การเจรจาเกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านที่หยุดชะงักเป็นเวลากว่า 1 ปีนั้นจะเริ่มต้นใหม่ในวันที่ 6-7 ธันวาคมนี้ที่กรุงเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งนางแคเธอรีน มาร์กาเร็ต แอชตัน ผู้แทนระดับสูงด้านกิจการทางการทูตของสหภาพยุโรปจะเป็นตัวแทนของ 5 ประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเยอรมนี จะจัดการเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์ นายมานูเชอร์ มอตตากิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านย้ำที่คูเวตเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า อิหร่านเตรียมที่จะจัดการเจรจากับประเทศตะวันตกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่จะไม่อ่อนข้อแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ นางแอชตัน ผู้แทนระดับสูงด้านกิจการทางการทูตของสหภาพยุโรปได้มีหนังสือติดต่อนายซาอีด จาลิลี หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจานิวเคลียร์ของอิหร่านหลายครั้ง และมีข่าวบ่อยครั้งว่าจะฟื้นฟูการเจรจา แต่ไม่ได้กำหนดเวลาและสถานที่จัดการเจรจามาโดยตลอด จนเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน เกิดเหตุการณ์ระเบิดนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ชาวอิหร่าน 2 คน ทำให้หนึ่งในนั้นเสียชีวิต และอีกหนึ่งบาดเจ็บ
แต่มองจากสภาพปัจจุบันแล้ว อิหร่านอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่จะจัดการเจรจาด้านนิวเคลียร์โดยสาเหตุจากเหตุการณ์ดังกล่าว วันที่เกิดเหตุระเบิด นายมาห์มุด อาห์มาดิ เนจาด ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวในที่ประชุมแถลงข่าวที่จัดขึ้นที่กรุงเตหะรานว่า อิหร่านมีท่าทีเชิงบวกในการเจรจา และไม่มีข้อขัดแย้งในเรื่องเวลาและสถานที่จัดการเจรจา
เรื่องที่น่าสังเกตคือ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ข่าวสารอิหร่านอ้างคำพูดของนายอาลี-อัสการ์ ซอลตานีเยห์ ผู้แทนอิหร่านประจำองค์กรพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศว่า องค์กรพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศได้ผ่านโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดที่อิหร่านยื่นให้
ปัจจุบัน โดยผ่า่นการเจรจาต่างๆ แม้ว่าอิหร่านมีความคิดเห็นตรงกันกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องเวลาและสถานที่จัดการเจรจาก็ตาม แต่ยังมีข้อคิดเห็นต่างกันในวาระการเจรจา เป้าหมายของประเทศตะวันตกคือปัญหานิวเคลียร์ ซึ่งประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือปัญหายูเรเนียมเข้มข้น แต่ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิ เนจาด ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนว่า กิจกรรมยูเรเนียมเข้มข้นเป็นสิทธิของอิหร่านที่ริดรอนไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่ยอมเจรจา
ส่วนอิหร่านหวังว่า จะเจรจาเกี่ยวกับปัญหาการแลกเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เช่น ตุรกี และบราซิลเข้าร่วมการเจรจาด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษยอมรับไม่ได้ โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สหภาพยุโรปก็ได้ปฏิเสธการเรียกร้องที่จะจัดการเจรจาด้านนิวเคลียร์อิหร่านที่กรุงอิสตันบูลของตุรกี โดยเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องให้ตุรกีเข้าร่วมการเจรจา จากเหตุการณ์นี้ จะสังเกตได้ว่า สองฝ่ายมีความคิดเห็นต่างกันอย่างมาก ถ้าไม่สามารถทำความรับรู้ร่วมกันในอนาคตอันใกล้ คาดว่า การเจรจาในวันข้างหน้าก็จะดำเนินไปด้วยความยากลำบาก
Qi/NL/Ldan


















