
พี่เลี้ยง เป็นอาชีพที่มีมานาน สมัยโบราณของจีน มีคำว่า "แม่นม" ส่วนใหญ่คือคนที่เพิ่งครอดลูก บ้านยากจน จึงไปเลี้ยงลูกคนรวย แล้วมักจะช่วยดูแลจนโต สังคมปัจจุบัน เกือบจะไม่มี "แม่นม"แล้ว พี่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นคนที่ช่วยทำงานบ้านและดูแลคนแก่ คนป่วย หรือมีอาชีพใหม่ที่เกิดขึ้น ภาษาจีนเรียกว่า "เย่วส่าว" หมายถึงคนที่ดูแลคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งคลอดในเดือนแรก เป็นอาชีพที่มีรายได้สูงและต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้านด้วย
ที่เมืองนานกิงของจีน มีพี่เลี้ยงคนหนึ่งเป็นที่เคารพรักของบรรดาผู้ที่เธอเลี้ยง เธอชื่อจาง ฉงเจิง แม้เป็นพี่เลี้ยง แต่สำหรับเด็กที่เธอเลี้ยงไว้นั้น เธอมีความสำคัญไม่แพ้พ่อแม่
นางอิ่น ชุนลี่ เล่าถึงพี่เลี้ยงว่า ปี 1958 เธอเกิดในครอบครัวที่มีอันจะกิน เธอเป็นลูกคนสุดท้อง คุณพ่อเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย คุณแม่เป็นอาจารย์โรงเรียนมัธยม เมื่อพี่ชายคนโตเกิด ที่บ้านได้หาพี่เลี้ยงมาช่วยดูแล นั่นก็คือนางจาง ฉงเจิง
นางจาง ฉงเจิงเริ่มทำงานที่บ้านของนางอิ่ง ชุนลี่ในวัยประมาณ 50 ปี สามีเสียชีวิตไปเมื่อเธอยังสาวอยู่ ต่อมาลูกสาวก็เสียชีวิตเมื่อคลอดได้ไม่นาน ฉะนั้น แม่สามีจึงคิดว่าเธอเป็นกาลกินี จึงจะขายเธอ พอนางจาง ฉงเจิงทราบข่าวนี้แล้ว รีบหนีออกจากบ้านเดินทางไปยังนครเซี่ยงไฮ้ และต่อไปยังเมืองนานกิง พอดีคุณพ่อของนางอิ่ง ชุนลี่ต้องการพี่เลี้ยง จึงเริ่มทำงานที่ครอบครัวอิ่ง
ลูกๆในครอบครัวนี้ ล้วนเรียกนางจาง ฉงเจิงเป็น "ไหน่ไหน่" คือ คุณย่า แม้ว่าคุณย่าคนนี้ผ่านชีวิตที่ลำบาก แต่เธอไม่เคยท้อแท้และยอมจำนนกับชีวิต เธอรักเด็กทั้ง 3 คน และสั่งสอนอย่างเข้มงวดด้วย นางอิ่น ชุนลี่กล่าวว่า พี่น้อง 3 คน ได้รับอิทธิพลจากคุณย่าและรักคุณย่ามากกว่าพ่อแม่ด้วยซ้ำ
เมื่อทศวรรษ 1950-1960 คุณพ่อของนางอิ่น ชุนลี่ต้องย้ายจากเมืองนานกิงไปทำงานที่มณฑลเหอเป่ย ในช่วงเวลาหลายสิบปีนั้น กลับบ้านไม่กี่ครั้ง จนทำให้เด็กๆเกือบไม่รู้จักพ่อ เมื่อนางอิ่น ชุนลี่ไปเรียนที่โรงเรียนประถม มีอยู่ครั้งหนึ่ง ครูบอกว่ามีคนมาเยี่ยม เมื่อไปถึงประตูโรงเรียน เห็นผู้ชายคนหนึ่งถือซาลาเปาใส้เนื้อส่งให้กิน เธอคิดว่าเป็นคนที่จะหลอกเด็กไปขาย รู้สึกกลัวมาก ตอนหลังจึงรู้ว่านั่นเป็นพ่อของเธอ คุณพ่อเห็นลูกสาวไม่รู้จักก็น้ำตาไหล การถูกบังคับให้ออกจากมหาวิทยาลัยและไปทำงานที่ชนบทในมณฑลเหอเป่ยนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้เด็ก 3 คนห่างจากคุณพ่อเท่านั้น ยังส่งผลกระทบหนักต่อครอบครัว ที่สำคัญก็คือคุณพ่อไม่มีรายได้อีกแล้ว ส่วนรายได้ของคุณแม่ก็ลดน้อยลง เวลานั้น คุณแม่ของนางอิ่น ชุนลี่ต้องเอ่ยปากให้คุณย่าออก แต่คุณย่าปฏิเสธ บอกกับคุณแม่ของนางอิ่น ชุนลี่ว่า เธอคนเดียว ถ้าต้องเลี้ยงลูก 3 คน แถมยังมีคนแก่ด้วย จะไม่ไหว ตัวไม่ต้องการเงินเดือนค่าจ้างแล้ว แต่จะช่วยกันเลี้ยงดูคนแก่และเด็กๆเธอ
In/Ping


















