
นครเซี่ยงไฮ้เคยทำการสำรวจปรากฏว่า เกินกว่า 90% ไม่กล้าไว้ใจคนแปลกหน้า มีเพียง 2% เท่านั้นบอกว่าอาจจะยอมให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน เวลารับข้อความทางโทรศัพท์มือถือหรือรับโทรศัพท์จากคนที่ไม่รู้จัก ส่วนใหญ่จะไม่เชื่อ เวลาเจอคนที่ต้องการช่วยเหลือยืนอยู่ข้างถนน ไม่กล้าเข้าไปช่วย เด็กอายุสิบกว่าปีไปไหนมาไหนผู้ปกครองต้องติดตามไปด้วย
ผู้สื่อข่าวเคยทำการทดลองที่กรุงปักกิ่งว่า หากขอยืมโทรศัพท์มือถือจากคนแปลกหน้าที่เดินผ่านไปมาโดยอ้างว่าโทรศัพท์ของตัวเองถ่านหมดแล้วจะเป็นอย่างไร ปรากฏว่า ขอ 10 คน มีเพียง 2 คนยอมให้ยืม และมีคนหนึ่งจับโทรศัพท์ของตัวเองตลอดโดยไม่ยอมปล่อยให้ผู้สื่อข่าวกดเบอร์ด้วยตนเอง หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ผู้คนเดินผ่าน มีหลายคนบอกตรงๆ ว่า "นอกจากพ่อแม่แล้ว ไม่มีใครไว้วางใจได้" และยังมีคนจำนวนไม่น้อยเห็นว่า"ในสังคมปัจจุบัน ใครซื่อใครเสียเปรียบ"ซึ่งตรงกับผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยชิงหัวที่ระบุว่า ผู้ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจที่สุดในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมาคือ พ่อกับแม่ ในด้านมนุษยสัมพันธ์ 41.1% มีเพื่อนที่ไว้วางใจได้เพียง 1-3 คน นอกจากนี้ คณะกรรมการสังคมและกฎหมายของสภาปรึกษาการเมืองแห่งนครเซี่ยงไฮ้ก็ได้ทำการสำรวจปรากฏว่า หลายคนคิดว่าความซื่อสัตย์กลายเป็นตัวแทนของความเสียเปรียบ เกินกว่า 90% คิดว่าคนซื่อสัตย์มักถูกเอารัดเอาเปรียบไม่มากก็น้อย
ปี 2009 เหตุการณ์นมผงผสมสารเมลามีนเปิดโปงปัญหาความไม่ปลอดภัยด้านอาหารและการขาดความน่าเชื่อถือของวิสาหกิจผลิตอาหาร จนถึงทุกวันนี้ พ่อแม่ลูกอ่อนยังไม่กล้าซื้อนมผงที่ผลิตในประเทศ และพยายามหาทางซื้อจากต่างประเทศ ต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยด้านอาหารขึ้นอีกหลายครั้ง เช่น หมันโถวย้อมสี เหตุการณ์รองเท้าหนัง(ที่ถูกทิ้ง)กับธุรกิจแคปซูล น้ำมันเหลือกินเหลือทอดนำมาใช้ใหม่ เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ความห่างเหินระหว่างผู้บริโภคกับผู้ผลิตอาหารนับวันมากขึ้น นอกจากนี้ ความน่าเชื่อถือของวงการอสังหาริมทรัพย์ วงการการศึกษาและธุรกิจโฆษณาก็นับวันเสื่อมลงเรื่อยๆ ต่อมา ปี 2011 เกิดวิกฤตความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐบาล เช่นสภากาชาด ตลอดจนองค์กรภาครัฐบางส่วน การสำรวจความน่าเชื่อถือของชาวจีนซึ่งนิตยสารฉบับหนึ่งทำเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดอันดับธุรกิจที่ผู้บริโภคจีนเห็นว่าไม่น่าเชื่อถือมากที่สุด ได้แก่ บริษัทเอเยนต์ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจยาและอาหารบำรุง นอกจากนี้ กว่า 50% เห็นว่า พฤติกรรมของหน่วยงานรัฐบาลไม่โปร่งใส เช่น ไม่เปิดเผยรายรับรายจ่ายและจำนวนรถยนต์ส่วนราชการ เป็นต้น
เมื่อความไม่เชื่อถือเหล่านี้มารวมตัวกัน บรรยากาศสังคมย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่สะท้อนออกมาโดยตรง คือ ความเย็นชา เมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตความไว้วางใจในสังคม หลายคนคิดว่ากำลังของตนนอ้ยเหลือเกินจนไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ จึงคิดแต่เอาตัวรอดอย่างเดียว คุณธรรมของสังคมจึงเสื่อมลงเรื่อยๆ เพราะเมื่อได้เห็นได้ฟังจนชินแล้วก็จะชา จึงเกิดกรณีผู้สูงอายุล้มแต่ไม่มีคนเข้าไปช่วยหลายต่อหลายครั้ง


















