษย์เพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ในรอบ 75 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่สถานการณ์ระหว่างประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายได้รับการปลดแอกทางชนชาติและประเทศได้รับการประกาศเอกราช  ประชากรกว่า 1,000 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน ประชากรหลายพันล้านคนก้าวไปสู่ความทันสมัย อันถือเป็นการยกระดับสันติภาพและการพัฒนาของโลกอย่างมาก อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนโครงสร้างโลกอย่างลึกซึ้ง

ในรอบ 75 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ลัทธิพหุภาคีพัฒนาอย่างรวดเร็ว โลกนี้มีปัญหามากมายและใหญ่มาก ความท้าทายทั่วโลกนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งควรและสามารถแก้ไขได้ด้วยการพูดคุยเจรจาและความร่วมมือเท่านั้น ประเทศต่าง ๆ ควรร่วมกันปรึกษาจัดการกิจการระหว่างประเทศ และทำความรับรู้ร่วมกันว่าต้องฝ่าฟันความยากลำบากไปด้วยกัน จีนมีคำกล่าวที่ว่า หลังพายุฝนจะได้เห็นสายรุ้ง หลังผ่านการทดสอบหลายต่อหลายครั้ง สหประชาชาติยังคงเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและเป็นตัวแทนความปรารถนาดีต่อชีวิตประชาชนกว่า 7,000 ล้านคน ขณะเดียวกัน กฎบัตรสหประชาชาติยังคงเป็นหลักประกันที่สำคัญด้านสันติภาพและการพัฒนาของโลกเช่นเดิม

นายสี จิ้นผิง กล่าวเน้นว่า โลกปัจจุบันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วนั้น เป็นบททดสอบที่เข้มข้นต่อทั่วโลก มนุษย์เข้าสู่ยุคสมัยที่เชื่อมและติดต่อกัน ผลประโยชน์ของประเทศต่าง ๆ มีความเกี่ยวพันและมีอนาคตเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด  การคุกคามและความท้าทายบนโลกต้องการการรับมือจากทั่วโลก เมื่อเผชิญสถานการณ์ใหม่และความท้าทายใหม่ พวกเราต้องตริตรองให้ดีว่า โลกนี้ต้องการสหประชาชาติที่เป็นอย่างไร และในยุคหลังโควิด-19  สหประชาชาติควรแสดงบทบาทต่ออย่างไร

โอกาสนี้ นายสี จิ้นผิง เสนอข้อเสนอ 4 ประการดังนี้

- 1 -

เป็นผู้สนับสนุนความยุติธรรม ความก้าวหน้าของยุคสมัยนั้น ต้องการความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างประเทศใหญ่และประเทศเล็ก รวมไปถึงความเที่ยงธรรม ทั้งนี้ เป็นหลักการอันดับแรกของกฎบัตรสหประชาชาติ ไม่ว่าประเทศใดก็ไม่มีสิทธิ์ควบคุมการกิจการระหว่างประเทศทั้งหมด อำนาจของประเทศอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งกีดขวางการพัฒนา และไม่สามารถปฏิบัติตนมองข้ามผู้อื่น ใช้กำลังอำนาจ ทำลายผู้อื่น หรือ ทำตัวแข็งกร้าว ลัทธิลำพังฝ่ายเดียวไม่มีอนาคต ต้องยืนหยัดการปรึกษาหารือกัน  สร้างสรรค์ร่วมกัน และแบ่งปันร่วมกัน ให้ประเทศต่าง ๆ  ร่วมกันรักษาความมั่นคงทั่วไป ร่วมกันแบ่งปันผลสำเร็จด้านการพัฒนา ร่วมกันสร้างอนาคตของโลก ต้องเพิ่มกำลังและสิทธิการออกเสียงของประเทศกำลังพัฒนาในสหประชาชาติ ตลอดจนทำให้สหประชาชาติสามารถสะท้อนถึงผลประโยชน์และความปรารถนาของประเทศจำนวนมาก

