
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทีมผู้สื่อข่าวซีอาร์ไอเดินทางถึงพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าชนกว่างซี เมืองหนานหนิงตามที่เขาแนะนำกัน การเดินทางจากโรงแรมถึงพิพิธภัณฑ์ประมาณ 10 กิโลเมตร รถไม่ติด แม้ระหว่างทางมีฝนตกเป็นบางช่วงก็ตาม ผ่านภูเขาชิงซิ่วซาน เห็นเจดีย์หลงเซี่ยงถ่า (เจดีย์มังกร-ช้าง) จากนั้นไม่กี่นาทีก็มองเห็นอาคารรูปทรงกลมดั่งกลองยักษ์ นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์ชนเผ่ากว่างซี พอเข้าบริเวณพิพิธภัณฑ์ ก็เห็นป้ายใหญ่ข้อความว่า "นิทรรศการวัฒนธรรม 10 ประเทศอาเซียน" แต่น่าเสียดายเนื่องจากเวลาไม่พอ เลยไม่ได้เข้าชมส่วนนี้
เมื่อแสดงบัตรประชาชนก็ได้บัตรเข้าชมฟรี จากนั้น ผ่านด่านตรวจ เหมือนด่านตรวจในรถไฟใต้ดินกรุงปักกิ่ง เพื่อความปลอดภัย ภายในอาคารกว้างใหญ่ ผู้ชมไม่ค่อยมาก ไม่เหมือนกรุงปักกิ่ง ไปไหนมาไหนก็หนาแน่นด้วยคน จึงรู้สึกสะดวกสบายกว่าครั้งก่อนๆ ที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในปักกิ่ง

เรามุ่งสู่นิทรรศการกลองทองแดงที่ชั้น 2 ก่อน พบว่า มีการจัดแสดงกลองทองแดงใบใหญ่หลายสิบใบ มีอยู่ใบหนึ่งเป็น "ราชากลอง" อายุกว่า 2,000 ปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น
สังเกตได้ว่า บนหน้ากลองทองแดงหลายใบ มีกบและเต่า ตามความเชื่อของชนเผ่าจ้วง ที่นับถือกบ เพราะกบเป็นสัตว์ที่มีการแพร่พันธุ์มาก ส่วนเต่าก็เป็นสัญลักษณ์อายุยืน จึงนำกบและเต่า สัตว์สองชนิดนี้มาแกะสลักไว้บนหน้ากลอง เริ่มแรกกลองเป็นเครื่องดนตรี ต่อมา ผู้มีกลองทองดองไว้ในครอบครองถือว่าเป็นผู้มีอำนาจบารมี มาถึงสมัยนี้ผู้คนไม่ค่อยมีกลองไว้ในครอบครอง ตามหมู่บ้านหนึ่งถึงจะมีกลองเพื่อไว้ใช้ในงานต่างๆ
เล่ากันว่า ภาษาจ้วงมีความคล้ายคลึงกับภาษาไทย อยู่ในตระกูลภาษาเดียวกัน สื่อสารเข้าใจกันได้
เมื่อชมนิทรรศการวัฒนธรรมจ้วงที่ชั้น 2 เรียบร้อยแล้ว ก็ไปชมนิทรรศการชนเผ่าหลากหลายสีสันของกว่างซี ในจำนวนประชากรทั้งหมด 54 ล้านของเขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกว่างซีนั้น มีครึ่งหนึ่งเป็นชนเผ่าจ้วง เป็นชนเผ่าใหญ่ที่สุด รองลงมาคือ ชนเผ่าฮั่น และชนเผ่าอื่นๆ อีกกว่า 10 เผ่า เช่น เผ่าเหยา เผ่าม้ง เผ่าต้ง เผ่าจิง และเผ่าหุย ซึ่งมีภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ต่างกัน แต่ก็อยู่อย่างปรองดองกันเป็นเวลาหลายพันปี
สิ่งที่สร้างความประทับใจมากอีกอย่างหนึ่งคือ การจัดแสดงผ้าปักชนเผ่าจ้วงที่สวยสดงดงาม ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับผ้าปักของประเทศไทย
น่าเสียดายผู้สื่อข่าวซีอาร์ไอมีเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษเท่านั้น จึงยังคงชมไม่ทั่ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แฟนๆ ชาวไทยทั้งหลายจะมีโอกาสไปชมที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่เมืองหนานหนิง ทำความเข้าใจและเปรียบเทียบระหว่างชนเผ่าจ้วงกับชนเผ่าไทย เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างสองวัฒนธรรมและสองประเทศมากขึ้น

(IN/LING)


















