ความคิดเห็นและความประทับใจต่อคำสอนของขงจื่อ
  2009-12-29 16:51:41  cri

ผู้อำนวยการทั้งฝ่ายจีนและฝ่ายไทยของสถาบันขงจื่อจุฬาฯ บรรยายคำสอนของขงจื่อ

อ. ประพจน์ ตั้งแต่เด็ก ๆ ก็อ่านเรื่องขงจื่อเยอะ ในฐานะที่ครึ่งหนึ่งเป็นคนจีน เพราะว่าคุณพ่อเป็นชั่วแรกในเมืองไทย คุณแม่เป็นชั่วที่สาม จริง ๆ แล้วก็ต้องถือว่าเป็นจีนเยอะไม่ใช่น้อย นับว่าเป็นจีนมาก เพราะฉะนั้น เวลาที่อยู่ในบ้าน การอบรมมาต้องเป็นขงจื่ออยู่ข้อหนึ่งคือ เรื่องเชื่อฟังพ่อแม่ เชื่อฟังผู้ใหญ่ ต้องขยันเรียนหนังสือ ต้องดูเรื่องต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ต้องปฏิบัติตัวให้รู้ว่าตัวเองเป็นใคร พ่อแม่จะสอนให้เคารพผู้ใหญ่ พอเห็นใครบึ๊บ เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ายังเป็นหรือเปล่า สมัยก่อน เรารู้ว่าเราต้องยกมือไหว้ใคร เวลาเจอใคร เข้าไปในที่ที่มีคนเยอะ ๆ จะรู้โดยอัตโนมัติ หรือใช้วิธีการสังเกต มีลำดับของการบอกว่าจะต้องไหว้ใคร อาจจะเป็นคนที่แก่กว่า อาจจะเป็นคนที่มีความรู้มากกว่า แต่มันจะรู้โดยจิตใต้สำนึก ไม่ต้องมีคนมาบอก พ่อแม่จะสอนว่า เห็นพ่อแม่ไหว้ใคร ก็จงไหว้ไว้ก่อนก็แล้วกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ขงจื่อสอนไว้โดยไม่รู้ตัว

เวลาโตขึ้นและอ่านประวัติของขงจื่อ ก็รู้สึกว่าขงจื่อเป็นนักคิดยิ่งใหญ่ ถ้าไม่ยิ่งใหญ่คงไม่สืบต่อมาถึงวันนี้ คำสอนของขงจื่อมีอยู่ส่วนหนึ่งที่ลูกศิษย์ทำให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น เช่น เมิ่งจื่อ ทำให้ความคิดของขงจื่อลงรอยมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่ง คนเริ่มต้นต้องมีกระแสความคิดที่ยิ่งใหญ่พอ

ผมเห็นว่าที่ประทับใจที่สุดของขงจื่อก็คือ ให้คนเรียนหนังสือ เห็นว่าเรื่องเรียนหนังสือสำคัญ การเรียนหนังสือของขงจื่อไม่ใช่เรียนแต่หนังสือ เป็นทางที่จะให้เข้าใจว่า จะประพฤติปฏิบัติตัวในสังคมให้ถูกต้องอย่างไร ไม่ใช่ว่าเรียนหนังสือรู้หนังสืออย่างเดียว การเรียนหนังสือของขงจื่อ การที่จะเป็นคนที่มีการศึกษา ไม่ได้หมายถึงว่ามีความรู้อย่างเดียว นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นประเด็นพิเศษของขงจื่อ เพราะว่าคนที่มีการศึกษาของขงจื่อต้องมีคุณธรรมที่เกิดจากการศึกษา ขงจื่อเห็นว่า คนก็ดีหมด แต่ว่าการศึกษาจะทำให้คนดีขึ้นไปอีกเยอะ จะดีกับตัวเอง ดีกับสังคม ขงจื่อให้ศึกษาและให้ปรับปรุงตัวเองก่อน แล้วสังคมก็จะดีไปเอง เวลาขงจื่อมองว่า หน่วยเล็กที่สุดทำให้มันให้ถูกเสียก่อน

เมื่อเวลาเด็ก ๆ อ่านว่า จะให้ทำอะไรก่อน ขงจื่อบอกว่าให้ตั้งชื่อก่อน ให้เรียกชื่อให้ถูกเสียก่อน การเรียกชื่อให้ถูก ทำให้รู้หน้าที่ตัวเอง รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน เพื่อที่จะทำตัวให้ถูก ต้องศึกษาเรียนรู้ตัวเองคือใคร แล้วความสัมพันธ์ในแต่ละระดับเป็นอย่างไร ในฐานะเป็นลูกเป็นพ่อ ครอบครัวคืออะไร ครอบครัวอื่นเป็นอย่างไร บางคนอาจจะบอกว่าไม่พอ มันต้องขึ้นมาจากข้างบน แล้วจะสั่งลงมาจากข้างบน แต่มันจะไม่ยืดยาว

