คุณฐิตาภา ทรงเผ่า กรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน รีไรเตอร์หน้า 1 นสพ.ไทยรัฐ ประทับใจหลายสิ่งในจีน (ตอนที่2)
  2016-09-13 17:46:04  cri

ได้ฟังระดับบิ๊กๆของ นสพ.พีเพิลเดลีพูดในที่ประชุม สิ่งหนึ่งคือเราควรให้อภัยกัน เมื่อเวลาที่นักท่องเที่ยวจีนไปประทศเรานิดๆหน่อยๆเราก็ควรให้อภัยเขา เหมือนบางทีเราไปประเทศอื่นเราก็ยังไม่รู้หรือไม่คุ้นชินกับธรมเนียมของเขา อย่างธรรมเนียมการให้ทิปให้หรือไม่ให้เราก็ยังไม่รู้เหมือนกัน เหมือนอย่างคนจีนเวลาที่เขามาเมืองไทยก็เหมือนกัน เสียงเอะอะอะไรของเขามันก็เป็นธรรมดา วัฒนธรรมของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ไม่มีใครเหมือนกัน แต่ว่าจะใกล้เคียงคล้ายคลึงอันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เชื่อว่าทุกประเทศมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ไม่มีประเทศไหนที่เหมือนกันทุกอย่าง เพราะฉะนั้นจึงอยากฝากคนไทยนิดหนึ่งนะคะว่าเวลานักท่องเที่ยวจีนไปนิดๆหน่อยๆเราก็ให้อภัยกัน เพราะเวลาเรามาประเทศจีนเขาก็ต้อนรับเราอบอุ่น เราเจอน้องมนตรีหรือน้องเหลย เต๋อซิน ตอนมาที่เมืองเหอเฝย เขาก็ให้ความเป็นกันเองดูแลเราอย่างดี เขาพูดไทยชัด มีน้ำใจเขาเหมือนเป็นคนไทยคนหนึ่งเลย เขารู้หัวจิตหัวใจคนไทย

เหมือนอย่างเช่นเราไปประเทศญี่ปุ่น เวลาขึ้นรถไฟเขาห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ ห้ามเปิด แต่คนไทยไม่รู้ เราก็นั่งแชท นั่งอัพเฟซบุ๊ค นั่งเล่นไลน์เสียงติ๋งตั่ง เขาก็มองหน้าเราเหมือนกัน ครั้งแรกที่ไปเจอก็ลืมปิดเสียงไลน์ พอเขามองหน้านึกขึ้นได้ก็เลยปิดเสียงไลน์ เพราะฉะนั้นถึงบอกว่านักท่องเที่ยวก็มีผิดพลาดเหมือนกัน แต่ความไม่รู้ย่อมทำให้เกิดความรู้ได้ เมื่อไม่รู้แล้วคราวต่อไปเราก็ต้องศึกษา อย่างคนจีนไม่ถือหัว เอามือเล่นหัวกันได้หรือใช้เท้าชี้ของได้ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเขามองให้เป็นเรื่องธรรมชาติไป ก็เคยเจอตอนมาหนังสือพิมพ์เหรินหมินรื่อเป้าเมื่อ20กว่าปีก่อน เราก็นั่งเครื่องบินภายในประเทศไปกวางโจว แอร์โฮสเตสเสิร์ฟน้ำผลไม้ที่เป็นกล่อง โยนข้ามหัวไปเลย(หัวเราะ) ตอนแรกไม่คุ้นก็ตกใจเหมือนกัน ทำไมเขาโยนข้ามหัว แต่ก็มีเพื่อนที่มากับคณะบอกว่าเขาเป็นอย่างนี้ ซึ่งก็จริงพอไปขึ้นอีกไฟลท์หนึ่งภายในประเทศก็เจอแบบนี้เหมือนกันคือเขาโยนแบบข้ามหัวเราไปเลย เขาไม่ได้ถือสา เพราะว่าคนที่นั่งในสุดอย่างไรก็แล้วแต่ต้องผ่านศีรษะเราอยู่แล้วเพื่อความรวดเร็วความสะดวกของเขาเขาก็โยนข้ามไป แต่ถ้าเป็นแอร์โฮสเตสไทยทำอย่างนี้ไม่ได้คงจะตีกันตาย อันนี้คือสมัยก่อนแต่ว่าตอนนี้สายการบินต่าง ๆ ของจีนปรับปรุงบริการขึ้นมาเยอะ อย่างตอนที่มาเมืองเหอเฝยก็มาสายการบินแอร์ไชน่า กลับก็กลับกับแอร์ไชน่าบริการเขาเป็นสากลมาก คือทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว

