
จ สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟัง ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงคุยกันวันละประเด็น โดยดิฉันจางฉีและคุณพัลลภ สามสี สวัสดีค่ะคุณพัลลภ
พ สวัสดีครับ คุณจางฉีและท่านผู้ฟังทุกท่านครับ
จ วันนี้ดิฉันได้นำคำถามจากแฟนรายการของเราที่ชื่อคุณพันธสัญญาส่งอีเมลมาถามว่า ดูรายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์จีน ชอบดูสตรีจีนใส่ชุดกี่เพ้า และอยากทราบความเป็นมาของชุดกี่เพ้าของจีน
พ ผมก็ชอบดูผู้หญิงจีนแต่งชุดกี่เพ้า เพราะดูสวยและเซ็กซี่มาก
จ ใช่ค่ะ ผู้หญิงแต่งชุดกี่เพ้า จะทำให้ดูรูปร่างเพรียวสูงสะโอดสะองขึ้นมาทันที และมีลักษณะเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน เรียบร้อยขึ้น ผู้ชายจึงชอบดูผู้หญิงแต่งชุดกี่เพ้า
พ กี่เพ้าเป็นเครื่องแต่งกายที่เกิดจากการหลอมรวมเป็นหนึ่งของชนชาติต่างๆ ของจีนและถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวจีน กี่เพ้าเป็นงานตัดเย็บที่รวมเอาศิลปะหลายด้านไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นหัตถกรรมการปักลวดลาย ภาพดอกไม้และนกหรือภาพอื่นๆ ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจีน
จ ชุดกี่เพ้า ภาษาจีนกลางเรียก ฉีเผา qí páo "ฉี" แปลว่า ธง "ผาว" แปลว่า ชุดเสื้อคลุมยาว หากดูตามความหมายของตัวอักษรจีน ฉีผาวหรือกี่เพ้านั้น มักหมายถึงชุดเสื้อคลุมยาว เป็นชุดที่ดัดแปลงมาจากชุดสตรีของชาวแปดกองธงในสมัยราชวงศ์ชิง
พ ผมได้ข้อมูลว่า ชุดกี่เพ้าแรกเร่มเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับพวกชนชั้นตระกูลสูง ต้องพิถีพิถันเนื้อผ้าและฝีมือตัดเย็บละเอียดประณีต และผู้ชายผู้หญิงใส่ได้ทั้งนั้น ส่วนประชาชนรากหญ้าแต่งชุดเสื้อคลุมยาวผ้าทอมือหยาบๆ และเทอะทะไม่พอดีตัว
จ ใช่ค่ะ ชุดกี่เพ้าในปัจจุบัน เป็นชุดที่ผ่านการวิวัฒนาการและดัดแปลงมาหลายยุคหลายสมัย ต้องสืบย้อนประวัติศาสตร์ไปถึงราชวงศ์ชิง เมื่อผู้ปกครองชาวแมนจูได้อำนาจรัฐประเทศจีนในยุคต้นๆ ก็จัดการให้คนในบังคับของแมนจู แต่งกายให้มีสัญลักษณ์บ่งบอกถึง ตัวเองเป็น Qi Ren หรือชาวแมนจู
พ ตั้งแต่นั้นมา ผู้หญิงชาวแมนจูจึงนิยมใส่ชุดกี่เพ้า แต่ชุดกี่เพ้าในยุคต่อมานั้นพัฒนามาจากชุดเสื้อคลุมยาวที่หญิงชาวแปดกองธงสวมใส่ ต่อมาหญิงชาวฮั่นได้แต่งตัวเลียนแบบหญิงชาวแมนจู ในทางกลับกันหญิงชาวแมนจูและหญิงชาวมองโกลก็แต่งตัวเลียนแบบหญิงชาวฮั่นเช่นกัน
จ การเลียนแบบกันไปมาทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างการแต่งกายของหญิงชาวแมนจูและหญิงชาวฮั่น การแต่งกายของหญิงสองชนชาติจึงคล้ายคลึงกันมากขึ้น จากนั้นจึงค่อยๆ พัฒนากลายเป็นชุดกี่เพ้ายุคแรกเป็นที่นิยมทั่วประเทศจีน ต่อมาเมื่อเครื่องแต่งกายแบบตะวันตกแพร่หลายเข้ามาในประเทศจีน ก็ได้มีการดัดแปลงชุดกี่เพ้าให้เข้ากับลักษณะเด่นของชุดแบบตะวันตกกลายเป็นชุดกี่เพ้าแบบใหม่ที่เรียบง่ายและแพร่หลายสู่คนทั่วไปมากขึ้น
พ ชุดกี่เพ้าต้นแบบเดิมในสมัยราชวงศ์ชิงนั้น จะค่อนข้างหลวม ยาวถึงเท้า มักมีปักเลื่อม และกุ๊นขอบตลอดชุด หลังจากเข้าสู่ยุคสาธารณรัฐ คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 1911 เป็นต้นมา ชุดกี่เพ้าจะผสมแบบชาวฮั่น ที่แยกกระโปรงกับเสื้อเป็นสองชิ้น ช่วงแขนจะสั้นลงและกว้างขึ้น
จ พอถึง กลางทศวรรษ 1920 ชุดกี่เพ้าถูกเย็บติดเป็นชิ้นเดียวกัน ซึ่งถือเป็นแบบฉบับของชุดกี่เพ้าในปัจจุบัน หลังจากนั้นมีการปรับปรุงเรื่อยมา จนกลายเป็นชุดประจำชาติของสตรีจีน
พ อารยธรรมตะวันตกที่หลั่งไหลเข้าสู่จีน ทำให้ชุดกี่เพ้าได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในการออกแบบโครงเสื้อผ้า เพื่อเน้นเสื้อผ้าให้กระชับขับสรีระส่วนโค้งและส่วนเว้าของสตรีให้น่าดูยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันผู้หญิงสมัยใหม่นิยมให้ชุดกี่เพ้าสั้นลงเพื่อให้สะดวกสบายมากขึ้น และเหมาะสมในการสวมใส่ คือเสื้อท่อนบนเข้ารูปกับกระโปรงบานยาวถึงข้อเท้า
จ ช่วงทศวรรษ 1930 -1940 เป็นช่วงที่ชุดกี่เพ้าได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยอิทธิพลกระโปรงสั้นแบบยุโรป ส่งผลให้กี่เพ้าสั้นขึ้นอยู่เหนือหัวเข่า 1 นิ้ว และช่วงแขนหดสั้น ทำให้ดูกระชับเข้ารูปมากขึ้น ซึ่งช่วงนั้น เรียกกี่เพ้าแบบใหม่นี้ว่า "ชุดนักศึกษา " เนื่องจากเริ่มใช้อย่างแพร่หลาย ในหมู่นักศึกษาก่อน


















