เดือนพฤศจิกายนปี 2013 อิหร่านและ 6 ประเทศที่เกี่ยวข้องจัดการเจรจาที่กรุงเจนีวา และบรรลุข้อตกลงการแก้ปัญหานิวเคลียร์อิหร่านอย่างมีขั้นตอน และเริ่มปฏิบัติตามตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา แม้ว่าประสบผลคืบหน้าบ้างก็ตาม แต่เนื่องจากปัญหานิวเคลียร์อิหร่านสลับซับซ้อนมาก ฝ่าย ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสหรัฐฯ กับอิหร่านมีข้อขัดแย้งค่อนข้างใหญ่ ทำให้การแก้ไขปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านเผชิญกับอุปสรรคและปัญหาลำบากมาก ดังนั้น การเจรจากรุงเวียนนาครั้งนี้คงเเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำความเข้าใจท่าทีและขีดเส้นตายของอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อกำหนดหลักการและเส้นทางชี้นำการเจรจาครั้งต่อไป
อุปสรรคสำคัญอันดับแรกในปัจจุบันคือ ภายในสหรัฐฯ มีข้อขัดแย้งค่อนข้างใหญ่ต่อปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่าน จุดยืนของประธานาธิบดีโอบามาและรัฐบาลสหรัฐฯ คือส่งเสริมการเจรจา แก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางการทูต แต่รัฐสภาสหรัฐฯ มีท่าทีแข็งกร้าว โดยเสนอใช้นโยบายคว่ำบาตรเพื่อบีบให้อิหร่านยอมอ่อนข้อ ดังนั้น ท่าทีของสหรัฐฯ คงส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางของกระบวนการเจรจาปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน
ส่วนภายในประเทศอิหร่านก็มีเสียงเรียกร้องที่ต่างกันต่อปัญหานี้ ดังนั้นรัฐบาลอิหร่านจึงต้องมีการเตรียมการ 2 ด้าน คือ แสดงท่าทียินดีร่วมมือกับประชาคมโลก เข้าร่วมการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา อีกด้านหนึ่งคือเน้นย้ำว่า อิหร่านมีสิทธิใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ
นอกจากท่าทีและจุดยืนมีความแตกต่างกันแล้ว ประเทศตะวันตกและอิหร่านยังมีความเห็นต่างกันด้านปัญหาทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องด้วย


















