เก่าเล่าไป ใหม่บอกมา:"ชายบูชากวนอิม หญิงบูชาพระ"
  2012-02-21 15:46:07  cri

ความนิยมแขวนห้อยบูชาพระของชาวจีน มีความแตกต่างตามคำกล่าวที่ว่า "ชายบูชากวนอิม หญิงบูชาพระ" แม้จะฟังดูแล้วเป็นคำกล่าวที่ดูไม่มีที่มาที่ไป แต่ถ้าลองพิจารณาให้ลึกดู คำกล่าวของคนโบราณมักแฝงไว้ซึ่งกุศโลบายสอนใจ

"ชายให้บูชากวนอิม หญิงให้บูชาพระ" ที่เป็นเช่นนี้เพราะเพศหญิง เป็นเพศที่อ่อนไหวในอารมณ์ง่าย การห้อยบูชาพระ เพื่อเป็นเครื่องเตือนให้สตรีระลึกถึงการตั้งมั่นอยู่ในความสงบ ลดความอิจฉาริษยา ลดการซุบซิบนินทา การคิดเล็กคิดน้อย ให้มีความใจกว้างเป็นมิตร ดั่งเช่นพระศรีอริยเมตไตรย แล้วก็จะได้มีใจเป็นสุขเบิกบาน

สำหรับเพศชายอาจเพราะต้องแบกรับภาระความเป็นผู้นำ ต้อ���เผชิญหน้ากับแรงกดดันจากปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า พื้นฐานอารมณ์ที่มีความเลือดร้อน มุทะลุ ย่อมง่ายต่อการนำไปสู่การปะทะต่อสู้ การบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิม ก็เพื่อให้ระลึกถึงความเมตตาการุณย์ ความโอบอ้อมอารีแห่งพระองค์ กระตุ้นเตือนให้บุรุษมีสติ ยับยั้งการใช้กำลังรุนแรง ลดอารมณ์ร้อนที่พุ่งพล่าน

และเมื่อพูดถึง "แรงกดดัน" หลายคนนึกเคืองไม่หาย เพราะถือเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวลนานับประการ ซึ่งเมื่อจิตใจเหนื่อยล้า ร่างกายก็ย่อมอ่อนแอตามไปด้วย ดังนั้น ลองมาปรับความคิดเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อหมุนแรงกดดันให้เป็น "แรงผลักดัน" ด้วยข้อแนะนำ 5 ประการ ดังนี้

1). เรียนรู้ที่จะลำดับความสำคัญ – การใช้ชีวิตดำรงตนอยู่ในสังคมทุกวันนี้ เรื่องราวที่แต่ละคนต้องดูแลรับผิดชอบมีอยู่มากมายร้อยแปดพันเก้า แต่ละเรื่องล้วนแต่สำคัญต้องใช้ทั้งเวลาและพลังความสามารถในการจัดการ และยามนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมากมายมหาศาล ดังนั้น วิธีรับมือที่ได้ผลก็คือ การรู้จักแยกแยะ ลำดับความสำคัญว่าเรื่องไหนเร่งด่วนสำคัญที่สุด ก็ให้ทุ่มเวลาพุ่งเป้าไปจัดการให้เสร็จก่อน เรื่องไหนสำคัญรองลงไปก็ไว้ทีหลัง หรือถ้าไม่จำเป็นตัดไปได้ ก็พยายามตัดทอนทิ้งไปบ้าง

2). ให้ความสำคัญกับตัวเอง ลดมาตรฐานเป้าหมายให้ต่ำลง – อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการตั้งมั่นมุ่งหวังให้ทุกสิ่งต้องดีเลิศดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง ต้องรู้จักปล่อยวางผ่อนมาตรฐานที่ตั้งเป้าไว้สูงลิบลิ่วนั้นลงมาบ้าง นอกจากจะผ่อนคลายตัวเองแล้ว ยังช่วยลดแรงกดดันให้กับผู้อื่นรอบข้างได้อีกด้วย

3). ห่างไกลสิ่งลวงตา - ชีวิตคนเมืองปัจจุบัน มีไม่น้อยรายที่แรงกดดันต่างๆ ล้วนเกิดมาจากความอยากมีอยากได้ การลุ่มหลงมัวเมาในสิ่งฉาบฉวยของฟุ่มเฟือยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนม เครื่องสำอางค์ยี่ห้อดัง รถยนต์คันโก้ บ้านหลังใหญ่โต สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นเหตุสำคัญเพิ่มแรงกดดันให้กับตัวเอง เพราะต่างรู้สึกว่าเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง สถานะทางสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ที่ต้องขวนขวายมาครอบครองให้ได้และยิ่งมากยิ่งดี ทั้งๆที่ หากได้ลองห่างไกลออกมาสักนิด ความสุขในชีวิตกลับจะเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อย

4). ให้เวลาตัวเองได้ขบคิด – ลองให้เวลาตัวเองได้นึกทบทวนพิจารณาดูว่า แท้ที่จริงแล้วแรงกดดันต่างๆ เหล่านั้นมาจากการคิดมากคิดเกินไป จนกลายเป็นแรงกดดันตัวเราเองไปใช่หรือไม่ เพราะกับเรื่องบางเรื่องแท้ที่จริงไม่น่าจะเป็นเรื่องเป็นกังวล แต่กลับใจร้อนเร่งด่วนสรุปอุปทานไปเองก็เป็นได้ ลองให้เวลาและโอกาสกับตัวเองได้คิดพิจารณา ค่อยๆ แยกแยะเรื่องราว ที่มาแห่งปัญหาและแรงกดดันดูบ้างก็น่าจะดี

5). อย่าลืมพักผ่อน – การหักโหมเกินไป ย่อมก่อให้เกิดความเหนื่อยล้าและประสิทธิผลของงานที่ได้ย่อมลดลง การพักผ่อนที่เพียงพอนอกจากจะช่วยผ่อนคลายสมอง ยังลดความวิตกกังวล ลดความตึงเครียด ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดแรงกดดันทางใจและกายที่ได้ผลชะงัด ดังนั้น เมื่อมีวันหยุดก็ควรให้มีเวลาพักผ่อนผ่อนคลายตัวเองเสียบ้าง เพราะถึงอย่างไรงานก็ไม่ได้เป็นทุกอย่างของชีวิต

เก่าเล่าไปใหม่บอกมา โดย วังฟ้า 羅勇府

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040