
ขณะเดียวกัน จีนเร่งผลักดันข้อตกลงเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ตอกย้ำระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ว่า ข้อตกลงเขตการค้าเสรีระดับภูมิภาคใหม่ๆ มากมายที่มีการเจรจากันอยู่ขณะนี้ ทำให้เกิดความกังวลไปทั่วเกี่ยวกับแนวโน้มการแตกกระจาย ดังนั้น จีนจึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันข้อตกลงเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก และการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคให้บรรลุผล ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงชี้ว่า เอเปกควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเสมอภาคและการหารืออย่างครอบคลุม ตลอดจนการทำให้ข้อตกลงการค้าเสรีเปิดกว้างที่สุด ต้องมุ่งเน้นการพัฒนาและการส่งเสริมสันติภาพที่เอื้อต่อการพัฒนา และอย่าปล่อยให้สิ่งใดๆ ก็ตามขัดขวางกระบวนการพัฒนานี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงยังเสริมว่า เศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกนั้น โดยรวมแล้วยังคงเข้มแข็งและการคาดการณ์เป้าหมายในระยะยาวยังคงเดิม
จีนไม่ได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของทีพีพี แต่เป็นหนึ่งในสมาชิกการเจรจาความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ ที่เรียกกันว่า อาร์เซ็ป อันประกอบด้วยสมาชิก 16 ประเทศ ได้แก่ สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ รวมเข้ากับ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการตั้งเป็นเขตเสรีการค้าเช่นกัน และกรอบข้อตกลงนี้ไม่มีสหรัฐฯรวมอยู่ด้วย
ระหว่างการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 21 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนปี 2012 ผู้นำของทั้ง 16 ประเทศ ได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะเจรจาความตกลง อาร์เซ็ป และมุ่งหมายให้การเจรจาแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2015
โดยความตกลง อาร์เซ็ป พัฒนามาจากความตกลงการค้าเสรีที่อาเซียนมีอยู่แล้ว 5 ฉบับ กับ 6 ประเทศ คือ อาเซียน-จีน, อาเซียน-ญี่ปุ่น, อาเซียน-เกาหลีใต้, อาเซียน-อินเดีย และอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
จุดมุ่งหมายเพื่อให้ อาร์เซ็ป เป็นความตกลงที่มีคุณภาพและทันสมัย บนผลประโยชน์ร่วมกันอย่างรอบด้านในการสนับสนุนการขยายการค้าและการลงทุนในภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน เป็นระบบการค้าเสรีที่ใช้กฎระเบียบเดียวกันของภาคีทั้งหมด 16 ประเทศ
นอกจากนี้ ยังเป็นไปเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนเข้ากับเศรษฐกิจโลก ครอบคลุมทุกมิติการค้า ทั้งด้านสินค้า บริการ การลงทุน มาตรการการค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิต การค้าและการลงทุน ให้สอดคล้องและมีความสะดวกทางการค้าและการลงทุนมากขึ้น
หากการเจรจากลุ่มการค้าเสรีนี้สำเร็จ ประเทศในความตกลง อาร์เซ็ป จะกลายเป็นกลุ่มการค้าเสรีใหญ่ที่สุด และมีตลาดรองรับมากที่สุดในโลก เนื่องจากประเทศในกลุ่มสมาชิก อาร์เซ็ป มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วด้วยประชากรรวมกว่า 3,300 ล้านคน
ในบรรดาสมาชิก จีนและอินเดียเป็นสมาชิกที่มีความสำคัญมาก เพราะมีประชากรรวมกว่า 2,500 ล้านคน และเป็นเขตเศรษฐกิจที่ส่งออกสินค้าเป็นอันดับ 1 ของโลก มีกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ในด้านการค้า อาร์เซ็ป มีสัดส่วนการค้าในระดับโลกที่มียอดสูงถึง 17.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ อาร์เซ็ป จึงเป็น กลุ่มการค้าขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบมหาศาลต่อประเทศสมาชิกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


















