
เมื่อเร็วๆ นี้ มีอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับข้อตกลงอาร์เซ็ปเกิดขึ้น คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศมีมติรวมเงินหยวนอยู่ในตะกร้าเงินสำรองระหว่างประเทศ หรือ เอสดีอาร์ นับเป็นก้าวสำคัญของจีนในการเพิ่มบทบาทของตัวเองในเวทีโลก
นางคริสติน ลาการ์ดกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟเรียกการตัดสินใจนี้ว่า"เป็นหลักไมล์สำคัญในการบูรณาการเศรษฐกิจจีนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก และยังเป็นการยอมรับความก้าวหน้าที่ทางการจีนได้ทำมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในการปฏิรูประบบการเงินการคลัง ทั้งยังจะช่วยให้จีนเปิดกว้างสู่ระบบเศรษฐกิจโลกมากขึ้น"
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การรวมเงินหยวนเข้าไปในตะกร้าเงินสำรองระหว่างประเทศ ในครั้งนี้เป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งของเงินหยวนสู่การเป็นสกุลเงินหลักของโลก โดยเป็นสัญลักษณ์ว่า เงินหยวนเริ่มบูรณาการเข้ากับตลาดการเงินโลกมากขึ้น รวมถึงเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าตะกร้าเงินสำรองระหว่างประเทศของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้ให้น้ำหนักกับสกุลเงินของประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตและทวีความสำคัญมากขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างจีน โดยการปรับตะกร้าเงินในปีหน้า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้ให้น้ำหนักกับหยวนในตะกร้าเงินถึงร้อยละ 10.92 ซึ่งมากกว่าเงินเยน และเงินปอนด์ ในช่วงที่ผ่านมาทางการจีนมีความพยายามที่จะให้หยวนมีความยืดหยุ่น น่าเชื่อถือ และเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขั้นที่หนึ่งคือการให้หยวนรวมอยู่ในตะกร้าเงินสำรองระหว่างประเทศ ทั้งการขยายกรอบการซื้อขายหยวนประจำวันจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 2 การปล่อยให้หยวนเคลื่อนไหวตามอุปสงค์และอุปทานของตลาดมากขึ้น รวมทั้งแผนการเปิดเสรีบัญชีทุน และตลาดตราสารหนี้ของจีน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันจีนได้ขึ้นมาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 จากเดิมที่เป็นสหรัฐฯ และญี่ปุ่น และไทยเองก็เป็นคู่ค้าอันดับต้นๆ ของจีนในอาเซียน สะท้อนว่าจีนเริ่มมีบทบาทกับภาคการค้าระหว่างประเทศของไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และหากหยวนจะกลายมาเป็นเงินสกุลหลักของโลก และใช้ได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น การชำระเงินระหว่างประเทศด้วยเงินหยวนจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการไทยในการลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และลดต้นทุนในการชำระเงินระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ปัจจุบันแม้ไทยจะมีสัดส่วนการชำระเงินค่าสินค้านำเข้าและส่งออกเป็นเงินหยวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ไทยและจีนได้พัฒนาความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน อาทิ การจัดตั้งธนาคารชำระดุลเงินหยวนในไทย การเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนระหว่างเงินหยวนกับเงินบาทโดยตรง สำหรับบางธนาคารของจีนในมณฑลยูนนาน เป็นต้น แต่สัดส่วนการชำระด้วยหยวนยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าระหว่างไทยและจีน
อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่เงินหยวนเข้าตะกร้าเงิน เอสดีอาร์ จะทำให้เห็นพัฒนาการของตลาดตราสารทางการเงินที่เป็นเงินหยวนได้มากขึ้น มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น และมีสภาพคล่องมากขึ้น เพราะมีนักธุรกิจที่เข้าไปลงทุนในไทยที่เป็นเงินหยวนมากขึ้น นอกจากนี้จะได้เห็นการลงทุนโดยตรงจากนักลงทุนจีนเข้าไปในไทยได้สะดวกมากขึ้นด้วย จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะพบว่า ช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนจีนเริ่มมีบทบาทมากขึ้น มีสัดส่วนมากขึ้น รวมทั้งการที่ทำให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินที่สามารถแลกเปลี่ยนได้เสรีมากขึ้น ก็แสดงว่าจีนยอมเปิดให้นักลงทุนเอาเงินออกต่างประเทศได้มากขึ้น


















