2007_07 Home






สารบาญ

      นทุกวันนี้
  6-13     14-19
อลิมปิคเกมส์
นนานใต้เมฆสลับสี
  26-31     32-37

สน่ห์เมืองไทย

ารสนเทศอาเซียน
42-45  46-49  50-53

าวสารทั่วไป
หล่งทัศนียภาพ
  56-59     60-65

ลปวัฒนธรรม
นชาติในเมืองจีน
ารพักผ่อนหย่อนใจ
           มัยนิยม
กิณกะการค้นคว้า
เรื่องไท-ไทย

อ่าวซานย่าที่น่าหลงใหล

อ่าวซานย่าที่น่าหลงใหล

         นครซานย่าตั้งอยู่ตอนใต้สุดของมณฑลไหหลำหรือ
ห่ายหนานของจีน ซานยามีความหมายว่า แม่น้ำ   3   สาย
บรรจบกัน ได้แก่ แม่น้ำซานย่า แม่น้ำต้าพอสุ่ยและแม่น้ำ
หลินชุนสุ่ยทั้ง 3   สายไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำซานย่า
และไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ที่กว้างใหญ่         ทั้งนครมีเนื้อที่
1919.6 ตารางกิโลเมตร ชายฝั่งทะเลยาว 209.1 กิโลเมตร
มีอ่าว   19   แห่ง   มีเกาะ   40 เกาะ   นครซานย่าที่หลังอิง
ภูเขาหันหน้าสู่ทะเล มีภูมิอากาศลมมรสุมลักษณะภาคพื้น

