
จนถึงปัจจุบัน แผ่นดินใหญ่จีนยังไม่มีกฎหมายหรือข้อกำหนดที่ชัดเจนว่า สมาชิกครอบครัวของผู้บริจาคอวัยวะมีสิทธิ์บอกเลิกคำสัญญาหรือไม่
ธรรมเนียมสากลคือ ถึงแม้ว่าตัวเองได้เซ็นสัญญายอมบริจาคอวัยวะก็ตาม สมาชิกครอบครัวก็มีสิทธิ์ปฏิเสธ ไต้หวันมีข้อกำหนดว่า หากสมาชิกครอบครัวคนใดคนหนึ่งไม่เห็นด้วย ก็ทำไม่ได้ แต่แผ่นดินใหญ่จีนจนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน
ปี 2007 คณะรัฐมนตรีจีนประกาศใช้ข้อกำหนดเกี่ยวกับการปลูกถ่ายอวัยวะมนุษย์ โดยระบุว่า หากพลเมืองไม่เห็นด้วยกับการบริจาคอวัยวะหลังเสียชีวิต องค์การหรือบุคคลใดๆ ล้วนไม่มีสิทธิ์บริจาคและผ่าตัดเอาอวัยวะพลเมืองผู้นี้ หากพลเมืองไม่เคยบอกว่าไม่ยอมบริจาคอวัยวะ ภายหลังเสียชีวิตแล้ว คู่ครอง บุตรผู้ที่บรรลุนิติภาวะ บิดาและมารดามีสิทธิ์เห็นด้วยกับการบริจาคอวัยวะของพลเมืองผู้วายชนม์ดังกล่าวด้วยรูปแบบที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ความเป็นจริงคือ บางทีอวัยวะของผู้เสียชีวิตเหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการปลูกถ่ายอวัยวะ แต่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถติดต่อกับครอบครัวผู้เสียชีวติได้ หรือผู้เสียชีวิตตอนยังมีชีวิตอยู่เห็นด้วยกับการบริจาค แต่ครอบครัวไม่เห็นด้วย ช่องว่างทางกฎหมายทำให้เกิดปัญหาที่ว่่า ใครมีสิทธิ์ครอบครองและใช้ศพ ตลอดจนปัญหาอื่นๆ อีกหลายอย่าง ทำให้โรงพยาบาลส่วนใหญ่ต้องพยายามหาทางหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้
แบบไหนจึงถือว่าเสียชีวิตแล้ว
ผู้ที่อยู่ในภาวะสมองตาย ส่วนใหญ่ยังสามารถหายใจด้วยเครื่องช่วยหายใจได้ วงการแพทย์สากลกำหนดว่า การผ่าตัดเอาอวัยวะต้องรักษาการไหลเวียนของเลือดในร่างกายของผู้อยู่ในภาวะสมองตาย เพราะฉะนั้น การผ่าตัดต้องทำภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังจากหัวใจหยุดเต้น จึงจะสามารถรักษาความสดของอวัยวะเป็นเวลาหลายชั่วโมงกระทั่งสิบกว่าชั่วโมงได้ เพราะหลังจากหัวใจหยุดเต้นแล้ว ภายในเวลาไม่กี่นาที เลือดก็จะแข็งตัว ซึ่งไม่สามารถใช้กับการปลูกถ่ายได้แล้ว ด้วยเหตุนี้ การผ่าตัดเอาอวัยวะต้องทำในภาวะสมองตาย การกำหนดอย่างชัดเจนว่าแบบไหนถือเป็นภาวะสมองตาย จึงมีความสำคัญอย่างมาก


















