ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่สิ้นสุดลงในวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่สามารถประกาศแถลงการณ์ร่วมเป็นครั้งแรกในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศสมาชิกมีจุดยืนไม่เหมือนกันเกัยวกับปัญหาทะเลจีนใต้ ซึ่งประชาคมโลกติดตามเหตุการณ์นี้อย่างกว้างขวาง นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่า อาเซียนเผชิญกับวิกฤตการแบ่งแยก รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียจึงเดินทางไปเยือน 5 ประเทศอาเซียนอย่างฉุกเฉิน เพื่อพยายามแก้วิฤกตดังกล่าว
ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียในฐานะผู้ไกล่เกลี่ย เดินทางไปเยือนประเทศสมาชิกอาเซียนที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งของพลโทซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อลดข้อขัดแย้งในปัญหาทะเลจีนใต้ภายในประเทศอาเซียน ในการเยือน 36 ชั่วโมงแบบรวดเร็ว นายมาร์ตี นาตาเลกาวาพบปะเจรจากับรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และกัมพูชา โดยได้กล่าวถึงข้อตกลงขั้นพื้นฐาน 6 ประการเกี่ยวกับข้อขัดแย้งในทะเลจีนใต้ของประเทศอาเซียนที่อินโดนีเซียเสนอ อันได้แก่ การย้ำ "แถลงการณ์ปฏิบัติการร่วมในทะเลจีนใต้" ฝ่ายต่างๆ ควรปฏิบัติตามหลักการที่กำหนดไว้ในแถลงการณ์ฯ อย่างเข้มงวด มีความจำเป็นในการหารือ "หลักเกณฑ์ปฏิบัติการร่วมในทะเลจีนใต้" เคารพอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ไม่ใช้ความรุนแรง แก้ข้อขัดแย้งด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล
หลังจากเจรจากับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาแล้ว นายมาร์ตี นาตาเลกาวากล่าวว่า ได้ติดต่อกับรัฐมนตรีต่างประเทศของ 10 ประเทศอาเซียนเกี่ยวกับหลักการดังกล่าว เมื่อฝ่ายต่างๆ ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาจะเป็นผู้ประกาศอย่างเป็นทางการในเที่ยงวันที่ 20 กรกฎาคมนี้
การแก้วิกฤตครั้งนี้ได้ผ่อนคลายข้อขัดแย้งเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ระหว่างประเทศอาเซียน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ การที่ฟิลิปปินส์ และเวียดนามมุ่ง "ลักพาตัว" อาเซียนย่อมส่งผลกระทบต่ออาเซียนอย่างลึกซึ้ง เนื่องเพราะขณะนี้อาเซียนอยู่ระหว่างการเผชิญกับภาระกิจอันหนักหน่วงในการสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2015 การทุ่มเทแรงในปัญหาทะเลจีนใต้ย่อมจะส่งผลกระทบต่อ 10 ประเทศอาเซียนในการบรรลุเป้าหมายนี้ หากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนไม่สามารถสร้างเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ จะส่งผลกระทบต่อ 10 ประเทศอาเซียนอย่างมาก
(Yim/cici)


















