‘สี จิ้นผิง’กล่าวปราศรัยสำคัญในที่ประชุมอภิปรายทั่วไป สมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 75

2020-09-23 18:47:13 | CRI
Share with:

วันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวปราศรัยสำคัญในที่ประชุมอภิปรายทั่วไป การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 75 โดยชี้ให้เห็นว่า เมื่อเผชิญกับโควิด-19 ประเทศต่าง ๆ ต้องดำเนินตามแนวคิดประชาชนต้องมาก่อนและชีวิตสำคัญที่สุด เสริมสร้างความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สร้างแนวคิดประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันและความร่วมมือแบบได้รับชัยชนะร่วมกัน เคารพแนวทางและรูปแบบการพัฒนาที่แต่ละประเทศเลือกโดยอิสระ ยืนหยัดแนวคิดเปิดกว้างและอดทนอดกลั้น สร้างเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้าง สร้างแนวคิดการพัฒนาเชิงนวัตกรรม มีการประสานงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เปิดกว้างและแบ่งปัน ส่งเสริมเศรษฐกิจโลกให้ "ฟื้นตัวแบบสีเขียว" หลังโรคระบาด ตลอดจนยึดมั่นแนวคิดพหุภาคีและรักษาระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง

นายสี จิ้นผิง กล่าวชี้ว่า ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 75 ปี ชัยชนะของสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก และยังเป็นวาระครบรอบ 75 ปี การก่อตั้งสหประชาชาติ องค์การสหประชาชาติจัดการประชุมสุดยอดเพื่อรำลึกอย่างจริงจัง โดยคำนึงถึงประสบการณ์ในประวัติศาสตร์และบทเรียนของสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก อีกทั้งยังยืนยันความมุ่งมั่นแน่วแน่ต่อวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง

นายสี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นว่า มนุษยชาติกำลังต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 ผู้คนทั่วโลกช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความเอาใจใส่ของมนุษย์ ส่องสว่างในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด มนุษย์จะเอาชนะโรคระบาดได้ในที่สุด และชัยชนะจะเป็นของผู้คนทั่วโลกอย่างแน่นอน

เมื่อเผชิญกับโรคระบาด นายสี จิ้นผิง มีข้อเสนอ 4 ประการ: “พวกเราต้องดำเนินแนวคิดประชาชนต้องมาก่อนและชีวิตสำคัญที่สุด ระดมทรัพยากรทั้งหมด ดำเนินการป้องกันทางวิทยาศาสตร์ และกำหนดนโยบายที่แม่นยำ ไม่พลาดผู้ติดเชื้อแม้แต่คนเดียว ไม่ยอมแพ้ผู้ป่วยแม้แต่คนเดียว และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างเด็ดขาด พวกเราต้องเสริมสร้างความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดำเนินตามจิตวิญญาณทางวิทยาศาสตร์ แสดงบทบาทการเป็นผู้นำขององค์การอนามัยโลกอย่างเต็มที่ ส่งเสริมการป้องกันและควบคุมร่วมกันระหว่างประเทศ  ชนะการต่อสู้กับโรคระบาดทั่วโลกอย่างเฉียบขาด ต่อต้านการทำให้เป็นเรื่องการเมืองและการตีตรา ต้องกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมที่ครอบคลุมและเป็นปกติ ให้ธุรกิจ ตลาด และโรงเรียนกลับมาทำงานต่อไปอย่างเป็นระเบียบ สร้างโอกาสการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจ  ฟื้นฟูระเบียบและความมีชีวิตชีวาของเศรษฐกิจและสังคม ประเทศใหญ่จำเป็นต้องเสริมสร้างการประสานงานในแง่มหภาค ซึ่งไม่เพียงแต่จะต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศเท่านั้น หากยังต้องมีส่วนช่วยในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ต้องดูแลและเอาใจใส่ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศในแอฟริกา ทั้งด้านการปลดหนี้ การช่วยเหลือ ฯลฯ  ดำเนินการอย่างทันท่วงทีและเข้มแข็ง ปฏิบัติตาม “วาระของสหประชาชาติ ปี 2030 เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อช่วยให้พวกเขาเอาชนะความยากลำบาก”

นายสี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นว่า การแพร่ระบาดครั้งนี้นำบทเรียนสำคัญ 4  ประการมาสู่มนุษยชาติ ประการแรก พวกเราต้องอาศัยอยู่ในชุมชนระดับโลกที่เชื่อมต่อและแบ่งปันกัน ประเทศต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดและมีอนาคตของมนุษยชาติร่วมกัน ไม่มีประเทศใดสามารถได้กำไรจากความยากลำบากของประเทศอื่น และได้รับความมั่นคงจากความปั่นป่วนของประเทศอื่น

ประการแรกที่สอง โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจเป็นความจริงเชิงวัตถุประสงค์และแนวโน้มทางประวัติศาสตร์ โลกไม่สามารถกลับสู่ภาวะปิดกั้นและแยกออกจากกันได้ นับประสาอะไรกับการถูกแบ่งแยกโดยมนุษย์

ประการแรกที่สาม มนุษยชาติต้องการการปฏิวัติตนเองเพื่อเร่งการก่อตัวของวิธีการพัฒนาและวิถีชีวิตแบบสีเขียว สร้างอารยธรรมทางระบบนิเวศและโลกที่สวยงาม มนุษยชาติไม่สามารถเพิกเฉยต่อคำเตือนของธรรมชาติครั้งแล้วครั้งเล่าได้อีกต่อไป และเดินบนหนทางสายเก่าที่พูดถึงเพียงการชักชวน แต่ไม่ใช่การลงทุน พูดถึงเพียงการพัฒนา แต่ไม่ใช่การป้องกัน และพูดถึงเพียงการใช้ประโยชน์ แต่ไม่ใช่การฟื้นฟู

ประการแรกที่สี่ ระบบการจัดการทั่วโลกกำลังต้องการการปฏิรูปและปรับปรุงอย่างเร่งด่วน การแพร่ระบาดไม่เพียงแต่เป็นบททดสอบความสามารถของประเทศต่าง ๆ ในการจัดการเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการทดสอบระบบการจัดการของโลกด้วย Tim/Patt/Zdan

  • เสียงข่าวประจำวัน (18-07-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (18-07-2567)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (18-07-2567)

  • เสียงข่าวประจำวัน (17-07-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (17-07-2567)

彭少艾