กสิกรไทยจัดสัมมนา-สนับสนุนนักลงทุนจากจีนขยายตลาดในไทย
  2013-11-25 20:19:30  cri

กรุงเทพฯ – 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา 16.00 น.ธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาหัวข้อส่งเสริมการลงทุนจากจีนเพื่อผลักดันประเทศไทยร่วมกันก้าวไปสู่เวทีโลก ณ ห้องประชุม ชั้น 3 ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ถนนราษฎร์บูรณะ โดยกลุ่มผู้เข้าฟังเน้นที่นักลงทุนชาวจีนที่สนใจในการลงทุนและทำธุรกิจในประเทศไทย

พิธีเปิดงานมีนายพิพิธ เอนกนิธิรองกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารสายงานธุรกิจจีนของธนาคารกสิกรไทยกล่าวต้อนรับ หลังจากนั้นได้เชิญนายเกา เหวินควนที่ปรึกษาฝ่ายการค้าและเศรษฐกิจประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มากล่าวถึงภาพรวมของความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงแผนในอนาคตที่จีนได้วางไว้ร่วมกับประเทศไทย ตัวอย่างเช่น เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ผู้นำของทั้งสองประเทศได้พบปะและตกลงกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้ารวม 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2015 ด้านสินค้าเกษตร และขอให้นักธุรกิจชาวจีนที่มาลงทุนในไทยให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามขั้นตอนและกฎหมายต่างๆเพื่อความสะดวก, หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อการทำธุรกิจที่ยั่งยืน

นางดลพร ชื่นชลพฤกษ์ นักวิชาการส่งเสริมการลงทุน ระดับชำนาญการของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI)ได้มาให้การแนะนำเกี่ยวกับ BOI, ข้อมูลเบื้องต้นในหน้าที่และขอบเขตการให้บริการของBOI ภาพรวมของการลงทุนจากต่างประเทศ ข้อได้เปรียบและข้อกำหนดในการเข้าร่วมฯข้อมูลในช่วงสิบเดือนแรกของปี 2556 แสดงให้เห็นว่าประเทศจีนมีการเข้ามาลงทุนในไทยเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น และหากเปรียบเทียบกับเมื่อปี 2555 จีนอยู่ในอันดับที่ 5 ร่วมกับออสเตรเลีย การลงทุนของจีนในไทยจะเพิ่มมากเป็นช่วงๆ อยู่ที่ระยะนั้นจะมีโครงการใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เช่น ในปี 2552 มีเม็ดเงินลงทุนจากจีนเพิ่มสูงมากเนื่องจากช่วงนั้นมีโครงการระบบเตาเผาขยะ เป็นต้น ส่วนประเภทของอุตสาหกรรมที่ชาวจีนนิยมมาลงทุนในไทยมากที่สุด ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550 คือประเภทผลิตภัณฑ์โลหะและเครื่องจักร ตามมาด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ ซึ่งทั้งสองประเภทนี้เป็นหัวใจสำคัญในการผลิตรถยนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเจริญเติบโตมากในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีการมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากนักธุรกิจสองท่านสองวัย คือ ดร. ไกรสร จันศิริประธานกรรมการ บมจ.ไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่น โปรดักส์ วัย 77 ปี ผู้ที่เริ่มต้นมาจาก "สามศูนย์"คือเริ่มต้นจากการไม่มีความรู้, ไม่มีทุนและไม่มีเครดิต และคุณเย่ซินหรู่ จากกลุ่มบริษัท AAPICO นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ช่วยบริหารกิจการครอบครัว โดยเริ่มต้นธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ในประเทศไทย และขยายไปยังประเทศมาเลเซียและจีน ปิดท้ายด้วยการบรรยายถึงสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน โดย นายหวง ปิน ผู้จัดการฝ่ายภาษาจีน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

เรียบเรียงและรายงาน: อรอนงค์ อรุณเอก 林敏儿

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040