จะเรียกว่าแปลผิดไม่ได้ เรียกว่าอย่างนี้ดีกว่าว่า เวลาอ่าน เข้าใจอาจจะไม่เหมือนกัน จริงอยู่อาจจะมีการแปลผิดจริง ๆ แต่ส่วนมากเป็นข้อจำกัดทางวัฒนธรรมและข้อจำกัดทางภาษาที่อาจจะทำให้การแปลไม่ตรง จะแปลให้ตรงก็ได้ แต่คนอ่านไม่รู้เรื่อง หรือว่าคัมภีร์ที่ยาก ๆ เช่น อรรถกถาของเจียนะปัจสะหรือมหาวิภาษา ซึ่งเหลือแต่ฉบับภาษาจีน มีสองฉบับ มีแปลสองหนจนบัดนี้ ซึ่งอ่านยากมาก
เรื่องแปลมันซับซ้อนยุ่งยากมาก จนกระทั่งบางที เราไม่รู้ว่าคืออะไรแน่ การที่รู้ภาษาจีนจะช่วยให้เปิดความคิดให้กว้างขึ้นในแง่ของพุทธศาสนา ถ้าเผื่อไม่มีคัมภีร์พุทธศาสนาที่แปลเป็นจีนอยู่ ความรู้เราก็จะแคบลงหรือว่าไม่มีอะไรที่จะให้การศึกษาวิจัย นี่เป็นคลังอันหนึ่ง คนที่เรียนพุทธศาสนา ไม่เรียนภาษาจีนไม่ได้
ผู้สื่อข่าว อ.ฟู่ละคะ มีผลงานทางวิชาการออกมาใหม่อะไรบ้างคะ
อ.ฝู้ การวิจัยของผมเน้นการเปรียบเทียบภาษาและวัฒนธรรมระหว่างจีน-ไทย ผลงานที่จัดพิมพ์มีเรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบคำซ้ำของภาษาไทยและภาษาจีน ซึ่งจุฬาช่วยพิมพ์ในโครงการเผยแพร่ผลงานการวิจัย คำซ้ำของภาษาจีนและภาษาไทยมีจุดที่คล้าย ๆ กัน เช่นคำว่า เล็ก ๆ น้อย ๆ หนุ่ม ๆ สาว ๆ ภาษาจีนมีคำแบบนี้เหมือนกัน เดี๋ยวนี้มีคนสนใจอ่าน เพราะว่าจะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างกันและความเหมือนกันของสองภาษา หนังสืออีกเล่มหนึ่งของผมคือ การสนทนาด้วยภาษาไทย 300 ประโยค เพื่อแนะนำภาษาพูดสำคัญ ๆ ของภาษาไทยให้คนจีนเรียนและทราบกัน
หนังสือ "เรียนภาษาจีนกันเถอะ" ฉบับภาษาไทย เปิดตัวในงาน "นิทรรศการทรัพยากรสถาบันขงจื่อ และ นิทรรศการภาษานานาชาติ"


















