การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีน

2022-05-11 12:40:31 | CRI
Share with:

การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีน

ปีหลังๆนี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยคงสังเกตได้ว่า ชาวจีนนิยมโพสต์ภาพถ่ายอาหารการกินต่างๆบนวีแชทโมเมนต์อย่างมาก ในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว อาหารต่างๆทั้งอร่อยและดูสวยเป็นสิ่งที่ขาดแคลนไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนทุกปี วีแชทโมเมนต์ก็กลายเป็นเวทีการประกวดโชว์อาหารอร่อยๆ

การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีน

ช่วงสิบปีที่ผ่านมา อาหารการกินของชาวจีนนับว่ามีชนิดหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไก่ เป็ด ปลา เนื้อ อาหารทะเล ผลไม้ อาหารว่างชนิดต่างๆ เป็นต้น ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นบนโต๊ะอาหารของชาวจีนแล้ว ผู้คนยังสามารถสัมผัสกับอาหารอร่อยๆของประเทศต่างๆโดยไม่ต้องออกนอกเมือง สถิติจากกระทรวงพาณิชย์จีนแสดงว่า ตั้งแต่ปี 2012-2020 การนำเข้าอาหารของจีนเพิ่มขึ้น 11.4% เฉลี่ยต่อปี ปี 2020 ยอดการนำเข้าอาหารของจีนมีกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีน

เมื่อย้อนไปหลายสิบปีก่อน ปัญหาปากทองยังเป็นปัญหาร้ายแรงของจีน แต่ถึงปี 2022 ขณะนี้ ชาวจีนไม่ได้กังกลเรื่องขาดแคลนอาหารมานานแล้ว กระทรวงการเกษตรและชนบทจีนประกาศสถิติเมื่อเร็วๆนี้ โดยระบุว่า ยอดการผลิตธัญญาหารของจีนคงไว้ซึ่ง 650,000 ล้านกิโลกรัมขึ้นไปติดต่อกัน 7 ปีแล้ว ซึ่งมีความพอเพียงทั้งอุปทานและในสต๊อกอย่างเต็มที่ ตั้งแต่จีนใหม่สถาปนาขึ้นเป็นต้นมา การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีนมีการกระบวนอย่างไร? วันนี้เรามาทบทวนพร้อมกัน

การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีน

ช่วงต้นประเทศจีนใหม่ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุสิ่งของทุกด้าน อาหารการกินของชาวจีนมีไม่กี่ชนิด โดยถือมันฝรั่งและข้าวโพดเป็นอาหารหลัก รัฐบาลแจกคูปองอาหารตามโควตาจำนวนคนในครอบครัวอย่างเข้มงวด และต้องถึงวันสำคัญอย่างตรุษจีน ผู้คนจึงยอมซื้อเนื้อและขนมนิดหนึ่งเพื่อฉลองเทศกาล ต่อมาจีนพบภัยธรรมชาติร้ายแรงติดต่อกัน 3 ปีระหว่างปี 1959 ถึง 1961 ในยุคนั้นจะไม่พอกินเกือบทุกครอบครัว อาหารสำหรับชาวบ้านทั่วไปมีแต่หัวผักกาดและผักกาดขาวเท่านั้น พื้นที่ลำบากยิ่งจะถือผักป่า และใบไม้เป็นอาหารสำคัญ นับว่าเป็นช่วงเดือดร้อนจริงๆ

การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีน

ช่วงทศวรรษ 1970 ปัญหาปากท้องของชาวจีนผ่อนคลายลง แต่จีนยังขาดแคลนวัตถุสิ่งของด้านต่างๆ อาหารหลักของชาวจีนทั่วไปยังมีแต่มันฝรั่ง หัวผักกาดและข้าวโพดเหมือนอดีต ทุกครอบครัวนิยมทำผักดอง ยังต้องรอถึงช่วงเทศกาลสำคัญอย่างตรุษจีน ชาวบ้านทั่วไปจึงยอมกินข้าวสวย แป้งสาลี หรือเนื้อ และทำเกี๊ยวโดยไม่จำกัดปริมาณ ช่วงนี้เริ่มปรากฏป๊อปคอร์น มาร์ชแมลโลว์ และขนมหวานบางชนิด

การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีน

หากพบกรณีที่มีแขกสำคัญมาเยี่ยมที่บ้าน บางครอบครัวก็คงจะทำอาหารประเภทเนื้อไก่เนื้อเป็ดเพื่อเลี้ยงแขก ในครอบครัวชาวบ้านทั่วไป ผู้หญิงที่อายุไม่มากส่วนใหญ่จะไม่นั่งกินเป็นเพื่อนขณะเลี้ยงแขก โดยเฉพาะในเมืองเล็กหรือเขตชบบท ในงานเลี้ยงแขก ผู้ที่นั่งรอบโต๊ะอาหารมีแต่ผู้ใหญ่และผู้ชายเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีน

ถึงทศวรรษ 1980 พร้อมกับการดำเนินนโยบายการปฏิรูปและเปิดประเทศ เศรษฐกิจและการผลิตธัญญาหารของจีนมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งของวัตถุด้านต่างๆในตลาดก็เพิ่มชนิดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คูปองอาหารค่อยๆถอนตัวออกจากตลาด ช่วงนี้ อาหารการกินของชาวจีนนับวันมีความหลากหลายยิ่งขึ้น อุปทานผักกาดขาวไม่มีการจำกัดแล้ว ในตลาดยังปรากฏเห็ดหูหนู บวบ มะเขือเทศ เห็ดหอม และถั่วลันเตา เป็นต้น จากนั้น ชาวบ้านทั่วไปก็สามารถได้กินผักผลไม้ชนิดต่างๆในทั้งสี่ฤดูกาลตลอดปี

การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารการกินของชาวจีน

ช่วงนี้ ขณะที่ระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจีนนับวันดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาปากท้องในเมืองได้รับการแก้ไขในขั้นพื้นฐาน ชาวจีนเริ่มหวังจะได้อาหารการกินที่มีรสชาติดียิ่ง อาหารประเภทเนื้อชนิดต่างๆ ซึ่งพบได้เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น จึงเริ่มปรากฏตัวบนโต๊ะอาหารในวันธรรมดามากยิ่งขึ้น ยังมีการเปิดตัวอาหารทะเลต่างๆที่ชาวบ้านทั่วไปไม่ค่อยได้สัมผัสในอดีต เช่น ปลาแซลมอนและปลากะพง เป็นต้น ต่างปรากฏตัวบนโต๊ะอาหารของชาวจีนทั่วไปแล้ว ขณะเดียวกัน ผู้คนเริ่มเดินออกจากบ้านและไปสัมผัสกับฝีมือของพ่อครัวมืออาชีพ เมื่อปี 1980 กรุงปักกิ่งมีการเปิดร้านอาหารภาคเอกชนแห่งแรกอย่างเป็นทางการ

ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ธัญญาหารประเภทข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่ว เป็นต้น ค่อยๆลดน้อยลงจากโต๊ะอาหารของชาวจีน อาหารประเภทแป้งสาลีและข้าวสวยกลายเป็นอาหารหลัก ขณะเดียวกัน ผู้คนจำนวนหนึ่งเริ่มแสวงหาอาหารประเภทสัตว์ป่า สัตว์น้ำที่หายากและรสชาติแปลกใหม่ เช่น เนื้องู ซาลาแมนเดอร์ ลิ่น และจระเข้ เป็นต้น ช่วงนั้นทางการจีนยังไม่มีข้อห้ามล่าสัตว์ป่าเหล่านี้ ถึงรัฐบาลออกนโยบายอนุรักษ์สัตว์ป่าแล้ว การนำเอาสัตว์ป่าไปทำอาหารเช่นนี้จึงยุติลงอย่างเป็นทางการ