ความประทับใจในอาหารการกิน

ทั้งไทยและจีนก็มีวัฒนธรรมอาหารที่คล้ายคลึงกัน แต่ว่ารสอาจจะเข้มข้นต่างกัน เวลาคนจีนไปเมืองไทยเขาจะกินจืดกว่าเรานิดหน่อย เพราะคนไทยนี่ถ้าพูดภาษาตลกหน่อยต้องบอกว่าเป็นคนจัดจ้าน ชอบรับประทานอะไรที่รสเข้มข้น แต่ในประเทศจีนอาหารการกินจะรสอ่อนนิดหนึ่ง ไม่หวานจัด ไม่เผ็ดจัด เวลานักท่องเที่ยวจีนไปไทย เมื่อได้ทานอาหารรสจัดๆทำให้เขารู้สึก อืมม์..ทำไมมันอร่อยเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม แล้วก็จะชอบทานพวกซีฟู๊ด ผัดไทย ผัดไทยนี่ชาติไหนๆมาก็ถูกใจกันทั้งนั้นเลย คนจีนทานซีฟู๊ด ผัดไทย แล้วอาหารทั่วๆไปก็ทานได้หมด เพราะอาหารไทยกับอาหารจีนก็มาจากรากเดียวกัน ใกล้เคียงกัน นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เชื่อว่าทำให้คนจีนชอบไปเที่ยวไทย เพราะว่าทานได้สะดวก เหมือนอย่างเราเวลาไปต่างประเทศ เป็นอาหารที่เราไม่คุ้น รู้สึกกินอยู่ลำบากกินอยู่ยาก แต่ถ้าไปประเทศไหนที่อาหารการกินอุดมสมบูรณ์เราชอบมากเลย คนจีนก็คงเช่นเดียวกันเมื่อมาเมืองไทยทานอาหารได้ถูกปาก โดยเฉพาะผลไม้ ซึ่งเรื่องผลไม้นี่ได้สัมผัสมากับตัวเองเลยว่าทำไมคนจีนถึงชอบทานกล้วยหอมของไทย ทำไมถึงลงทุนไปปลูกถึงไทย เพราะว่ารสชาติมันต่างกันมากมาย เมื่อเช้าวันก่อนกินเห็นกล้วยหอมในห้องอาหารของโรงแรมที่ปักกิ่ง ก็ลองหยิบมาชิมดู ปรากฏว่าทานได้คำเดียว อรรถรสไม่เหมือนกัน ทำให้คิดถึงกล้วยหอมไทยที่มันทั้งหวาน หอม ทั้งนุ่มนวลมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่อร่อยกว่ามากมาย ทำให้เข้าใจเมื่อนักท่องเที่ยวจีนไปไทย เป็นของที่แบบเหมือนเขาเจอสวรรค์อยู่ตรงหน้าเลย แม้จีนจะอุดมสมบูรณ์แต่อาจจะเป็นที่ดิน การเพาะปลูก อากาศอุณหภูมิไม่เหมือนกัน แต่เมืองไทยผลไม้อร่อยที่สุดในโลก ทุเรียนของมาเลย์ฯของอินโดฯก็สู้ของไทยไม่ได้ รสชาติไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งดึงดูดอย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจีนชอบไปไทยคืออาหาร ผลไม้ ทั้งอาหารและผลไม้ของไทยเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวหลายชาติ

