กาสะลองส่องจีน ตอน 52 : ท่อง "ซานซี" กับทัวร์จีนแท้ ๆ (1)
  2016-06-10 10:27:33  cri

ช่วงหยุดวันแรงงานจีน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา อันเนื่องว่าตรงกับวันหยุดของตัวกระผม เมื่อผสมเข้ากับแรงชวนของเพื่อนนักข่าวชาวจีนนายหนึ่งซึ่งทำงานอยู่ที่สถานีวิทยุแห่งชาติจีน (CNR) ที่ปรามาสผมว่า "มาอยู่จีนเป็นปี ๆ เคยได้มีโอกาสไปนอกปักกื่งบ้างไหม!" ไอ้เราจะเถียงก็เถียงไม่ได้เพราะมันถูกทุกคำที่พูดมา "งั้นเองไปวางทริปเลย แต่ขอเริ่มจากใกล้ ๆ ปักกิ่งก่อน" สิ้นเสียงผมนั่นเอง ที่การเดินทางครั้งแรก "กับคณะทัวร์จีนแท้ๆ"ของหนุ่มไทยคนเดียวคนนี้ได้เริ่มขึ้น

มณฑลซานซี กับ มณฑลส่านซี ไม่ใช่ที่เดียวกันแต่อยู่ติดกัน หากเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งก็จะถึงซานซีก่อนครับ โดยสารด้วยรถบัสก็ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงแล้วแต่สภาพการจราจร หากรถไฟก็นานกว่านั้นหน่อยเพราะต้องไปรอเปลี่ยนขบวน

ทริปสั้น ๆ นี้ใช้เวลา 2 คืน 3 วัน ค่าเสียหายรวมก็ราว ๆ ห้าพันบาทครับ รวมหมดแล้วทั้งค่ารถ โรงแรม อาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้ว "ซานซี" มีดีอะไร มณฑลนี้เป็นที่ตั้งของภูเขาอู่ไถซาน 1 ใน 4 พุทธคีรีของจีนครับ ภูเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศอีสานของมณฑลซานซี เพราะฉะนั้นทัวร์เกือบร้อยทั้งร้อยที่เดินทางออกจากปักกิ่ง ก็จะพาลูกทัวร์มาเที่ยวชมความงามของวัดวาอารามท่ามกลางขุนเขานี้ก่อน

ที่ได้ชื่อว่าอู่ไถซาน ก็เป็นเพราะเขาลูกนี้ถูกโอบล้อมด้วยภูเขายอดตัด 5 ลูก (ภาษาจีนเรียกว่า อู่) ระหว่างทางนอกจากจะได้ชมวัดน้อยใหญ่ทั้งที่เป็นวัดพุทธทั่วไปแล้ว ยังมีวัดพุทธนิกายสายธิเบตด้วย สังเกตได้จากหลังคาวัดที่จะมีกงล้อธรรมจักร กับกวางขนาบข้าง 2 ตัว

ตัดภาพมาที่ภายในรถกันบ้าง ลืมเล่าไปว่า บริษัททัวร์ส่วนใหญ่จะมีจุดจอดรถบัสรับลูกทัวร์บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน "กงจู่เฝิน" สายหนึ่งครับ ซึ่งก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับสถานีวิทยุซีอาร์ไอ บ้านหลังใหญ่ของผมเท่าไหร่นัก ด้วยความเลินเล่อคิดว่านัดเจอกันสายหน่อยยังไงก็ไปทัน ทำให้ผมและเพื่อนอีกท่านเกือบตกรถ สภาพรถภายนอกที่ดูดีพอใช้ ทำให้ผมคลายใจลงไปบ้าง แต่เมื่อใดย่างกรายเข้ามาในรถ ก็พบว่าที่นั่งเกือบทั้งหมดถูกจับจองไปเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการเช็คอินเลือกที่นั่งออนไลน์ใด ๆ ทั้งสิ้น มีวิธีเดียวคือมาก่อนได้ก่อน

2 ที่นั่งท้ายรถจึงตกเป็นของผมและเพื่อนไปโดยปริยาย ความสูง 170 นิด ๆ ของผมว่ายากในการประคับประคองตัวเองแล้ว กับเพื่อนที่ 185 คงต้องมีตัวชาไปตาม ๆ กัน

รถหมุนไปพร้อมกับเสียงก่นด่าตัวเองในใจว่าทำไมไม่มาเร็วกว่านี้ แต่ก็สายไปแล้วครับ ผมเริ่มกวาดสายตาทำความรู้จักกับสิ่งแวดล้อม ทั้งคันนอกจากคนขับและผู้นำเที่ยวแล้ว ลูกทัวร์ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงวัย ไม่ก็ผู้ใหญ่ที่พาเด็ก ๆ มาเที่ยวครับ จะมีวัยรุ่น ๆ อยู่ไม่เยอะ

นั่งไปสักพัก ความคิดก็เชื่อมโยงเข้ากับข่าวที่เห็นในบ้านเราโดยไม่ตั้งใจ อาจจะเพราะช่วงนั้นกระแสลบของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนในไทยกำลังมาด้วย ผมจึงลองสังเกตรอบตัวเองบ้าง ขอใช้คำว่า "สงัด" แล้วกันครับ ทุกคนดูสงบเงียบราวกับกำลังนั่งพับเพียบวันไหว้ครูมาก ๆ ทั้งที่ผู้ร่วมหัวจมท้ายกับผมบนรถคันนี้ไม่ได้มากันเดี่ยว ๆ บ้างก็เป็นคู่ เป็นครอบครัว เป็นหมู่คณะ แต่กลับไม่มีความช้งเช้งล้งเล้งเกิดขึ้นเลย ผมขยับปากถามเพื่อนว่าเองได้ยินข่าวทำนองนี้บ้างไหม แล้วทำไมมันไม่เหมือนกับที่ข้ากำลังงงอยู่ในตอนนี้

เพื่อนผมตอบว่า "คุณอาจจะได้ยินเหตุผลว่าคนจีนมีมหาศาล เพราะฉะนั้นมันย่อมเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้อยู่แล้วหากคนจีนจำนวนหนึ่งไปทำอะไรไม่ดีที่ไหนบ่อยกว่าชาติอื่น หากคนจีนเขามีโอกาสได้ไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต เขาก็เลือกไทย เพราะปัจจัยอะไรต่าง ๆ มันเอื้อ ทั้งค่าครองชีพ ระยะเวลาเดินทาง ทะเล ภูเขา มีครบ ที่สำคัญคือ "คนไทย" เองที่เขารู้สึกว่าเราเป็นเหมือนพี่น้อง มันจึงไม่น่าแปลกที่ไทยจะเจอบ่อยกว่าประเทศอื่น คนไปต่างประเทศครั้งแรก ก็มีบ้างแหละที่ไม่รู้จะต้องวางตัวอย่างไร ยังไงก็อยากให้เข้าใจเขามาก ๆ นะ"

แล้ว มณฑลซานซี มีดีอะไรอีก ? โปรดอ่านตอนต่อไปนะครับ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040