
แม้ประเทศจีนจะไม่ได้ประกาศให้ศาสนาใดเป็นศาสนาประจำชาติ แต่อดีตถึงปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างทางศาสนาของศาสนาต่าง ๆ มากมาย นั่นเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าจีนส่งเสริมทุกศาสนา เพราะตระหนักว่าหลักธรรมคำสอนของศาสนาต่าง ๆ ล้วนสอนให้คนเป็นคนดี มีเมตตา มีความอดทน อดกลั้น ให้อภัยไม่เครียดแค้นเคืองกัน พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีมีวามสุข เมื่อมีสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานก็จะทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีพลังที่จะสร้างสรรค์คุณงามความดีต่อทั้งตนเอง ครอบครัว ประเทศชาติตลอดจนของโลกสืบไป
เฉิงเต๋อเมืองที่มีความรุ่งโรจน์ทางอารยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารยธรรมทางพุทธศาสนา เฉียนหลงฮ่องเต้ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทรงโปรดให้สร้างวัดขึ้นมา ๘ วัด เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาและที่มากกว่านั้นด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ทรงใช้ศาสนาเป็นสื่อในการสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างแมนจูกับทิเบตตลอดจนชนเผ่าต่าง ๆ ในภาคเหนือของจีน วัดผู่หนิงและวัดโปตาลากาเป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนที่สุด และวัดทั้งสองวัดนี้ยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๗(ค.ศ.๑๙๙๔)

วัดผู่หนิง(Puning) เฉียนหลงฮ่องเต้พระราชทานชื่อให้ ผู่หนิงหมายถึงอยู่เย็นเป็นสุข สุขสงบนิรันดร์ วัดนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๒๙๘ (ค.ศ.๑๗๕๕) สร้างเลียนแบบวัดซางเยในทิเบต ผ่านซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่มีป้าชื่อวัดเข้าไปแล้ว จะพบกับวิหารหลังแรกซึ่งเป็นที่มีวิหารศิลาจารึก ๓ หลักประดิษฐานอยู่ ศิลาจารึกแต่ละหลักเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ทั้งสี่ด้านมีการจารึกเรื่องราวการสู้รบกับชนกลุ่มน้อยในภาคเหนือ หลังปราบกบฏชนกลุ่มน้อยสำเร็จก็ทำจารึกขึ้นมาเป็น ๔ ภาษา คือ แมนจู ทิเบต มองโกล และภาษาจีนกลาง การสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาทรงมีพระราโชบายที่จะผูกมิตรกับชนเผ่าทางภาคเหนือ ให้ดินแดนสงบ ไม่ต้องรบราฆ่าฟันกันต่อไป ซึ่งตรงกลางหลักศิลาจารึกได้ระบุวัตถุประสงค์ในการสร้างวัดไว้ชัดเจน สงครามสะท้อนถึงความโลภ ความเครียดแค้นชิงชังไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใดเลย ถัดจากนี้จะเป็นวิหารพระสังกัจจายน์ และในสุดจะเป็นวิหารที่ถือได้ว่าเป็นจุดสำคัญที่สุดต้องเข้าไปให้ถึง เป็นวิหารที่มีการประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมพันมือพันตาที่องค์ทำจากไม้ ๕ ชนิด สูง ๒๗ เมตรต้องแหงนหน้าจนคอตั้งบ่าจึงจะเห็นพระพักตร์งดงาม เข้าไปในวิหารแห่งนี้จะรู้สึกถึงความสุขสงบสมกับชื่อของวัดจริง ๆ บริเวณรอบวัดจะมีระฆังสลักอักษรทิเบตและตราธรรมจักรประดิษฐานอยู่รายรอบทาง ออกของวัดจะเชื่อมต่อกับวัดผู่หยู(Puyou)ที่แทบจะเรียกได้ว่าอยู่ในบริเวณเดียวกัน ตรงทางออกมีของที่ระลึกวางจำหน่ายเรียงรายสองข้างทาง นักท่องเที่ยวสามารถเช่าพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดจนของที่ระลึกอื่น ๆ ได้อย่างสบาย เจ้าของร้านจะเชิญชวนอย่างสุภาพ ไม่มีการต้อนหน้าต้อนหลังบังคับให้ซื้อแต่อย่างใด ทางการจีนเขาจัดระเบียบเรื่องนี้ได้ดีมาก
ออกจากวัดผู่หนิงใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาที ก็เดินทางถึงวัดโปตาลากา(Potalaka)หรือวัดโปตาลาน้อย มองจากริมถนนอลังการเหมือนวังโปตาลาที่ทิเบตมาก ๆ ในวัดแห่งนี้เมื่อผ่านซุ้มประตูที่เป็นวิหารแรกสีแดงโดดเด่น มีตราธรรมจักรสีทองขนาดใหญ่ประดิษฐานไว้ข้างประตูทั้งซ้ายขวา ผ่านเข่าไปจะเป็นวิหารที่เป็นสถาปัตยกรรมทิเบตสีขาว ด้านหน้ามีช้างที่สลักจากหินสีขาว ๒ เชือก เดินผ่านวิหารสีขาวเข้าไป จะเป็นวิหารสีทองซึ่งมาประตูทางเข้า ๓ ช่อง ในอดีตนอกจากพระจักรพรรดิ พระสงฆ์ที่ได้รับนิมนต์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตเท่านั้นที่จะสามารถผ่านประตูเข้าไปได้ เพราะถือเป็นเสมือนสถานที่เฉพาะในการฟังธรรม เสวนาธรรม เราได้มีโอกาสเดินเข้าไปจนถึงวิหารชั้นสูงสุดซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปในอดีตเป็นที่สวดมนต์ภาวนาฟังธรรม สนทนาธรรมของฮ่องเต้ ปัจจุบันชั้นสูงสุดมีพระพุทธรูปปางยืน และสัญลักษณ์การเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษาของเฉียนหลงฮ่องเต้ประดิษฐานอยู่ เพดานหลังคาเป็นทรงเป็น ๘ เหลี่ยมเป็นภาพมังกรเล่นไข่มุกเป็นศิลปะที่มีความวิจิตรงดงามมาก ถัดจากจุดนี้เราได้ขึ้นไปบนดาดฟ้าทางขึ้นยังเป็นไม้ที่อยู่ในสภาพดี ชั้นดาดฟ้าได้เห็นหลังคาวิหารหลักสีทองอร่ามงามตาและเห็นอาณาบริเวณโดยรอบ โดยเฉพาะกำแพงที่สร้างอยู่บนภูเขาสุดลูกตาแรกทีเดียวเข้าใจว่าเป็นกำแพงเมืองจีนแต่ไม่ใช่เป็นกำแพงวัด เพื่อความปลอดภัยเพราะฮ่องเต้เสด็จมาทรงฟังธรรมและสนทนาธรรมที่นี่เนื่อง ๆ
วัดโปตาลากา มีอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ มีพื้นที่สวนมากกว่าสิ่งปลูกสร้าง มีความร่มรื่น มีนักท่องเที่ยวจากจีนมาเที่ยวกันมาก นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากับทัวร์ก็ไม่น้อย หากมีโอกาสมาถึงเฉิงเต๋อ วัดโปตาลาและวัดผู่หนิงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด แต่ถ้ามีเวลามากหน่อยตระเวนเที่ยววัดให้ทั่วครบทุกวัด จะประจักษ์ชัดในอารยธรรมทางพุทธศาสนาของประชาชาติจีนจากอดีตสู่ปัจจุบันได้อย่างแจ่มชัดที่สุด ที่สำคัญเป็นวัฒนธรรมที่หลอมรวมมาเป็นแนวนโยบายทุกยุคทุกสมัยของจีนในอันที่จะให้ชนในชาติทั้ง ๕๖ชนเผ่าอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข อยู่ร่วมภูมิภาค ร่วมโลกกับทุกประเทศฉันมิตร ร่วมคิด ร่วมแบ่งปันร่วมพัฒนา ไม่แสดงท่าเป็นเจ้า นี่คือจีนที่ยิ่งใหญ่และสงบร่มเย็นจากหลักธรรมคำสอนของศาสนา


