ความประทับใจในบ้านเมือง

ที่ประทับใจในบ้านเมืองของเขาเพราะได้เคยเห็นประเทศจีนในสภาพเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน เสื้อผ้าสีมอ ๆ สภาพบ้าน ถนนหนทาง บ้านยังเป็นบ้านเก่า ๆ แบบที่เราเห็นในภาพยนตร์จีน แต่พอกลับมาอีกครั้งหนึ่งเราก็มีความรู้สึกว่า จีนพลิกฝ่ามือทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป พัฒนาเร็วมาก เก่งมาก ตึกรามบ้านช่องใหญ่โต ถนนหนทางดีไปหมด ไม่ว่าจะเป็นทางนอกเมือง จะเป็นทางด่วน เพราะที่มาบางครั้งออกไปนอกเมืองไกลมาก อย่างไปภูเขาหวงซาน ภูเขาหลิ่วหวงซาน มันจะต้องผ่านทางด่วนเยอะ ก็ได้เห็นรถไฟฟ้าความเร็วสูง ได้เห็นทางด่วนอะไรต่ออะไร คือไม่น่าเชื่อว่าจากประเทศที่ยังอยู่แค่ในวงของตัวเอง แล้วพอเรากลับมาอีกที ทุกคนออกนอกวงหมดแล้ว ออกนอกวงแล้วทำให้เราตะลึงด้วย หนุ่มสาววัยรุ่นยุคใหม่การแต่งกายก็เป็นสากลมากขึ้น หลายๆอย่างดูแล้วประทับใจ เขายอมรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วแล้วก็ทำได้ดี คนเรากว่าจะร่ำรวยมาได้มันต้องผ่านความยากลำบาก ลองเปรียบเทียบครอบครัวเล็ก ๆ กว่าที่จะรวยต้องกระเหม็ดกระแหม่ เก็บหอมรอมริบ และเมื่อมีเงินก็ค่อย ๆ พัฒนาตัวเองขึ้นมา เหมือนประเทศจีนในสมัยก่อนยังจนอยู่ก็ค่อย ๆ กระเหม็ดกระแหม่ เก็บหอมรอมริบ จนปัจจุบันนี้รวยมาก แหมมันก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อเหมือนกัน ก็ทำให้คิดว่าเหมือนพลิกฝ่ามือจากที่เราเคยเห็นมาอีกด้าน พอมาอีกทีเรามาเห็นอีกด้าน โอ้โห..เฉพาะในปักกิ่งมีตึกที่รูปทรงแปลกๆสวยๆเยอะมาก ก็ได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ในเมืองอื่นไม่เห็นเท่าไหร่ แต่ว่าในปักกิ่งเนี่ยเยอะมาก มีการเปิดให้ต่างชาติมาออกแบบ ก็เลยมีตึกที่รูปทรงเท่ห์ สวย ๆ เป็นโมเดิร์นขึ้นเยอะ

ที่ชอบอีกอย่างคือสนามกีฬาโอลิมปิก สนามกีฬารังนกตั้งใจมาถ่ายภาพเพราะถือเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ต้องชื่นชมคนออกแบบแล้วก็สร้างขึ้นมาว่าทำได้ยอดเยี่ยมมากถือเป็นแลนด์มาร์คอีกอันหนึ่งของปักกิ่ง คนจีนมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลมาก เขาไมได้มองแค่ฝ่ามือเดียว แต่เขามองไปร้อยลี้ข้างหน้า มองเห็นอนาคตข้างหน้าว่าอะไรอย่างไร จะก่อให้เกิดรายได้อย่างไรในภายภาคหน้า เป็นแลนด์มาร์คให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชม เชื่อว่าน่าจะมีสิ่งก่อสร้างเกิดขึ้นอีกเยอะ แล้วก็เท่าที่ติดตามก็มีสกายวอล์คมีอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างที่จีนสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อดึงดูดคนมาเที่ยว ดังนั้น ก็อยากให้หลาย ๆ ประเทศคิดแนวทางในการกอบโกยรายได้เข้าประเทศในแนวนี้เหมือนกันคือทำอะไรที่เป็นแลนด์มาร์คที่สามารถดึงดูดคนให้มาเที่ยวประเทศ สร้างรายได้อย่างไม่จบสิ้น เพราะจีนมีทั้งธรรมชาติมีทั้งสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาด้วย สองสิ่งนี้ประกอบกันได้อย่างลงตัว เหมือนตอนไปจางเจียเจี้ยก็ไปดูประตูสวรรค์ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นเพียงแค่ผนังก้อนหินแล้วก็บังเอิญมันเป็นรูอยู่ตรงกลาง อาจจะด้วยธรรมชาติทำอะไรก็ไม่ทราบให้มันเป็นรูอยู่ตรงกลาง แต่คนจีนเก่งมากคิดสร้างชื่อขึ้นมาว่าประตูสวรรค์ คือถ้าใครลอดผ่านช่องนี้ไปได้คือคุณไปสวรรค์ นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันไปมากมาย แล้วกว่าที่จะขึ้นไปถึงประตูสวรรค์นี่ โอ้โห นั่งรถไต่ไหล่เขาที่สลับซับซ้อนขึ้นมา คือถ้านั่งรถแล้วอย่าได้เอียงหน้าไปมองข้าง ๆ เพราะคือเหวทั้งนั้น ต้องมองข้างหน้าอย่างเดียวแล้วจะไม่เกิดความหวาดเสียว แต่พอขึ้นไปถึงประตูสวรรค์แล้วมองลงมาข้างล่างจะรู้สึกว่า นี่เราขึ้นไปได้อย่างไร อะเมซซิ่งมาก เขาเข้าใจตั้งชื่อ ชอบอ่ะ แล้วมันอยู่ยอดเขาเหมือนสวรรค์จริง ๆ ถ้ามีโอกาสจะพยายามมาหลาย ๆ ครั้ง ได้เก็บเกี่ยวเอาหลาย ๆ เรื่องไปเผยแพร่ให้พี่น้องชาวไทยและพี่น้องชาวจีนที่อยู่ในไทยได้ทราบ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040