สมุทรเขตร้อน หน้าหนาวอบอุ่นดั่งฤดูใบไม้ผลิ หน้าร้อน ไม่ร้อนจัด ใบไม้เขียวตลอดทั้งปี ทิวทัศน์สวยดั่งภาพวาด
อ่าวซานย่าที่สวยงามมีสมญานามว่า“ฮาวายแห่งบูรพา” ซึ่งเปรียบเสมือนไข่มุกที่แวววาวฝังบนทะเลจีนใต้     มีชื่อ
เสียงโด่งดังทั้งในและนอกประเทศจีนด้วยทรัพยากรการ     ท่องเที่ยวชายทะเลเขตร้อนที่อุดมไปด้วยความงดงาม
ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ
       ตามชายฝั่งทะเลที่ยาวประมาณสองร้อยกิโลเมตร ของซานย่า มีจุดทิวทัศน์ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งในและ
นอกประเทศจีนมากมายเรียงรายอยู่ เช่น ต้าตงห่าย (มหาทะเลตะวันออก) เทียนหยาห่ายเจี่ยว (สุดขอบฟ้า)
ห่ายซานฉีกวาน (อัศจรรย์ภูเขาทะเล) เขตท่องเที่ยววัฒน-
ธรรมหนานซาน (ดอยทางใต้) เป็นต้น ซานย่ามิเพียงแต่
มีปัจจัยทั้ง 5 ได้แก่   แสงแดด   น้ำทะเล ชายหาด   พืช-
พรรณสีเขียว และอากาศบริสุทธิ์แห่งการท่องเที่ยวสากล
สมัยใหม่เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำ   ท่าเรือ   น้ำพุร้อน
ถ้ำหิน   ทุ่งนา   สัตว์และพืชเขตร้อน   จารีตประเพณีของ
ชนชาติส่วนน้อยที่มีเอกลักษณ์โดยเฉพาะอีกด้วย ซึ่งถือ
ว่าเป็นความสุดยอดของแหล่งท่องเที่ยวทั้งในและนอก
ประเทศจีน
        ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและการที่หลายชนชาติอยู่
รวมกัน ได้ดลบันดาลให้เกิดการสร้างศิลปวัฒนธรรมพื้น
บ้านที่มีสีสันหลากหลายในเขตซานย่า   ก่อกำเนิดศิลป หัตถกรรมที่ยอดเยี่ยมและวัฒนธรรมศาสนา ซึ่งมีกลิ่น
อายพื้นบ้านเข้มข้น   จารีตประเพณีที่สืบทอดกันมากับ ชีวิตวัฒนธรรมทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจ     ศิลปวัฒนธรรม
ของซานย่ามีเทพนิยาย ฟ้อนรำพื้นบ้าน ดนตรีประจำ ชนชาติ การแกะสลัก การตกแต่งสวน ศาสนา และศิลป
หัตถกรรม เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ได้เสริมแต่งให้ซานย่าสวย งาม สร้างความเพลินตาเพลินใจให้แก่นักท่องเที่ยวโดย
ต่างชื่นชมว่าเป็นสุดยอดของเมืองท่องเที่ยว
           เกาะอู๋จือโจวเป็นเกาะที่ค่อนข้างใหญ่เกาะหนึ่งของ ซานย่า เกาะนี้ยังมีอีกชื่อว่า เกาะคู่รัก ความเป็นมาของ
ชื่อนี้มีนิทานที่ลึกซึ้งกินใจเล่าว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังหาปลาอยูู่ที่ทะเล เจอพายุคลื่น
พัดพาเขาไปถึงเกาะร้างแห่งหนึ่ง เขาอาศัยการล่าสัตว์มา ประทังชีวิตเพื่อการอยู่รอด อยู่มาวันหนึ่ง เขาไปหาปลา
ที่ริมทะเล   พบสาวสวยคนหนึ่งกำลังเก็บเปลือกหอยที่     ชายหาด   สองคนจึงทักทายคุยกัน   ที่แท้สาวคนนั้นเป็น
บุตรสาวของเจ้ามังกรราชาแห่งทะเล มาที่ชายหาดเพื่อหา ความสำราญใจ สองคนนี้ต่างรู้สึกว่ามีบุญวาสนาที่ได้มา
เจอกัน จึงนัดพบกันที่นั่นทุกวัน
                 เมื่อวันคืนผ่านไป สองคนนี้มีความผูกพันเพิ่มขึ้น ทุกที ต่อมาจึงอยู่กินด้วยกัน กลางวันพากันไปล่าสัตว์
กลางคืนเดินเล่นที่ชายหาด ใช้ชีวิตอย่างสำราญ ชั่วพริบ ตาเดียวเวลาผ่านไปหนึ่งปี สาวมังกรน้อยกลับสู่วังมังกร
ทูลขอพระบิดาเจ้ามังกรอนุมัติการเลือกคู่ของเธอ   แต่ เจ้ามังกรกลับทรงกริ้ว รับสั่งให้คุมขังเธอไว้   ไม่ให้กลับ
ไปสู่โลกมนุษย์อีก   สาวน้อยคิดถึงคนรักทั้งกลางวันและ กลางคืน ในที่สุด   วันหนึ่งเธอฉวยโอกาสที่ยามไม่ทัน
สังเกตหนีออกมา แต่เจ้ามังกรก็ทราบข่าวโดยเร็ว   และ ไล่ตามหลังมาตลอด   เห็นหนุ่มสาวที่รักกันคู่นี้กำลังจะ
กอดกันแล้ว เจ้ามังกรที่ไล่ตามอย่างใกล้ชิดทรงกริ้วมาก ตะโกนเสียงดังสนั่น ใช้เวทมนตร์สาปให้คู่รักคู่นี้กลาย
เป็นก้อนหินใหญ่สองก้อน
           ร้อยพันปีผ่านไป ก้อนหินใหญ่สองก้อนผ่านการ ซัดสาดของคลื่นทะเล ยังคงยืนน่ิงอยู่ที่นั่น หันหน้ามอง
กันอย่างเงียบๆ ซึ่งแม้อยู่ใกล้กันแค่คืบเดียวแต่ก็ห่างไกล กันเหมือนอยู่สุดขอบฟ้า
        ต่อมา ผู้คนจึงตั้งชื่อที่นั่นว่า “เกาะคู่รัก” เพื่อระลึก ถึงหนุ่มสาวที่รักกันคู่นี้ ปัจจุบัน ที่นั่นเป็นแหล่งที่ดีที่สุด
สำหรับหนุ่มสาวจะกระซิบพลอดรักและนั่งฟังเสียงคลื่น เกาะอู๋จือโจวเป็นหนึ่งในเกาะจำนวนน้อยที่มีทรัพยากร
น้ำจืดและพืชพรรณปกคลุมอย่างอุดมรอบๆ เกาะไหหลำ
               ตำแหน่งที่เหมาะสำหรับชมทะเลที่สุดคือ ผาชม
ตะวันที่อยู่บนชะโงกผาด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ
อู๋จือโจว ถ้ายืนอยู่บนหินผาฝ่ากระแสลม ก้มหน้ามองจะ
เห็นทั่วเกาะ ถ้าแลไปที่ทะเลจะเห็นมหาสมุทรที่กว้างใหญ่
ไพศาล ใต้หน้าผา     เต็มไปด้วยหินแปลกประหลาดต่างๆ
ยามคลื่นเงียบลมสงบ     นั่งเรือเร็วอ้อมเกาะ   จะเห็นทิว-
ทัศน์หินแปลกนับร้อยนับพันให้ยลโฉมที่แตกต่างหลาก
หลาย     เมื่อดวงตะวันสีแดงโผล่ขึ้นจากทะเลอย่างช้าๆ
กลายเป็นจุดชมอาทิตย์อุทัยที่เยี่ยมที่สุด บนเกาะอู๋จือโจว
มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์         น้ำทะเลที่สะอาด
ปราศจากมลพิษที่นั่น ทำให้เกาะอู๋จือโจวกลายเป็นแหล่ง
ประมงธรรมชาติและเป็นสถานที่อันดับแรกที่จะเลือกก่อน
สถานที่อื่นในการชมวิวใต้ท้องทะเล