ช่วงทศวรรษ 1990 ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจีนยกระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวจีนที่รวยขึ้นจำนวนหนึ่งเริ่มนิยมทานอาหารในราคาแพง เป๋าฮื้อ และปลิงทะเลเริ่มปรากฏตัวบนโต๊ะอาหาร โดยเฉพาะเป๋าฮื้อ ถูกมองว่าเป็นอาหารการกินสำหรับผู้มีฐานะสูงตั้งแต่สมัยโบราณ แม้ว่าสารอาหารในตัวเป๋าฮื้อไม่ได้นับว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่มันสามารถสนองความต้องการทางจิตใจของผู้คนอย่างดี ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นมา ชาวจีนมีค่าใช้จ่ายในอาหารการกินปีละกว่า 1 แสนล้านหยวน

แต่อย่างไรก็ตาม อาหารในราคาแพงเช่นนี้ จะเป็นอาหารสำหรับผู้ร่ำรวยส่วนน้อย ชาวบ้านทั่วไปยังยอมไปร้านอาหารธรรมดามากกว่า เช่น ร้านอาหารเสฉวน ร้านอาหารหูหนาน และร้านอาหารปักกิ่งที่ตั้งราคาไม่แพง

ขณะเดียวกัน อาหารจีนยากที่จะสนองความต้องการของชาวจีนทุกคนแล้ว อาหารฝรั่งค่อยๆเข้าสู่ชีวิตของชาวจีน เคเอฟซี แมคโดนัลด์ เริ่มเปิดร้านในจีนอย่างต่อเนื่อง อาหารรัสเซีย อาหารฝรั่งเศส พิซซ่าอิตาเลี่ยน อาหารญี่ปุ่น และอาหารเกาหลี เป็นต้น ต่างพากันเข้าตลาดจีน ร้านอาหารฝรั่งในสไตล์ประเทศต่างๆจะเห็นได้ทั่วไปในเมือง ชาวจีนไม่ต้องออกนอกประเทศก็สัมผัสกับอาหารลักษณะต่างๆทั่วโลกได้แล้ว

ถึงศตวรรษที่ 21 ชาวจีนนับวันยกมาตรฐานการกินสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่เพียงหวังรสชาติดีเท่านั้น ยังต้องการมีชนิดหลากหลายและสารบำรงที่อุดมสมบูรณ์ ผักผลไม้ชนิดต่างๆได้รับความนิยมมากขึ้นอีก ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มให้ความสำคัญต่อวิถีการกินที่มีสุขภาพ ขณะเดียวกัน การกินอาหารก็ไม่ใช่เพื่อความต้องการทางปากท้องเท่านั้นแล้ว หากยังแสดงบทบาทสำคัญในการพบปะ งานเลี้ยง และด้านประชาสัมพันธ์

ปีหลังๆนี้ ชาวจีนนับวันชื่นชอบบริการด้านอาหารที่มีความสะดวกและลักษณะโดดเด่น ในอดีตร้านอาหารในจีนนิยมแสวงความสมบูรณ์แบบ มีทั้งอาหารเสฉวนและอาหารกว่างตงจะยิ่งดี แต่ปัจจุบัน ร้านอาหารที่เน้นลักษณะพิเศษจะได้รับความนิยมยิ่งขึ้น เช่น ร้านอาหารที่เน้น “กุ้งมังกรเล็ก” เป็นหลัก ร้านปลาย่าง และร้านสุกี้ฉงชิ่ง เป็นต้น ได้รับความชื่นชอบจากหนุ่มสาวอย่างมาก

Yim/Sun

  • เสียงข่าวประจำวัน (02-02-2566)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (02-02-2566)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (02-02-2566)

  • เสียงข่าวประจำวัน (01-02-2566)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (01-02-2566)

周旭