ความทรงจำหมู่เกี่ยวกับเงินเดือนเดือนแรก
  2012-11-21 18:51:28  cri

ช่วงฤดูร้อนปี 2012 นี้ ผู้คนที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1990 รุ่นแรกได้ก้าวสู่โลกแห่งการทำงาน และได้รับเงินเดือนเดือนแรกในชีวิตแล้ว โอกาสนี้ ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ผู้คนที่เกิดตั้งแต่หลังทศวรรษปี 1950 จนถึงทศวรรษปี 1990 และเปรียบเทียบเงินเดือนเดือนแรกของพวกเขา พบว่า พวกเขามีท่าทีที่แตกต่างกันต่อเงินเดือนเดือนแรก ซึ่งถือเป็นตราแห่งยุคสมัยอย่างลึกซึ้ง และสื่อให้เห็นว่าทัศนคติเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ของชาวจีนเปลี่ยนแปลงไป ท่ามกลางเศรษฐกิจที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในกึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแต่ละรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

"ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1950":เงินเดือนเดือนแรกใช้อย่างระมัดระวัง

"ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1950" เป็นรุ่นที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะคนรุ่นนี้เคยประสบกับ "ภัยธรรมชาติ 3 ปี" ระหว่างปี 1959-1961 ในวัยเด็ก ความหิวโหยได้จารึกไว้ในหัวใจอย่างลึก จากนั้นก็ผ่านช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมใหญ่ระหว่างปี 1966-1976 ในวัยหนุ่มสาว

ดังนั้น "ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1950" จึงมีนิสัยประหยัดมัธยัสถ์ และนิยมการออมเงิน นอกจากนี้ เนื่องจากคนรุ่นนี้มีพี่น้องหลายคนและโตด้วยกัน ดังนั้นจึงรู้จักการแบ่งปันและการให้มากกว่าเมื่อเทียบกับคนที่เป็นลูกโทน

นายหม่าเกิดปี 1957 หลังจากจบมัธยมต้นก็ได้ไปทำงานเป็นช่างไม้ที่ฟาร์มฉงหมิง นครเซี่ยงไฮ้ ตอนนั้น เงินเดือนเดือนแรกของคนงานทุกคนล้วนเป็น 18 หยวน "ในจำนวนนี้ ใช้ 9 หยวนสำหรับการซื้อคูปองอาหารหนึ่งเดือน ซึ่งนับว่ากินอยู่อย่างค่อนข้างประหยัด ใช้ 4 หยวนสำหรับการซื้อของใช้ประจำวันและสบู่เป็นต้น ส่วน 5 หยวนที่เหลือนั้น ก็นำมาออมไว้ เพื่อซื้อของพื้นเมืองก่อนกลับบ้าน" นายหม่าบอกว่า เขากลับบ้านทุก 3 เดือน ทุกครั้งก่อนกลับบ้าน เขาจะนำเงินที่ประหยัดอดออมไว้ซื้อของพื้นเมืองท้องถิ่นห่อใหญ่ห่อเล็กกลับบ้าน เพื่อแบ่งปันกับพ่อแม่และพี่น้องชายหญิง

"ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1960": "กิ๊กเงิน"

"ผู้ที่เกิดทศวรรษปี 1960" เป็นแกนนำของสังคมปัจจุบัน เงินเดือนเดือนแรกของคนรุ่นนี้แตกต่างกันตามประเภทงาน แต่ดูในภาพรวมแล้ว แตกต่างกันไม่มาก

นายเจี่ยจำได้แม่นยำว่า ตอนได้รับเงินเดือนเดือนแรกนั้น เขาตื่นเต้นมากกับเงินจำนวน 58 หยวน ทั้งนี้ต้องขอบคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีของเขา ซึ่งทำให้ขั้นเงินเดือนของเขาก้าวกระโดดขึ้นมาถึงระดับเดียวกันกับของคุณพ่อที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาค่อนชีวิต

นายเจี่ยจำได้ชัดที่สุดว่า เขานำเงินเดือนเดือนแรกเกือบครึ่งหนึ่งไปฝากไว้ที่ธนาคาร เงินที่เหลือจะใช้อย่างไร นายเจี่ยจำได้ว่า การบริโภคสุรุ่ยสุร่ายที่สุด 2 ครั้งในปีแรกของการทำงานคือ เมื่อเขาออมเงินได้ 2 เดือน แล้วได้ซื้อจักรยานคันหนึ่ง จากนั้น ออมเงินอีก 3 เดือนได้ซื้อเครื่องเสียงหนึ่งเครื่อง

"ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1970":ความเหลื่อมล้ำทางรายได้เริ่มเกิดขึ้น

"ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1970" มีอยู่ไม่น้อยเป็นลูกโทน ฉะนั้น แนวคิดเกี่ยวกับการนำเงินเดือนมาช่วยเหลือทางบ้านจึงเริ่มจางหายไป และมีทางเลือกใหม่ๆ เกี่ยวกับการใช้มากขึ้นเมื่อเทียบกับคน 2 รุ่นก่อน คือ บ้างเริ่มออมเงินเพื่อไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ บ้างมีวิสัยทัศน์จึงซื้อบ้านชุดหนึ่งด้วยความช่วยเหลือจากครอบครัว

