|
วันที่ 25 กรกฎาคมนี้ นายและพลทหาร ของกองทัพป้องกันตนเองทางบกของญี่ปุ่นรุ่นสุดท้ายที่ประจำอิรักเดินทางกลับสู่ประเทศ เป็นการเสร็จสิ้นปฏิบัติการทางทหารในต่างแดนของญี่ปุ่น และเป็นปฏิบัติการที่ได้รับการถกเถียงกันมากที่สุดครั้งหนึ่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา แต่เนื่องจากพรรคเสรีประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลต้องการจะผลักดันให้ญัตติดังกล่าวกลายเป็นญัตติถาวรเพื่อจัดส่งกองทหารป้องกันตนเองไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างแดน กลายเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันรอบใหม่
รัฐบาลญี่ปุ่นจัดส่งทหารไปประจำอิรักด้วยข้ออ้างว่าเป็น"การช่วยเหลือสร้างสรรค์อิรักใหม่" ประชาชนอิรักก็หวังว่า นายและพลทหารญี่ปุ่นเหล่านี้จะมาช่วยฟื้นฟูระบบสังคมให้เรียบร้อยในตัวเมืองของอิรักได้ แต่ทหารญี่ปุ่นไม่ได้ถือ "การช่วยเหลืออิรัก"เป็นเป้าหมายหลักตั้งแต่ตั้น กลับถือ "การประจำอิรักอย่างปลอดภัย"เป็นภาระกิจสำคัญที่สุด ในช่วงเวลา 2 ปีระหว่างปี 2004-2005 นั้น เพื่อ "การประจำซามาวาห์ อิรักอย่างปลอดภัย"ของนายและพลทหารญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นต้องใช้เงินถึง 65,000 ล้านเยนญี่ปุ่น สำนักข่าวเกียวโตของญี่ปุ่นรายงานว่า ในช่วงเวลา 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นได้ใช้จ่ายเงินทุนและสินทรัพย์จำนวนมากแก่กองทหารญี่ปุ่นที่ประจำอิรักโดยอ้างว่าจะช่วยแก้ปัญหาน้ำดื่มของชาวบ้านในท้องถิ่น แต่สุดท้ายได้สนองน้ำดื่มเพียง 4-5 ลิตรต่อวัน แก่ประชาชนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งในสิบเท่านั้น พอถึงปี 2005 การสนองน้ำได้ยุติลงอย่างสิ้นเชิง งานประจำวันของกองทหารญี่ปุ่น ก็คือซ่อมแซมและทาสีกำแพงเท่านั้น แม้แต่เรื่องง่ายๆ อย่างนี้ ทหารญี่ปุ่นก็ไม่ยอมทำเอง กลับจ้างคนท้องถิ่นไปทำ ส่วนทหารญี่ปุ่นทำได้แค่นั่งอยู่สบายๆ ในค่ายทหารนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ ชาวอิรักมีความไม่พอใจมากขึ้นทุกวันต่อเหล่าทหารญี่ปุ่น เมื่อปลายปีที่แล้ว กองทหารญี่ปุ่นถูก"ทหารมัลลาห์ มาห์ดี" กองกำลังติดอาวุธมอคทาดา อัล-ซัดร์ที่นำโดยกลุ่มชีอะของอิรักปิดล้อมโจมตี มวลชนชาวอิรักเดินขบวนรองว่า"ไม่เอาญี่ปุ่น" และปาก้อนหินไปใส่ทหารญี่ปุ่น เมื่อเผชิญหน้ากับความจริง คำโกหกที่ว่า ทหารญี่ปุ่นไปประจำอิรักก็เพื่อช่วยเหลือประชาชนอิรัก จึงถูกเปิดโปงออกมา สื่อมวลชนญี่ปุ่นวิจารณ์ว่า วัดถุประสงค์ที่แท้จริงของรัฐบาลญี่ปุ่นคือ ต้องการจัดส่งทหารไปต่างแดน และการถอนทหารออกจากอิรัก ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามสภาพการรักษาความสงบของอิรักดั่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวอ้าง หากเป็นไปโดย"คำนึงถึงการเมืองภายในของญี่ปุ่น"ทั้งสิ้น
การที่ญี่ปุ่นละเมิดรัฐธรรมนูญสันติภาพ จัดส่งทหารไปต่างแดนนั้น ได้ถูกบุคคลภายในประเทศจำนวนมากคัดค้านตั้งแต่ต้น เมื่อปลายปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีโคอิซุมิ จุนิชิโระประกาศจะขยายเวลาประจำการในอิรัก ยิ่งทำให้ประชาชนญี่ปุ่นไม่พอใจและดำเนินการประท้วง เสียงเรียกร้องให้ถอนทหารไม่เคยขาด จนกระทั่งมีชาวญี่ปุ่นหลายพันคนร่วมกันยื่นฟ้องต่อศาล กล่าวหาว่าการจัดส่งทหารไปประจำอิรักของรัฐบาลญี่ปุ่นละเมิดรัฐธรรมนูญ เมื่อเร็วๆนี้ คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นประกาศผลการขอประชามติ ครั้งหนึ่งปรากฎว่า ในปัญหาการจัดส่งทหารไปประจำต่างแดนนั้น มีประชาชน 53.5% เห็นว่าควร"รักษาสภาพปัจจุบัน" มีเพียง 31% ที่สนับสนุนให้"จัดส่งทหารไปต่างแดน" กล่าวได้ว่า ภายในประเทศญี่ปุ่น ปัญหาการจะกำหนดให้การจัดส่งทหารไปต่างแดนเป็นญัตติถาวร นับวันจะมีมีการถกเถียงกันรุนแรงยิ่งขึ้น
|