- 2 -

ยืนหยัดปกครองด้วยกฎหมาย วัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาตินั้น เป็นตัวชี้นำแนวคิดการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเป็นรากฐานที่สำคัญของความมั่นคงด้านระเบียบระหว่างประเทศด้วย  จึงต้องรักษาไว้อย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและผลประโยชน์ของประเทศต่าง ๆ ต้องประสานกันตามกฏระเบียบ ใช่ว่าปฏิบัติตามฝ่ายมหาอำนาจ ประเทศใหญ่ ๆ ควรปฏิบัติตัวเป็นผู้ริเริ่มและผู้รักษาการปกครองระหว่างประเทศด้วยกฎหมาย ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา ไม่ทำตัวพิเศษเหนือกว่าผู้อื่น ไม่ใช้  "สองมาตรฐาน" และไม่ตีความกฎหมายระหว่างประเทศในทางที่ผิด อีกทั้งทำลายสิทธิประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของประเทศอื่น ๆ รวมถึงทำงานด้านสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศโดยใช้การปกครองด้วยกฎหมายเป็นข้ออ้าง

- 3 -

ส่งเสริมความร่วมมือ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศนั้น เป็นวัตถุประสงค์ของสหประชาชาติตั้งแต่แรกเริ่มและถือเป็นแนวคิดสำคัญของกฎบัตรสหประชาชาติ การปฏิบัติตามแนวคิดสงครามเย็น การขีดเส้นแบ่งแยกตามแนวคิดที่เป็นรากฐานของสังคม  เศรษฐกิจ และการเมือง หรือ การเล่นเกมผลรวมเป็นศูนย์นั้น ต่างไม่มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาภายในประเทศ และไม่มีส่วนช่วยรับมือความท้าทายร่วมกันของมวลมนุษย์ เรื่องที่พวกเราต้องทำ คือ ใช้การพูดคุยแทนการปะทะกัน ใช้การหารือแทนการคุกคาม ใช้การได้ชัยชนะร่วมกันแทนเกมที่มีผลรวมเป็นศูนย์ ควรเชื่อมผลประโยชน์ของประเทศตนเองกับผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศต่าง ๆ ตลอดจนพยายามขยายผลประโยชน์ร่วมกันนี้ สร้างครอบครัวใหญ่ที่มีความร่วมมืออย่างสมานฉันท์

- 4 -

เน้นการใช้ปฏิบัติการ การปฏิบัติตามลัทธิพหุภาคีนั้น ไม่ควรเน้นแต่เพียงทฤษฏี ต้องใช้ปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม ไม่ควรมัวแต่เสนอวิธีแก้ไขโดยมองข้ามผลลัพธ์  สหประชาชาติควรถือการแก้ไขปัญหาเป็นจุดเริ่มต้น มุ่งบรรลุผลที่เป็นรูปธรรม ส่งเสริมความมั่นคง และการพัฒนาสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะถือโอกาสการปฏิบัติตาม  "แผนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปี 2030" จัดให้งานรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงที่ไม่ธรรมดาในด้านสาธารณะสุขและด้านอื่น ๆ เป็นงานที่ต้องมาก่อนของสหประชาชาติ เน้นประเด็นการพัฒนาในกรอบการพัฒนาโลก ตลอดจนเพิ่มความสนใจด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิการใช้ชีวิต รวมถึงสิทธิในการพัฒนาให้มากขึ้น

นายสี จิ้นผิง กล่าวเน้นว่า จีนเป็นประเทศแรกที่ลงนามในกฎบัตรสหประชาชาติ เป็นประเทศสมาชิกรุ่นแรกของสหประชาชาติ และเป็นประเทศกำลังพัฒนาเพียงประเทศเดียวในบรรดาประเทศสมาชิกถาวรด้วย จีนจะปฏิบัติตามลัทธิพหุภาคีไปตลอด ร่วมการปฏิรูปและสร้างระบบการบริหารโลก รักษาระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนนำอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ รักษาระเบียบสากลที่มีกฎหมายระหว่างประเทศเป็นพื้นฐานอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ และรักษาบทบาทแกนนำของสหประชาชาติในกิจการระหว่างประเทศอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

นายสี จิ้นผิง เน้นในท้ายที่สุดว่า โลกนี้กำลังยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นใหม่ ขอให้พวกเราย้ำคำมั่นสัญญาที่จะยืนหยัดลัทธิพหุภาคี  ส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษย์ บรรลุความสามัคคีและความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ให้มากขึ้นภายใต้การนำของสหประชาชาติ

Tim/Ldan/Dan

  • เสียงข่าวประจำวัน (11-07-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (11-07-2567)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (11-07-2567)

  • เสียงข่าวประจำวัน (12-07-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (12-07-2567)

张楠