นายอู๋เกิดปี 1976 เป็นลูกคนเดียว เขาระบุว่า เพื่อนๆ สมัยประถมศึกษา ผู้จบมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงจะได้รับเงินเดือนเดือนแรก 3,000 หยวน ส่วนคนอย่างเขาที่จบมหาวิทยาลัยธรรมดาๆ ได้รับเงินเพียง 1,000 กว่าๆ ที่สำคัญที่สุดคือ "ฝ่ายว่าจ้างเริ่มคัดเลือกคน" "หากผมไม่ทำในงานนี้ บัญฑิตจบใหม่มีถมเถไป ล้วนรอคิวข้างหลังอยู่"

"ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1980":จบมหาวิทยาลัยใช่ว่าจะได้เงินเดือนสูง

เมื่อเทียบกับราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ "สุดจะเอื้อมได้" "ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1980" จะรู้สึกกระสับกระส่ายมากเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อนๆ

"รายได้เดือนแรกทั้งหมด 1,500 หยวน ยังไม่พอจ่ายกับค่าเช่าบ้าน คุณแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดยังต้องคอยส่งเงิน 500 หยวนมาช่วยเหลือ" นายจัง เหว่ย ผู้จบมหาวิทยาลัยและทำงานในปี 2004 ระบุเช่นนี้ เขาทำงานที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้ในตำแหน่งงานชั้นต้น เงินเดือนไม่สูงนัก

"ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1990":ใช้จ่ายเงินเกินตัว

ด้านทัศนคติเกี่ยวกับการบริโภคนั้น "ผู้ที่เกิดช่วงทศวรรษปี 1990" ส่วนใหญ่จะกล้าใช้จ่ายแบบไม่เสียดาย ไม่เห็นคุณค่าของเงิน บางคนจะใช้หมดเกลี้ยงทุกเดือน เงินเดือนเดือนแรกแทบไม่เหลือสักสตางค์ หากไม่ได้กดบัตรเอทีเอ็มเกินตัว ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว

นายหวัง เหล่ย เกิดปี 1990 จบการศึกษาเดือนมิถุนายนปี 2012 ทำงานในตลาดหลักทรัพย์แห่งหนึ่งในสวีเจียฮุ่ยนครเซี่ยงไฮ้ เขาบอกว่า รายได้เดือนแรกได้เงินมา 2,200 หยวน ก็นำไปใช้ในการซื้อเสื้อผ้าของใช้แฟชั่น อาหารการกิน และงานปาร์ตี้ เขาว่า "เสื้อสูทชุดหนึ่งก็หมดไปกว่า 2,000 หยวน ดีที่ว่าเป็นการรูดบัตรเครดิตการ์ต" "เมื่อได้ทำงานแล้ว ตอนเลิกงานผมจะซื้อขนมปังและผลไม้กลับบ้าน แต่ไม่ได้ให้ 'ค่าอาหาร' แก่พ่อแม่ เพราะว่าท่านไม่ขาดเงินส่วนนี้นะ"

(YIM/LING)

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
经济
v ผลสำรวจระุบุ ชาวจีนต้องมีเงินเดือนไม่น้อยกว่า 9,000 หยวนจึง "ไม่รู้สึกกังวล" ต่อการดำรงชีวิตในเมืองใหญ่ระดับปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเซินเจิ้น 2012-10-22 15:58:47
v ครึ่งแรกปีนี้ 16 มณฑลของจีนปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2012-07-26 13:45:54
v เมื่อปีที่แล้ว แรงงานนอกวิสาหกิจเอกชนในตัวเมืองของจีนมีรายได้เฉลี่ยต่อปีเป็นประมาณ 42,000 หยวน 2012-06-05 13:36:12
v จีนเพิ่มเงินเดือนขั้นต่ำสุดเพื่อดึงดูดแรงงานชนบท 2012-02-21 15:43:10
v จีนปรับเพิ่มเงินบำเหน็จบำนาญให้กับผู้ปลดเกษียณจากวิสาหกิจ 2012-01-21 17:18:53
v รายได้สุทธิเฉลี่ยต่อหัวของชาวจีนในชนบทปี 2011 อยู่ที่ราว 7,000 หยวน 2012-01-21 17:12:11
v ฮ่องกงขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการมากที่สุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา 2011-07-09 14:06:30
v 30 มณฑลของจีนปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 2553 2011-06-04 12:36:33
v ฮ่องกงกำหนดค่าแรงขั้นต่ำสุด 2011-05-01 12:32:07
社会
v ประเด็นวันนี้ เรื่อง เซ็งลี้ฮวงจุ้ย 2012-11-21 18:46:19
v ขนมไหว้พระจันทร์ที่เอร็ดอร่อย 2012-09-27 15:37:06
v เทศกาลวันไหว้พระจันทร์ยิ่งทำให้คิดถึงครอบครัวและญาติพี่น้อง 2012-09-27 15:33:27
v ความชุ่มฉ่ำของทุ่งหญ้ามองโกเลียใน (2) 2012-09-06 17:00:16
v ความชุ่มฉ่ำของทุ่งหญ้ามองโกเลียใน (1) 2012-09-06 16:58:02
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040