คนที่จะสอนลูกดีที่สุดคือพ่อแม่ คำที่ว่ากันว่า พ่อแม่ไม่สั่งสอน นี่เรื่องจริง ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่า ถ้าพ่อแม่จะสอนไม่ดี ครูแก้ยาก อาจจะแก้ได้ แต่แก้ยาก จึงอยู่ที่บ้าน พ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่าง ต้องสอน ต้องจี้ไปหมด เพราะฉะนั้นสถาบันครอบครัวสำคัญที่สุด

คนไม่รู้เรื่องจีน ปัญหาอยู่ที่ไหน ปัญหาใหญ่อยู่ที่การศึกษาภาษา ก็แก้ที่ภาษา การที่เรียนจีนโดยผ่านฝรั่ง หรือผ่านคนไทยซึ่งไม่รู้จีน นึกออกไหม มันก็หายไปเยอะ ไม่ว่าเรื่องจีนหรือเรื่องไทย เราก็นิยมชมชอบนักวิชาการฝรั่ง เพราะเขามีวิธีการ เขามีการค้นคว้า เขามีเกณฑ์การอ้างยิง แต่ว่าสิ่งที่เขาอ้างอาจผิดก็ได้ เพราะว่าแหล่งข้อมูลของเขาผิด ส่วนมากผิดเรื่องอะไร ผิดเรื่องที่ผู้นั้นไม่ได้อ่านภาษานั้นหรือไม่ได้เข้าใจภาษานั้นจริง ๆ การใช้หลักฐานก็จะผิดไปหมด กรณีสถาบันขงจื่อมีหน้าที่โดยตรง ในแง่ที่จะแก้ปัญหานี้อย่างไร

อ.ฟู่ ขงจื่อเป็นนักคิดที่ยิ่งใหญ่ และเป็นนักการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ พูดถึงการศึกษาของจีน จะแยกออกจากท่านขงจื่อไม่ได้ รวมถึงครอบครัว และแต่ละคน ถ้าชาติหนึ่งจะพัฒนาต้องขึ้นอยู่ที่การศึกษา แต่การศึกษาและการพัฒนาต้องขึ้นอยู่ที่บุคคล ตั้งแต่ประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย พูดถึงสถาบันขงจื่อ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งใหม่ แม้ว่าก่อตั้งขึ้นมา 3 ปีแล้ว สถาบันขงจื่อเป็นองงค์กรที่เสริมมิตรภาพระหว่างไทย-จีน คือไม่เพียงแต่สอนภาษาจีนอย่างเดียว การสอนภาษาจีนเพื่ออะไร เพื่อให้คนไทยรู้ภาษาที่สำคัญในโลกนอกจากภาษาอังกฤษ มองไปข้างหน้า ทุกคนต้องรู้ภาษาอังกฤษ เพราะจะใช้มาก รองลงมา ผมว่าเป็นภาษาจีน โดยเฉพาะจีนไทยเป็นเพื่อนที่ดี และต้องไปมาหาสู่กันทั้งทางการค้าขายและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งหนีเรื่องภาษาไม่ได้ อย่างเช่นที่อ.ประพจน์กล่าวว่า ไปเมืองไทยรู้ภาษาไทย มาเมืองจีนรู้ภาษาจีน รู้สึกว่าสนิทกัน รู้สึกว่าเป็นเพื่อนกัน เราเจอกัน คุยกันด้วยภาษาจีนหรือภาษาไทย ถ้าพูดภาษาอังกฤษ จะมีความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง

พูดถึงสถาบันขงจื่อ ผมว่ายังมีงานที่ต้องทำอีกหลายอย่าง อย่างเช่น สมเด็จพระเทพฯทรงมีพระราชดำรัสว่า เริ่นจ้งเต้าหย่วน ซึ่งก็คือ ทั้งมีภาระหน้าที่อันหนักอึ้งและมีหนทางเดินยาวไกล

หน้าที่ของเราไม่เพียงแต่สอนภาษาจีน เดี๋ยวนี้ประเทศไทยมีผู้ที่เรียนภาษจีนเยอะ ต้องการครูสอนภาษาจีน เราก็จะช่วยสอน จะช่วยสอนนิสิตเอกภาษาจีนของจุฬาฯ นอกจากนั้น เรายังจัดหลักสูตรให้บุคคลในสังคมข้างนอกที่สนใจเรียนภาษาจีนด้วย เราน่าจะจัดการอบรมครูที่สอนภาษาจีนทุกระดับ ปัจจุบัน เราเพียงสอนครูที่สอนในระดับอุดมศึกษา ผมว่าอันนี้สำคัญมากต้องทำต่อ เพราะว่าครูดี นิสิตเรียนได้ดี ถ้าครูไม่แข็ง การเรียนการสอนจะไม่พัฒนา ฉะนั้น เราเคยจัดอบรมอาจารย์สอนภาษาจีนจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศมา 2 ครั้งแล้ว เรายังจะจัดการอบรมแบบนี้ต่อ

1 2 3 4
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040