
วันที่ 5 กันยายนปีนี้ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน เป็นเทศกาลจงหยวน หรือเทศกาลวันปล่อยผีของจีน ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญตามประเพณีเก่าแก่ของจีน และเพราะเป็นวันที่ 15 ของเดือนเจ็ด ชาวจีนจึงเรียกกันอีกว่า "วันกลางเดือนเจ็ด"
เทศกาลจงหยวน เป็นหนึ่งใน 4 เทศกาลสำคัญที่กราบไหว้บรรพบุรุษของจีน ร่วมกับอีก 3 เทศกาลคือ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลเชงเม้ง และเทศกาลฉงหยาง นอกจากนี้ วันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย ซึ่งเป็นเทศกาลหยวนเซียว มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เทศกาลซ่างหยวน (上元节) ซึ่งฉลองการอยู่พร้อมหน้ากันของคนในครอบครัว และวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 เรียกว่าเทศกาลหานสือ หรือเทศกาลเซี่ยหยวน (下元节) ซึ่งจะรำลึกปราชญ์ ภาษาจีนคำว่า "ซ่าง(上)" หมายถึงข้างบนหรือก่อน คำว่า "เซี่ย(下)" หมายถึงข้างล่างหรือหลัง ส่วนคำว่า "จง" หมายถึงตรงกลางหรือศูนย์กลาง แสดงให้เห็นว่า เทศกาลจงหยวนมีความสำคัญตามขนบประเพณีเก่าแก่ของจีน
ตามตำนานเทพนิยายของจีน มีเทพเจ้า 3 องค์ตามลัทธิเต๋า คือ "เทพแห่งฟ้า - เทียนกวน(天官)" "เทพแห่งดิน - ตี้กวน(地官)" และ "เทพแห่งน้ำ - สุ่ยกวน(水官)" รวมกันเป็น " 3 กวน (三官)" หรือ " 3 หยวน (三元)" โดยเทพเทียนกวนถือกำเนิดในวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย หรือเทศกาลซ่างหยวน มีหน้าที่ประทานความสุขแก่มนุษย์ เทพตี้กวนถือกำเนิดในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 7 หรือเทศกาลจงหยวน มีหน้าที่ลดอภัยโทษให้มนุษย์ ส่วนเทพสุ่ยกวนถือกำเนิดในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน ๑๐ หรือเทศกาลเซี่ยหยวน มีหน้าที่บรรเทาทุกข์ของมนุษย์ ซึ่งเล่ากันว่า ตี้กวนเป็นผู้เฝ้าประตูแห่งนรก ในเทศกาลจงหยวนก็จะเปิดประตูปล่อยวิญญาณให้กลับสู่โลกมนุษย์ได้ ชาวบ้านก็ต้องเตรียมจัดของเครื่องเซ่น มิฉะนั้นครอบครัวจะประสบภัย และถ้าครอบครัวใดมีสมาชิกเพิ่งเสียชีวิตภายใน 3 ปี ก็ต้องนำของไปไหว้ที่สุสาน ทำให้เทศกาลจงหยวนกลายเป็นเทศกาลผีของจีน

อันที่จริง เทศกาลจงหยวนมีที่มาจากเทพนิยายของลัทธิเต๋า ซึ่งพุทธศาสนาก็ถือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 7 เป็นวันกราบไหว้บูชาบรรพบุรุษ รำลึกถึงพุทธคุณและบิดามารดาที่ให้กำเนิดเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ มีชื่อเรียกว่า "เทศกาลอี๋ว์หลานเผิน"(盂兰盆节)เนื่องจากพุทธศาสนาได้รับการเผยแผ่อย่างกว้างขวางในจีน และสองเทศกาลนี้อยู่วันเดียวกันและมีเป้าหมายเหมือนกัน ชาวจีนจึงถือว่าเป็นเทศกาลเดียวกัน แต่เพราะลัทธิเต๋าเป็นศาสนาดั้งเดิมของจีน ชาวจีนจึงเรียกกันติดปากว่าเป็นเทศกาลจงหยวน
วิธีรำลึกเทศกาลนี้มีหลายอย่าง ในชนบท เดือน 7 ของจีนเป็นต้นฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยว ชาวไร่ชาวสวนจึงเซ่นไหว้บูชาบรรพบุรุษด้วยผลผลิตการเกษตรที่สดใหม่ เพื่อบอกกล่าวถึงผลการทำงานทั้งปีของตน นอกจากนี้ ยังจะไหว้เทพเจ้าแห่งดิน เพื่อให้ช่วยปกป้องพ้นภัยธรรมชาติ และปรารถนาให้เก็บเกี่ยวดีในปีหน้า
ส่วนคนในเมืองจะจัดพิธีกรรมและเซ่นไหว้ด้วยเหล้า เนื้อ ขนม ผลไม้ เป็นต้น บางคนยังเชิญพระสงฆ์หรือนักบวชศาสนาเต๋ามาสวดมนต์อ่านคัมภีร์ ปัจจุบัน ยังจะเผาเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษ และอื่นๆ ถ้าสุสานอยู่ใกล้ก็ไปเผาที่สุสาน แต่ถ้าอยู่ไกลก็ไปเผาที่ทางแยกของถนนในตอนกลางคืน เพราะชาวจีนเชื่อว่า ทางแยกเป็นจุดรวม "หยิน" และ "หยาง" เป็นทางสู่ยมโลก โดยเฉพาะสี่แยก ซึ่งเชื่อมกับทุกทิศได้ จึงมีความเชื่อว่า ไม่ว่าวิญญาณสมาชิกครอบครัวที่เสียชีวิตจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถได้รับเงินและสิ่งของที่เผาส่งไปให้ ส่วนสาเหตุที่เลือกเผาในตอนกลางคืน ก็เพราะเชื่อว่าวิญญาณจะไม่ออกมาในตอนกลางวัน ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าเวลาเผาเงินกระดาษทอง ต้องเรียกชื่อของคนที่ต้องการเผาส่งเงินกระดาษไปให้ด้วย เพื่อให้วิญญาณได้ยินและมารับได้อย่างถูกต้อง และต้องคอยระวังไม่ให้ลมพัดเงินกระดาษปลิวออกไป เพราะจะกลายเป็นให้วิญญาณอื่น ต้องเฝ้ารอจนเผาไหม้หมดจึงจากไปได้ ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดไฟไหม้


















