เมื่อเร็วๆ นี้ นีลเช่น บริษัทสำรวจความเชื่อมั่นและรายจ่ายผู้บริโภคชื่อดังของโลกได้ประกาศรายงานการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นไตรมาสที่ 3 ของปี 2013 โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอินโดนีเซียอยู่ที่ 120 เป็นอันดับหนึ่งของโลก
หลายปีมานี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโึภคของอินโดนีเซียอยู่อันดับหนึ่งของโลกมาโดยตลอด โดยมีสาเหตุ 3 ประการ ได้แก่
ประการแรก สภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจภายในประเทศส่งเสริมให้ดัชนีผู้บริโภคเพิ่มขึ้น หลายปีมานี้ เศรษฐกิจอินโดนีเซียพัฒนาอย่างรวดเร็ว จำนวนประชาชนชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นอย่างมาก สอง โครงการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของรัฐบาลอินโดนีเซียมีผลอย่างมาก โดยรายได้ต่ำสุดในกรุงจาการ์ตาได้เพิ่มขึ้น 43% ในปีที่แล้ว ทำให้ประชาชนชนชั้นกลางและชนชั้นล่างมีรายได้เพิ่มขึ้น สาม อินโดนีเซียจะจัดการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า ประชาชนทั่วไปจึงมีท่าทีเล็งผลเลิศ
ประการที่สอง นิสัยและวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนอินโดนีเซียมีส่วนช่วยรักษาดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอย่างสูง เนื่องจากชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ซึ่งมีนิสัยชอบให้ความช่วยเหลือ และไม่ค่อยนิยมฝากเงินในธนาคาร พร้อมกับแต่ละครอบครัวมีลูกจำนวนมาก จึงจะมีรายจ่ายในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก ขณะเดียวกัน ชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่สนใจสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยหลายๆ คนจะมีโทรศัพท์มือถือ 4-5 เครื่องไว้ติดตัว
ประการที่สาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่สูงส่งของอินโดนีเซียยังมีความเกี่ยวพันธ์กับสภาพอากาศด้วย โดยอินโดนีเซียมีอากาศร้อนจัดตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้น การชอปปิ้งตามห้างสรรพสินค้าจึงเป็นวิถีการพักผ่อนที่นิยมกันมากที่สุดสำหรับคนเมือง
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและความปรารถนาอันดีต่ออนาคตของชาวอินโดนีเซีย อินโดนีเซียมีประชากรประมาณ 250 ล้านคน อุปสงค์ที่เข้มแข็งภายในประเทศมีส่วนช่วยทุกครั้งที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ดังนั้น รัฐบาลอินโดนีเซียจึงให้ความสำคัญอย่างมากกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของประชาชนด้วย
In/Ldan


















