ช่วง 30 ปีนับจากจีนดำเนินการปฏิรูปและเปิดประเทศเป็นต้นมา เศรษฐกิจจีนขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 10% แต่รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีของประชาชนเติบโตเพียง 7% เท่านั้น ซึ่งแสดงว่า การขยายตัวของจีดีพีมากกว่าอัตราเติบโตของรายได้ประชาชน ขณะนี้ รัฐบาลจีนได้ตระหนักถึงปัญหานี้แล้ว และมีแผนจะเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยนาย หูจิ่นเทา อดีตเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศแผนการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนขณะกล่าวรายงานผลการดำเนินงานต่อการประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 ที่จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยจะให้รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น 1 เท่าภายในปี 2020 เขากล่าวว่า

"จากการพิจารณาสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสังคม จีนต้องพยายามให้บรรลุเป้าหมายที่การประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 17 และครั้งที่ 18 ได้ตั้งไว้ คือจะสร้างสรรค์สังคมพอกินพอใช้อย่างรอบด้านให้สำเร็จ นอกจากนี้ ยังต้องตั้งและบรรลุเป้าหมายใหม่ เป้าหมายใหม่ที่จีนตั้งไว้คือ เศรษฐกิจพัฒนาอย่างเป็นปกติและยั่งยืน การเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจได้ประสบผลคืบหน้าที่สำคัญ การพัฒนาในด้านต่างๆ มีความสมดุล การประสานกัน และความยั่งยืนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บนพื้นฐานนี้ ให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชาชนในเมืองและชนบทเพิ่มขึ้น 1 เท่าภายในปี 2020"
สำหรับคำว่า "เสี่ยวคัง " ซึ่งแปลว่า "พอกินพอใช้" นั้น ชาวจีนมีความเข้าใจไม่ตรงกัน บ้างเห็นว่า คำนี้หมายควาามว่า มีอันจะกิน บ้างเห็นว่า คำนี้หมายความว่าไม่มีปัญหายากจน เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งในเมืองชิงต่าวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า
"คำว่า เสี่ยวคัง หมายความว่าพอมีเงิน อย่างน้อยต้องมีเงินซื้อบ้าน ซื้อรถ นอกจากนี้ การทำธุรกิจต้องเป็นไปด้วยดี ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็นับได้ว่า ได้เข้าสู่สังคมพอกินพอใช้แล้ว "
ชาวเมืองหลานโจว มณฑลกานซู่คนหนึ่งให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าววว่า
"ผมเห็นว่า มาตรฐานความเป็นสังคมพอกินพอใช้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเงินมากน้อยเพียงใด แต่ขึ้นอยู่กับว่า ประชาชนมีความสุขหรือไม่ ถ้าคนส่วนใหญ่มีความสุข ก็นับว่าได้เข้าสู่สังคม เสี่ยวคัง แล้ว "

นายหลี เหว่ย นักวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งกล่าวว่า
"ก่อนหน้านี้ รู้แต่ว่า จีนจะพยายามสร้างสรรค์สังคมพอกินพอใช้ แต่ไม่มีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม ปัจจุบัน จีนมีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมแล้ว คือจะเพิ่มรายได้ของประชาชน และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเฉลี่ยต่อหัวถึง 1 เท่าภายในปี 2020 ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยต่อหัวของจีนมี 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้าเพิ่มขึ้น 1 เท่าก็จะเป็น 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ "
แผนการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนนี้ทำให้ประชาชนทั้งในเมืองและชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีรายได้ระดับปานกลาง และระดับต่ำได้ประโยชน์มากขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจ อีกทั้งจะช่วยกระตุ้นการอุปโภคบริโภคให้ขยายตัวออกไปอีก และปรับปรุงโครงสร้างของการอุปโภคบริโภคให้สมเหตุสมผลยิ่งขึ้น
นายจ้าว หง รองประธานสภาสังคมวิทยาศาสตร์แห่งกรุงปักกิ่งแสดงความเห็นว่า ผู้คนทั้งหลายรู้สึกตื่นเต้นมากกับเป้าหมายการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน เขากล่าวว่า
"นับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลจีนผูกเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน นี่แสดงให้เห็นว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนถือการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นที่ตั้งในการพัฒนาเศรษฐกิจ "
นายหลิว อี้เหลียง อุปนายกสมาคมพาณิชน์จีนของมาเก๊าให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า จากแผนการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะเห็นได้ชัดว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีความตั้งใจมากที่จะดำเนินการปฏิรูปต่อไป จากนี้ไป จีนจะเน้นในการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว เขากล่าวว่า
"นายหู จิ่นเทาเน้นว่า จะทุ่มกำลังอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมการสร้างสรรค์อารยธรรมด้านระบบนิเวศ ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมการประหยัดทรัพยากร การเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังจะเสริมการสร้างสรรค์กฎระเบียบเกี่ยวกับการพัฒนาอารยธรรมด้านระบบนิเวศด้วย ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่า จีนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตั้งแต่จีนเริ่มดำเนินการปฏิรูปและเปิดประเทศเป็นต้นมา และมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ นี่สะท้อนให้เห็นว่า จีนจะดำเนินการพัฒนาตามหลักวิทยาศาสตร์
ด้านนายฟู่ เซ่าฉี หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้แสดงความเห็นว่า จากนี้ไป จีนจะเน้นในด้านคุณภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจมากกว่าปริมาณ เขากล่าวว่า
"ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ถ้าอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยต่อปีของจีนอยู่ที่ 7.5% ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศก็จะสามารถเพิ่มขึ้น 1 เท่าภายในปี 2020 ได้ ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อัตราเติบโตของเศรษฐกิจจีนมักอยู่ที่ตัวเลขสองหลัก สาเหตุสำคัญที่ทำให้จีนสามารถมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจมากขนาดนี้คือ จีนเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมที่สิ้นเปลืองพลังงาน และก่อมลภาวะมาก จากนี้ไป จีนจะหันมาเน้นคุณภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยจะมุ่งพัฒนาธุรกิจภาคบริการ อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง ใช้พลังงานน้อย และก่อมลภาวะต่ำ ด้วยสาเหตุเหล่านี้ ช่วงหลายปีข้างหน้า อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจจะไม่สูงเท่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่คุณภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง "
ด้านนายฉี่ว์ ซิง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยปัญหาระหว่างประเทศของจีนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า แม้ว่าปัจจุบันจีนมีขนาดเศรษฐกิจที่จัดอยู่ในลำดับ 2 ของโลก แต่รายได้ และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเฉลี่ยต่อหัวของจีนยังต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น จีนจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป เขากล่าวว่า
"ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเฉลี่ยต่อหัวของจีนในปี 2011 จัดอยู่ในลำดับ 89 เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จากข้อมูลนี้จะเห็นได้ชัดว่า ถึงแม้ว่าจีนได้รับผลสำเร็จมากจากการดำเนินนโยบายการปฏิรูปและเปิดประเทศ แต่จีดีพี และรายได้เฉลี่ยต่อหัวยังคงต่ำมาก จึงต้องใช้ความพยายามต่อไปเรื่อยๆ "


















